'บิ๊กตู่'ห่วงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ย้ำดูแลเต็มที่/เขื่อนอุบลรัตน์เต็มความจุ-เตือนคนท้ายน้ำเตรียมรับมือ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 11 ตุลาคม 2560 00:00:59 น.

ไทยโพสต์ * "บิ๊กตู่" ห่วงน้ำฝน-พายุ เตือน ปชช.รับมือคอยติดตามสถานการณ์กรมอุตุฯ ใกล้ชิด ส่วนระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีความจุเต็ม 100% ต้องเพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ 34 ล้าน ลบ.ม. พร้อมประกาศแจ้งเตือนพื้นที่ตอนใต้ของเขื่อนรับมือภาวะน้ำท่วม

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในเรื่องน้ำตนกังวลและเป็นห่วง เนื่องจากประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงจากปริมาณน้ำฝนและพายุที่เข้ามา เพราะไทยเป็นประเทศลุ่มต่ำ ปริมาณน้ำจึงไหลสะสมจากตอนบนลงมา ซึ่งมีผลกระทบมาโดยตลอด ขณะเดียวกันหากมีฝนตกที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลจะทำให้น้ำสะสมมากขึ้น จึงต้องแยกจากกันระหว่างการแก้ไขปัญหาน้ำของรัฐบาลกับการบริหารจัดกาน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง คือพื้นที่ทั่วประเทศและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ เราจะต้องเตรียมความพร้อม

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องสถานการณ์พายุก็ขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งตนได้สั่งการให้เผยแพร่สื่อแบบตัววิ่งในโทรทัศน์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ในเรื่องปริมาณน้ำฝนก็ขอให้ติดตามด้วย

"เรื่องน้ำทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าเราสามารถบริหารจัดการน้ำได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ไหลลงมาจากภาคเหนือ หรือปริมาณน้ำที่ตกลงมาขังท่วมในแต่ละพื้นที่ การระบายน้ำออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่เราพยายามจะทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ส่วนปัญหาพื้นที่นอกคันกั้นน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเป็นการระบายน้ำออกข้าง ถ้าน้ำฝนและพายุมาเพิ่มก็ต้องระมัดระวัง ขอเตือนประชาชนให้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ผมเป็นห่วงและพวกท่านก็ต้องเข้าใจ ภาระของรัฐบาลเวลานี้เราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดความเสียหาย เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่เราก็ต้องเข้าใจและเตรียมตัว อยู่กับธรรมชาติอย่างไรให้ได้ เพราะน้ำมามากกว่า เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องแก้ไขกันต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำฝนตามเขื่อนต่างๆ ที่จังหวัดขอนแก่น นายปรีชา จานทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ ล่าสุดวันนี้อยู่ที่ 2,487.56  ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102.31 ของความจุ โดยที่ในขณะนี้คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่นจึงมีมติร่วมกันในการเพิ่มการระบายน้ำในเป็นวันละ 34 ล้าน ลบ.ม. โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ทันที

"ขณะนี้เขื่อนอุบลรัตน์ได้เพิ่มการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำพองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำพองและแม่น้ำชี รวมไปถึงพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่ทางตอนล่างของเขื่อน"

นายปรีชากล่าวต่ออีกว่า ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้พื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น อ.น้ำพอง และพื้นที่จังหวัดทางตอนกลางจะประสบปัญหาน้ำท่วม บริเวณที่ติดกับแม่น้ำพองและแม่น้ำชี อย่างไรก็ตาม จากการระบายน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ และฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้าของวันนี้ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำพองมีปริมาณสูงขึ้นกว่าเมื่อวานประมาณ 20 เซนติเมตร ชาวบ้านที่อยู่ทางตอนล่างของเขื่อนอุบลรัตน์ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันพื้นที่ทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าว ขณะที่หลายหมู่บ้านได้นำกระสอบทรายมาทำการกั้นทางเดินของน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวอีกด้วย

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดได้มีการประกาศแจ้งเตือนรับมือกับพายุฝนที่จะตกลงมาครอบคลุมทั้งพื้นที่ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ โดยให้ทางอำเภอนั้นตรวจติดตามสถานการณ์และนำมาตรการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือต่างๆ มาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์นั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ขณะนี้เกินความจุอ่าง ทำให้ต้องมีการระบายน้ำออกเพิ่มเติมเพื่อรักษาสถานภาพของเขื่อน และเป็นไปตามกลไกของการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้นเมื่อมีการระบายน้ำเพิ่มก็จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่อำเภอตอนท้ายเขื่อน ประกอบด้วย อ.น้ำพอง อ.เมืองขอนแก่น รวมทั้งพื้นที่ตามแนวแม่น้ำพองซึ่งจะบรรจบกับแม่น้ำชี ที่จะมีสถานการณ์น้ำขึ้นฉับพลันครอบคลุมไปถึงพื้นที่ จ.มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด

"นอกจากแผนการบริหารจัดการน้ำแล้ว ทางจังหวัดยังคงมีการเน้นย้ำในแนวทางปฏิบัติว่าด้วยการเผชิญเหตุ การรับมือสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ซึ่งทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันอย่างเต็มความสามารถ ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งในการตรวจสอบพนังกั้นน้ำและแนวคันดิน หรือพื้นที่อ่างเก็บน้ำต่างๆ ว่าแข็งแรงและสามารถรับมือกับมวลน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการควบ คุมสถานการณ์เป็นไปตามขั้นตอน และก่อให้เกิดผล กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด" ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง