พระถวิล จารุวัน เทศกาลนาฝากญาติโยมช่วยกันปกป้องศาสนา

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 00:00:14 น.
สนธยา ทิพย์อุตร

ระหว่างเข้าพรรษา 3 เดือน พุทธศาสนิกชน ผู้เฒ่าผู้แก่นุ่งขาวห่มขาว เข้าวัดปฏิบัติธรรม รักษาศีล บางคนก็จะพาบุตรหลานไปด้วยเพื่อปลูกฝัง ปลูกจิตสำนึกให้รู้จักเข้าวัดทำบุญ ถือศีล ปฏิบัติธรรม ฟังธรรมเทศนา ฟังคำสอนของพระสงฆ์ เพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นคนดีของสังคม

ที่วัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี ตั้งอยู่บ้านคำสร้างบ่อ ตำบลน้ำปลีก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ถือว่าเป็นวัดขนาดเล็ก เนื่องจากมีพระสงฆ์เพียง 3 รูป สามเณร 2 รูป สังกัดธรรมยุต โดยมีพระถวิล จารุวัน อายุ 40 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี ซึ่งเป็นวัดป่า สายปฏิบัติ ธุดงค์ กรรมฐาน บนเนื้อที่ 15 ไร่ ปกคลุมไปด้วยป่าไม้หลายชนิด บรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะสำหรับพุทธศาสนิกชนเข้าไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง

พระถวิล จารุวัน อายุ 40 ปี เจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี กล่าวว่า เป็นเพราะว่าทุกวันนี้มีข่าวเสื่อมเสียต่อพระสงฆ์มาก ทำให้ญาติโยมขาดศรัทธา เสื่อมศรัทธา ไม่ค่อยมั่นใจว่าคนที่ห่มผ้าเหลืองอยู่ตรงหน้านั้นจะใช่พระจริงหรือพระปลอมหรือพวกมิจฉาชีพห่มผ้าเหลืองหากิน หรือไม่บางครั้งไปบิณฑบาตในตัวเมืองอำนาจเจริญ ญาติโยมบางคนออกมาใส่บาตรที่หน้าบ้าน ระหว่างนำอาหารใส่บาตรก็จะมองหน้าพระอย่างไม่มั่นใจ อาตมาถึงกับถามโยมว่า ทำไมหรือโยม ไม่มั่นใจว่าเป็นพระจริงหรือ โยมก็พยักหน้า อาตมาเลยบอกว่า พวกอาศัยผ้าเหลืองหากินมันเยอะ ก็ต้องอาศัยญาติโยมช่วยกันดูแล ปกป้องพุทธศาสนา แม้แต่พระจริงก็ยังทำตัวไม่ดี ไม่น่านับถือเลย ก็ขอให้โยมทำบุญตักบาตรต่อไป ซึ่งการทำบุญตักบาตรเป็นการสืบทอดศาสนาอีกทางหนึ่ง และดีแล้วที่สอนลูกหลานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์

พระถวิล จารุวัน กล่าวว่า โดยเฉพาะวัดขนาดเล็ก ญาติโยมเข้ามาทำบุญลดลง บางวัดไม่มีเข้ามาเลย หลายวัดจึงคิดหาวิธีดึงดูดใจให้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวในวัดด้วยการจัดทำสิ่งปลูกสร้างหลากหลายอย่าง เช่น พระพุทธรูป อุโบสถ การจำลองประวัติพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ชม ได้ศึกษาหาความรู้ ให้เข้าวัดมากขึ้น ซึ่งก็ได้ผลดี บางวัดขุดเอาต้นตะเคียนจากใต้น้ำ เอามาไว้ในวัด ให้ชาวบ้านกราบไหว้บูชา ขอโชคลาภก็มี

พระถวิล จารุวัน เจ้าอาวาสวัดป่ามงคลสวนแก้วนิมิตดี เทศนาตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้เด็กและเยาวชนไม่ชอบเข้าวัด ห่างวัด ทำให้ไม่มีศีลธรรม ในเมื่อคนไม่มีศีลธรรม จิตใจก็เหมือนสัตว์เดรัจฉาน จะทำอะไรจะคิดอะไรมีแต่ความรุนแรง อย่างที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง เช่น วัยรุ่นขับรถไล่ฆ่ากัน ผู้ชายฆ่าผู้หญิง ลูกฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ตัวเอง เป็นต้น ซึ่งแต่ละเรื่อง ใจคอมันโหดร้ายเหลือเกิน ใจโหดผิดมนุษย์ ซึ่งคนดีๆ เขาจะไม่กล้าทำ ก็เป็นเพราะเราขาดศีลธรรมประจำใจ ทำให้คนขาดสติ ความยั้งคิด ก็เลยทำตามอารมณ์ความรู้สึก เกิดเหตุน่าเศร้าสลดใจ ได้ยินได้เห็นจนชาชิน ทั้งที่บ้านเราเป็นสังคมชาวพุทธ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไปก็ลา มาก็ไหว้ จิตใจดีงาม แจ่มใส จนชาวต่างชาติยกย่องว่า "สยามเมืองยิ้ม" โด่งดังทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่มีแต่ความจริงใจ สร้างความประทับใจแก่ชาวต่างชาติมานาน ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมาก

แต่ว่า ปัจจุบันนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ หรือเมืองหลวง ผู้คนไม่ค่อยรู้จักกัน เดินสวนกันยังไม่ทักกันเลย หน้าบึ้งตึง ปากไม่รู้อมอะไรอยู่ ไร้รอยยิ้มให้เห็น เพราะต่างดิ้นรนทำมาหากิน หาเงินเป็นหลัก ตรงกันข้าม ชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวกลับเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสียมากกว่า ส่วนเจ้าของนาม ยิ้มสยาม กลับหน้าบูด ใบหน้าเป็นทุกข์แทบจะทุกคน ซึ่งต่างกันกับสังคมหมู่บ้านห่างไกลในชนบท ความเอื้ออาทร ความรัก ความสามัคคียังมีต่อกันอยู่ ยังมีการแบ่งปันข้าวปลาอาหารให้แก่กัน เช่น ครอบครัวนี้ทำลาบ ทำต้ม ก็จะตักใส่ชามไปให้บ้านใกล้เรือนเคียง หากมีการทำขนม ก็จะแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน เป็นต้น ซึ่งเป็นสังคมน่าอยู่

ส่วนปัญหาคนเข้าวัดน้อย ซึ่งวัดขนาดเล็กกำลังมีปัญหา เนื่องจากพุทธศาสนิกชน ญาติโยมเสื่อมศรัทธา พระสงฆ์บางรูปปฏิบัติไม่ดีงาม ซึ่งก็ได้แต่บอกฝากญาติโยมให้ช่วยกันรักษาดูแลศาสนาพุทธ และอย่างให้พวกไม่หวังดีทำลายศาสนาอีกต่อไป...

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง