ราชวิถีจัดซื้อยาบัตรทอง-ควบกฤษฎีกาตีความทำได้หรือไม่

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 5 กันยายน 2560 00:00:36 น.

สาธารณสุข * บอร์ด สปสช.มอบเครือข่ายหน่วยบริการหรือ รพ.ราชวิถีจัดหายาแทน สปสช. ปีงบ 61 พร้อมอนุมัติงบ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันก็ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความไปด้วยว่าทำได้หรือไม่ แจงเพื่อป้องกันกระทบต่อประชาชนหากไม่สามารถทำได้ในปี 61

วันที่ 4 ก.ย. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเรื่อง "การปรับปรุงประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2561 และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ โดยให้เครือข่ายหน่วยบริการจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษแทน สปสช. ซึ่งมีข้อทักท้วงจากบางท่านว่าต้องการให้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีให้ตีความว่าสามารถทำได้หรือไม่ จึงให้มีการดำเนินการคู่ขนานไปทั้งการให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาฯ เดินหน้าจัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษในปีงบประมาณ 2561 และส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ

"ที่ปีงบประมาณ 2561 ต้องมีการเพิ่มเติมให้เครือข่ายหน่วยบริการฯ ดำเนินการแทน สปสช. จัดหายา วัคซีน เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียมและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทักท้วงว่า สปสช.ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ จึงต้องหาแนวทางอื่นที่ไม่ผิดกฎหมาย และที่ต้องทำคู่ขนานกัน ไม่สามารถรอผลการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาได้นั้น เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบหากไม่สามารถดำเนินการจัดหายาฯ ได้ทันในปีงบฯ 2561" ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

ด้าน นพ.จักรกริช โง้วศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ประกาศในส่วนที่มีการเพิ่มเติม อาทิ ในปีงบประมาณ 2561 อาจมีการกำหนดแนวทางการจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับบริการผ่าตัดแบบไม่ค้างคืน (One day surgery) โดยจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบต่อหน่วยบริการและผู้รับบริการ การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการเตรียมระบบการจ่ายค่าใช้จ่ายก่อนที่จะมีการดำเนินการ นอกจากนี้ เพิ่มในหมวด 9 เรื่องค่ายาฯ ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ โดยให้เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายจากกองทุนฯ เพื่อดำเนินการจัดหายาฯ ตามโครงการพิเศษเพื่อสนับสนุนให้หน่วยบริการในระบบได้ และหากมีเงินเหลือให้ใช้จัดหายาฯ ครั้งถัดไป หากไม่มีการจัดหาครั้งถัดให้ส่งเงินคืนกองทุนพร้อมดอกผล และหากงบไม่พอให้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้ สปสช.พิจารณาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ จากมติบอร์ด สปสช.เห็นชอบให้โรงพยาบาลราชวิถีเป็นเครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ เพื่อจัดหายา เวชภัณฑ์ฯ ในปีงบประมาณ 2561 โดยแผนและวงเงินการจัดหายาฯ ตามโครงการพิเศษ ปี 2561 รวมทั้งหมด 12,092.76 ล้านบาท แยกเป็นยาบัญชี จ (2) ยาซีแอล ยากำพร้าและยาต้านพิษ จำนวน 2,426.78 ล้านบาท ยาวัณโรค จำนวน 440.31 ล้านบาท โครงการวัคซีน 1,866.90 ล้านบาท ยาสำหรับผู้ป่วยเอชไอวี/เอดส์ จำนวน 2,594.445 ล้านบาท ยาสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จำนวน 4,107.31 ล้านบาท และค่าอุปกรณ์และอวัยวะเทียม ได้แก่ ข้อเข่าเสื่อมและขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือดโคโรนารี (stent) จำนวน 926.83 ล้านบาท.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง