คอลัมน์: ไทยโพสต์: ระเบิดปล้นตู้เอทีเอ็มถามหาที่มาอาวุธสงคราม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560 00:00:58 น.

กรณีเหตุการณ์คนร้ายวางระเบิดปล้นเงินตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขากรุงเทพกรีฑา ซอยกรุงเทพกรีฑา 35 เขตประเวศ ถูกคนร้ายวางระเบิดเพื่อนำเงินในตู้เอทีเอ็มทั้ง หมด 481,700 บาทไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ผ่านมา

มีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังต่อไปนี้คือ 1.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า คนร้ายใช้ระเบิด TNT หรือซีโฟร์ โดยจุดระเบิดด้วยสายชนวน ตั้งเวลาจุดด้วยไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟ เพื่อให้เกิดการระเบิด 2.คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ มีความรู้เรื่องวัตถุระเบิด และตู้เอทีเอ็มมากพอสมควร 3.กล้องวงจรปิดนอกห้างเสียหมด และวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มไม่สมบูรณ์

4.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ระบุว่าจะเกี่ยวกับคนมีสีหรือไม่นั้น ต้องรอพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดก่อน และไม่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ หรือความมั่นคง เนื่องจากแผนประทุษกรรมไม่เหมือนกัน

ขณะเดียวกันจากข้อสังเกตข้างต้นมีสิ่งที่สะท้อนจากเหตุการณ์ระเบิดตู้เอทีเอ็มในครั้งนี้ที่สำคัญคือ ระเบิดรุนแรงขนาดนี้นำมาจากไหน ที่มาใช้ก่อเหตุในใจกลางเมืองกรุง และกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถเป็นกลุ่มบุคคลใดบ้าง หรือมีเส้นทางการเดินทางหลุดรอดมาได้อย่างไร

ทั้งนี้ หากย้อนไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีข้อมูลข่าวที่น่าสนใจในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3

ได้ร่วมกันทำการจับกุม พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ อายุ 40 ปี ชาว จ.ลพบุรี, นายจักรพงษ์ ไกรเรือง อายุ 37 ปี ชาว จ.ตราด และนายพิสิษฐ์ เลียง อายุ 29 ปี ชาวกัมพูชา พร้อมของกลางอาวุธปืน อาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดจำนวนหลายรายการ ขณะกำลังขับรถยนต์กระบะลำเลียงอาวุธดังกล่าวจากประเทศกัมพูชา เข้ามาทางด่านจังหวัดตราด เพื่อนำไปส่งมอบให้กับลูกค้า แต่รถเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมตัวได้

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทหารได้นำตัว ร.ต.เสมา คชเพต ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสืบสวนพบว่า ร.ต.เสมานั้นมีความเชื่อมโยงและมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว โดยทำหน้าที่อยู่ในระดับนายทุน

หากพิจารณาเส้นทางอาวุธสงคราม จากกรณีการจับกุมตัวของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องข้างต้น น่าจะเห็นภาพจิ๊กซอว์ที่สำคัญได้ในระดับหนึ่งของเส้นทางที่มาและบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง เพราะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง และกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากนี้ยังมีข่าวการพบอาวุธสงครามที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดียาเสพติดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ สังคมจึงต้องร่วมกันส่งเสียงตั้งคำถาม ถึงรัฐบาล คสช. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งกรณีที่เกิดขึ้นจากการปล้นตู้เอทีเอ็มล่าสุดนี้ ที่ใช้ระเบิดรุนแรงในการ กระทำการ ไปถึงที่มาที่ไปของระเบิด และการมีอาวุธสงครามเกลื่อนเมือง เกือบจะเรียกว่าทุกหย่อมหญ้าไปแล้วในประเทศนี้ ที่ผู้ไม่หวังดี กลุ่มคนร้าย ใช้ประกอบกิจนานา ตั้งแต่ชิงปล้น ไปจนก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างสถานการณ์ทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้น ยังต้องทวงถามรวมถึงนโยบายปราบปรามกวาดล้างอาวุธสงครามสนองนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่รัฐบาล คสช. ประกาศขึงขังถึงวันนี้ด้วยเช่นกันว่า ปากว่าตาขยิบกันไปถึงไหนแล้ว!!

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทั่วไปล่าสุด »