ยกคำร้อง'สุพจน์'เพิ่มเอกสารฎีกา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 00:00:20 น.

รัชดาฯ * "ศาลฎีกา" ยกคำร้อง "สุพจน์" ยื่นขอเพิ่มเอกสารสู้คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ระบุไม่มีเหตุสำคัญในคดี แถมไม่เคยนำมาสืบในศาลชั้นต้น "ทนาย" ยอมรับรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 13 ก.ย.60 ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา ที่ทนายความของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ยื่นคำร้องขอส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในการยื่นฎีกาคดีหมายเลขดำ ปช.1/2555 ที่อัยการสูงสุด เป็นผู้ร้อง นายสุพจน์ ผู้คัดค้าน ขอให้ ทรัพย์สินของนายสุพจน์ตกเป็นของ แผ่นดิน เนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ชี้มูลความผิดเมื่อปี 2555 ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

โดยวันนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่ง กรณีที่นายทิวา การกระสัง ทนาย ความของนายสุพจน์ ยื่นขอส่งเอก สารเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อให้ศาลฎีกาประกอบการพิจารณาคดี ขณะเดียวกันอัยการผู้ร้องก็ยื่นหนังสือคัดค้าน โดยอ้างว่าเอกสารดังกล่าวฝ่ายผู้คัดค้านได้ทราบดีอยู่แล้ว

ศาลพิเคราะห์แล้วไม่มีเหตุสำคัญในคดี ผู้คัดค้านก็ไม่ได้นำมาสืบในศาลชั้นต้น คำร้องของผู้คัดค้านไม่มีผลต่อการพิจารณาคดี ให้ยกคำร้อง

นายทิวากล่าวว่า วันนี้ (13 ก.ย.) เป็นการยื่นเอกสารเพิ่มเติม เกี่ยวกับบัญชีการตรวจสอบทรัพย์ สินของนายสุพจน์เมื่อปี 2544-2550 ที่เคยยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยแล้วว่าถูกต้อง เป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนการดำรงตำแหน่ง โดยศาลเห็นว่าเอกสารดังกล่าวนายสุพจน์ทราบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการยื่นไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้น จึงให้ยกคำร้อง

"ผมเพิ่งเข้ามาเป็นทนาย ความในชั้นศาลฎีกา ส่วนศาลชั้นต้นนั้นเป็นทนายความอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้ขอเอกสารเกี่ยวกับบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินจาก ป.ป.ช. แต่ขณะนั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้ให้เอกสารมา จึงไม่ได้ยื่นต่อศาลไปตั้งแต่แรก" นายทิวากล่าว

ถามว่า ศาลยกคำร้องไม่รับเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนนี้จะมีผล อย่างไรบ้าง ทนายความนายสุพจน์กล่าวว่าไม่มีผลอะไร เป็นการยื่นตามสิทธิ์ ก็เข้าใจว่าศาลอาจจะไม่รับก็ได้  ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป

ซักว่า คดียื่นทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จของนายสุพจน์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟัง คำพิพากษาในวันที่ 26 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ทนายความผู้นี้ระบุว่า เป็นในส่วนของเงินสดจำนวน 17 ล้านบาทที่นายสุพจน์ถูกโจรปล้นบ้าน แต่ไม่ได้ยื่นไว้กับ ป.ป.ช. เพราะนายสุพจน์ระบุว่าเป็นเงินค่าสินสอดของบุตรสาว ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่เชื่อ โดยนายสุพจน์ก็จะต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วย ขณะที่อัตราโทษสูงสุดในคดีนี้จำคุกไม่เกิน 5 ปี ไม่ใช่คดีร้ายแรงอะไร ซึ่งขณะนี้นายสุพจน์ได้รับการประกันตัว

สำหรับเนื้อหาคดีแพ่งหลักขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 แก้เป็นว่าให้ริบทรัพย์สินของนายสุพจน์ให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวม 64,998,587.52 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีความจากผลการชี้มูลเอาผิดของนายสุพจน์ในเรื่องร่ำรวยผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 สำนวน คดีแรกคือ คดียึดทรัพย์เพราะรวยผิดปกติ โดยนายสุพจน์ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การร้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินจึงไม่ได้ยื่นตรงไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกรณียึดทรัพย์นักการเมืองอย่างเช่นนายทักษิณ ชินวัตร แต่ต้องยื่นไปที่ศาลแพ่งเพื่อให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติ แล้วนายสุพจน์ก็มีหน้าที่พิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินต่อศาล ส่วนคดีที่ 2 คือการดำเนินคดีอาญาข้อหาจงใจยื่นบัญชีเท็จ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ที่ ป.ป.ช.ยื่นตรงไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง