คอลัมน์: ท่านขุนน้อย: คิดไว้หน่อย...ก่อนออกอาวุธ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 12 กันยายน 2560 00:00:04 น.
ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่

เหนื่อยกับการดูข่าว พายุเออร์มา ของ CNN ที่กระหน่ำกันไม่หยุด ระดับทั้งวัน ทั้งคืน เลยหันมาเปลี่ยนช่องไปเจอรายการ เดินหน้าประเทศไทยของ คสช.เมื่อช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เลยได้มีโอกาสเห็นหน้า เห็นตา อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อย่าง ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้...ท่านมาในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ยังหนักแน่น เฉียบคม ไม่ต่างไปจากครั้งก่อนๆ มากมายซักเท่าไหร่...

และก็พอได้โล่งอก โล่งใจ ขึ้นมามั่ง ไม่มากก็น้อย...ว่าทรัพย์สินระดับ 6 ล้านล้านบาทของรัฐวิสาหกิจ 11 แห่ง ที่รวมเอาแต่ ทรัพย์สิน โดยไม่คิดรวมเอา หนี้สิน มาพูดจา ว่ากล่าว นำมาใช้อ้างอิงไว้บ้างเลยนั้น คงไม่น่าถึงขั้นต้องหวาดวิตก กังวล หวาดหวั่น ขวัญสยอง มากมายซักเท่าไหร่ ถ้าหากต้องตกไปอยู่ภายใต้การดูแล บริหารจัดการ ของอะไรที่เรียกๆ กันว่า บรรษัทซูเปอร์โฮลดิ้ง ประมาณนั้น ตามแนวทางที่ถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.การพัฒนากำกับดูแลบริหารรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถูกยกร่างขึ้นมาใหม่ อันก่อให้เกิด คำถาม ต่อบรรดาผู้ที่ห่วงบ้าน ห่วงเมืองทั้งหลาย ว่าจะนำไปสู่การ ปฏิรูป หรือการ แปรรูป กันแน่!!!

คือนอกจากโดยเครดิต ราคา ของ ดร. ประสารนั้น...จะจัดอยู่ในระดับเต็มปี๊บ เต็มไห การจับประเด็น ย่อยประเด็น แจกแจงแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ที่ถือเป็นข้อข้องใจ เป็นสิ่งค้างคาใจ ของผู้คนแต่ละกลุ่ม แต่ละเหล่า ท่านยังทำได้แบบแจ่มแจ้ง ชัดเจน แถมลื่นไหลเอามากๆ ชนิดต่อให้ ไก่อูยกกำลังสอง ยังคงเทียบเท่าท่านไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่มันออกจะซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ เสียเหลือเกิน เรื่องของการซื้อหุ้น ขายหุ้น แตกหุ้น หรือกระทั่งปั่นหุ้น ฯลฯ ที่ถูกสอดแทรกไว้ในข้อสงสัย ข้อสังเกต ของบรรดาผู้ห่วงบ้าน ห่วงเมืองทั้งหลาย ดร. ประสาร ท่านจัดให้ จัดเต็ม แบบฟังแล้วพอได้ถอนหายใจ โล่งอก โล่งใจ กันไปไม่น้อย...

ส่วนรายละเอียดจะเป็นเช่นไร...ผู้ที่สนอก สนใจ คงต้องไปหาฟังกันเอาเอง เพราะประเภทที่ไม่เคยเล่นหุ้น ไม่คิดจะซื้อหุ้น ขายหุ้น กับใครเค้าเลยแม้แต่น้อย อย่างเช่น ท่านขุนน้อย คงไม่มีขีดความสามารถพอที่จะจดจำมาถ่ายทอดให้ครบถ้วน สมบูรณ์ได้เลย แต่ก็นั่นแหละ...โดยอาศัย ความรู้รอบโต๊ะ คงพอจับทิศ จับทาง ได้บ้าง ว่าสิ่งที่เป็นข้อวิตก กังวล สำหรับผู้ที่ห่วงบ้าน ห่วงเมือง ทั้งหลาย ว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ 11 แห่ง หรือจะอีกกี่แห่งต่อไปในภายภาคหน้า มันอาจถูกแปรสภาพให้กลายเป็น การแปรรูป ถูกทำให้ผลประโยชน์แห่งรัฐ ผลประโยชน์ส่วนรวม โดนปรับเปลี่ยนไปเป็นผลประโยชน์ของเอกชน ของบุคคล ตาม ภาพหลอน เท่าที่เคยมีมาในอดีต อันก่อให้เกิดอาการ ฝันร้าย ไปถึงอนาคตอย่างมิอาจปฏิเสธได้ สุดท้ายแล้ว...แม้อาจไม่ถึงขั้น ฝันดี-ฝันเด่นแบบเต็มเม็ด เต็มหน่วย แต่อย่างน้อย...คงไม่ถึงกับต้องหวาดผวา นอนละเมอ อย่างที่คิดๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า...

โดยเฉพาะถ้าหากมองถึงความเป็นไปของกระแสโลกควบ คู่ไปด้วยแล้ว การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ นั้น...ต้องถือว่าเป็นอะไรที่เชยซ์ซ์ซ์เอามากๆ ชนิดไม่ว่าบ้านไหน เมืองไหน ต่างพากันถอยห่างจากแนวคิดที่เรียกกันว่า ลัทธิเสรีนิยมยุคใหม่ ไปเป็นแถบๆ หรือแนวคิดที่ทำให้ ความเป็นรัฐ มีแต่จะหมดบทบาทลงไปด้วยกันทั้งสิ้น ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจ อิทธิพล ของ ความเป็นบรรษัทข้ามชาติ จนไม่ว่าบ้านโน้น เมืองนี้ ที่ยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นรัฐ ความเป็นชาติ ต้องหาทางประดิษฐ์ คิดค้น กรรมวิธีใหม่ๆ เพื่อรับมือกับโลกยุคใหม่ และระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ อันทำให้เกิด บรรษัทซูเปอร์โฮลดิ้งจำนวนไม่น้อย ปรากฏขึ้นมาในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าสิงคโปร์ มาเลเซีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนและรัสเซีย...

แม้ว่าบางบรรษัท...อาจไม่ถึงกับน่ารัก น่าประทับใจ ซักเท่าไหร่ อย่างเช่น Temasek  ของสิงคโปร์ หรือ Khazanah ของมาเลเซีย ที่อาจมีนอกมีใน มีผลประโยชน์ซ้อนทับมาก-น้อย ไปตามสภาพ แต่สำหรับบางบรรษัท อย่างเช่น Gazprom  ของรัสเซีย หรือ CNOOC  ของจีน อันนี้...คงต้องยอมรับว่า ได้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ หรือเป็นกระดูก ชิ้นโต ที่ทำให้อำนาจ อิทธิพล ของบรรษัทข้ามชาติ ทำอะไรไม่ค่อยถนัดซักเท่าไหร่ แถมยังฉวยจังหวะรุก เข้าไปแบ่งสัน ปันส่วน แย่งชิ้นเนื้อจากปากบรรษัทข้ามชาติ นำมาเผื่อแผ่ให้กับส่วนรวม ให้กับชาติจีน ชาติรัสเซีย ได้แบบเป็นกอบ เป็นกำ...

ปัญหามันจึงไม่ได้อยู่ที่ รูปแบบ ของบรรษัทเหล่านี้ แต่อยู่ที่ เนื้อหา ว่ามันตั้งอยู่บนประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ของชาติบ้านเมืองได้จริงๆ หรือไม่ มากหรือน้อยขนาดไหน ซึ่งไม่ว่าจะดูจากเจตนา ความมุ่งมั่น ไปจนถึงรายละเอียดของตัวบทกฎหมาย ที่ถูกถักทอบูรณาการซ้อนไป ซ้อนมาเป็นขั้นๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะกฎหมาย พ.ร.บ.พัฒนาและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ยังมีกฎหมาย พ.ร.บ.ยุทธส่ง ยุทธศาสตร์ อะไรต่อมิอะไรครอบหัวไปเป็นชั้นๆ รวมทั้งด้วยเครดิต ราคา ของคนอย่าง ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุลด้วยแล้ว คงไม่ถึงกับต้องหลับไม่ลง หรือนอนละเมอ อะไรกันมากมาย...

สรุปรวมความแล้ว...เรื่องของการเตรียมเทขายสมบัติชาติมูลค่า 6 ล้านล้านบาท พอได้ถอนหายใจไปแล้วเรื่องหนึ่ง เท่าที่เหลือคงเป็นเรื่องการยกที่ดินป่าชุมชนให้กระทิงแดง ส่วนที่หนักเอามากๆ ชนิดชี้แจงจนปากถึงรูหูก็น่าจะยังชี้ไม่ขึ้น ย่อมหนีไม่พ้นไปจากเรื่องหมดนาฆ่าโคถึก หมดศึกฆ่าผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั่นแหละทั่น อันนี้...อาจต้องรอจังหวะเวลาอีกซักพัก เพราะเป็นเรื่องที่อาศัยแค่คำพูด คำชี้แจง คงไม่ถึงกับถนัดถนี่ซักเท่าไหร่ มีแต่ต้องอาศัย การปฏิบัติ ให้เห็นแบบจะจะ แจ้งๆ เท่านั้น ถึงพอ อยู่ๆ กันไป ได้มั่ง...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Benjamin Franklin ... Be slow in choosing a friend, slow in changing.จงสรรหามิตรช้าๆ และจงเปลี่ยนมิตรให้ช้ายิ่งกว่าเวลาสรรหา...

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง