คอลัมน์: ไทยโพสต์: ปฏิรูปตำรวจต้องเกรงใจประชาชน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2560 00:00:49 น.

ยุทธศาสตร์ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศไทย ถือเป็นโรดแมปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเสมือนหนึ่งเป็นสัญญาประชาคมที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศไว้ตั้งแต่วันแรกที่กำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดิน

หนึ่งในยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศ ที่ได้รับความสน ใจและมีการเรียกร้องมากที่สุด คงไม่พ้น การปฏิรูปตำรวจ ซึ่งจัดอยู่ในนโยบายการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐบาลกำหนดให้เป็นภารกิจที่จะต้องเสร็จสิ้นและสามารถดำเนินการภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเป็นผลงานฝากไว้กับประ ชาชน โดยหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปชุดนี้มีภารกิจสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน 2.ปรับปรุงระบบการสอบ สวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม 3.เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมขององค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และ 4.ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิ ภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรม การปฏิรูปตำรวจซึ่งมี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และแม้ว่ารัฐบาล คสช.กำหนดให้ เป็นภารกิจที่จะต้องเสร็จสิ้นและสามารถดำเนินการภายในรัฐ บาลชุดนี้ เพื่อเป็นผลงานฝากไว้กับประชาชน แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการยังคงทำงานเหมือนวนอยู่ในอ่าง ปราศจากความก้าวหน้าใดๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ ด้วยเหตุผลการถกเถียงอภิปรายในที่ประชุมของคณะกรรมการยังไม่สามารถตกผลึก หรือเป็นชิ้นเป็น อันพอที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ว่าด้วยการไปสืบเสาะสอบ ถามความคิดเห็นจากประชาชนในภาคส่วนต่างๆ ตามขั้นตอนที่มีการกำหนดไว้เลย

มีรายงานข่าวอย่างสม่ำเสมอว่า ทุกครั้งของการประชุมจะมีการถกเถียงระหว่างคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก และคณะกรรมการตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อย่างไม่รู้จบ จนเป็นเหตุให้ข้อเสนอที่หลากหลายเพื่อการปฏิรูปตำรวจ ทั้งการให้พนักงานสอบสวนเป็นอิสระ ที่มาในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปราศจากการครอบงำทางการเมือง การแต่งตั้งโยกย้าย การสังกัดของหน่วยงานต่างๆ ใน สตช. หาข้อยุติไม่ได้ ในขณะที่ประธานคณะกรรมการก็ขาดภาวะผู้นำที่จะสรุปประเด็น เพื่อให้เป็นประโยชน์บนพื้นฐานของหลักการสำคัญนั่น ประชาชนต้องได้ประโยชน์จากการปฏิรูป

ระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ข้อมูลข่าวสารว่าด้วยการปฏิรูปตำรวจยังคงย่ำอยู่กับที่ กับสถานการณ์ในห้องประชุมที่ดูเหมือนจะเลือกเกรงใจตำรวจมากกว่าเกรงใจประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมจากคุณภาพของตำรวจ และการให้บริการของเจ้าหน้าที่รัฐตามกระบวนการยุติธรรม เพราะแม้แต่โจทย์ง่ายๆ ที่เห็นตรงกันในหลักการให้ถ่ายโอนภารกิจตำรวจ 11 ด้านไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง อาทิ จราจร ป่าไม้ ท่องเที่ยว รถไฟ ทางหลวง ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ด้วยเหตุผลว่าหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวนี้ ล้วนเป็นส่วนงานที่จะเกื้อกูลให้ตำรวจได้ครองยศและตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นทั้งสิ้น

หากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจไม่ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่ารักษาผลประโยชน์ของตำรวจ เชื่อว่าการปฏิรูปประเทศไทยด้านกระบวนการยุติธรรมก็คงจะเป็นแค่ "ปาหี่การเมือง" ว่าด้วยการปฏิรูปที่ไม่มีวันจะบรรลุวัตถุประสงค์ ที่สำคัญจะเปลืองเงินเปลืองงบประมาณแผ่นดินไปทำไมกับการตั้งคณะกรรมการเพื่อทะเลาะกันจบแล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ที่สำคัญคงจะทำให้ประชาชนเสียความรู้สึกมากถึงมากที่สุด ว่ารัฐบาลทหารก็ไม่แตกต่างกับนักการเมืองจากการเลือกตั้ง.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง