บอร์ด'กช.'ช่วยอุดหนุนรร.เอกชนได้สิทธิ์เท่ารร.รัฐ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2560 00:00:48 น.

ศึกษาธิการ * "หมอธี" หารือบอร์ด กช.หาแนวทางปรับข้อกฎหมายเอื้อประโยชน์โรงเรียนเอกชนได้สิทธิ์เท่าโรงเรียนรัฐ อย่างโครงการอาหารกลางวัน และยังมีมติแก้กฎระเบียบเปิดกว้างให้โรงเรียนที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนได้มีสิทธิ์กู้เงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ พร้อมกับหาช่องทางครูให้ได้รับสิทธิ์รักษาพยาบาลจากโครงการบัตรทอง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปรับแก้ข้อกฎหมายต่างๆ ของโรงเรียนเอกชน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาให้แก่โรงเรียนเอกชนได้มีสิทธิ์เท่าเทียมกับโรงเรียนของรัฐ โดยเฉพาะประเด็นที่กลุ่มโรงเรียนเอกชนท้วงติงว่าต้องการการได้รับการอุดหนุนโครง การอาหารกลางวันของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษาแบบเท่าเทียมกับโรงเรียนของรัฐ ที่เด็กนักเรียนทุกคนได้รับการสนับสนุนครบทุกคน รวมถึงการปรับแก้ไขระเบียบและประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ กรณีอนุญาตให้โรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษาที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุน สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบได้ รวมถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน เพราะครูบางคนได้รับเงินไม่เพียงพอต่อการรักษาพยาบาล ดังนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่หากเราจะเพิ่มทางเลือกให้แก่ครูเอกชนในสิทธิ์เหล่านี้ และจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เช่น ให้ครูออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสิทธิรักษาพยาบาลแล้วไปใช้สิทธิบัตรทอง เป็นต้น ซึ่งตนมองว่าเราต้องปรับแก้กฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มโรงเรียนเอกชนด้วย เพราะโรงเรียนเหล่านี้ช่วยดูเด็กกว่า 2 ล้านคน ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กลับไปศึกษารายละเอียดต่างๆ ต่อไป

ด้านนายพะโยม ชิณวงศ์ เลขาฯ กช. กล่าวว่า ในปัจจุบันโรงเรียนเอกชนจะได้รับการสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน แบ่งเป็น โรงเรียนการกุศล ได้รับการอุดหนุนร้อยละ 100 จำนวน 570 โรง และโรงเรียนทั่วไป ได้รับเงินอุดหนุนร้อยละ 70 จำนวน 3,034 โรง ซึ่งในจำนวนกลุ่มโรงเรียนทั่วไปนี้มีเด็กเพียงร้อยละ 28 ของจำนวนเด็กทั้งหมดที่ได้รับการสนับสนุน เพราะเป็นเด็กที่ประสบภาวะทุพโภชนาการเท่านั้น ดังนั้นเราจึงอยากให้สนับสนุนครบทั้งหมดเหมือนภาครัฐ โดยเบื้องต้นวางแนวทางที่จะไปศึกษาข้อกฎหมายก่อนว่าสามารถให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ช่วยจัดสรรโครงการอาหารกลางวันเหมือนกับโรงเรียนของรัฐได้หรือไม่ หรือจะใช้วิธีการขอเพิ่มงบประมาณในส่วนนี้โดยตรง ซึ่งคงต้องไปศึกษาตัวเลขงบประมาณอีกครั้งว่าจะใช้จำนวนเท่าไหร่ นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบปรับแก้ไขระเบียบและประกาศการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบด้วย โดยจะเปิดกว้างให้โรงเรียนที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนได้มีสิทธิ์กู้เงินจากกองทุนนี้ เพราะขณะนี้เรามีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ ประมาณกว่า 700 ล้านบาท.

ADVERTISEMENT