ห่วงประชาชนนอกแนวเขื่อน เตือนชาวบ้านยกของขึ้นที่สูง-จัดหน่วยแพทย์ตรวจโรคที่มากับน้ำท่วมขัง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 00:00:51 น.

กรุงเทพฯ * "อัศวิน" เตือนชาวบ้าน 430 หลังคาเรือนนอกเขื่อนยกของขึ้นที่สูง เร่งจัดหน่วยแพทย์ตรวจโรคมือเท้าเปื่อย-โรคฉี่หนู เฝ้าระวังวันที่ 17-18 ต.ค. น้ำเหนือ ทะเลหนุนสมทบฝนตก แต่ไม่กระทบ กทม.แน่นอน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ท่าเรือใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และตรวจเยี่ยมชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ว่าฯ กทม.และคณะบริหาร กทม.ล่องเรือตรวจพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีลงไปทางใต้ วกเรือกลับขึ้นทิศเหนือเพื่อตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมตามบริเวณจุดฟันหลอ โดยมีกระสอบทรายวางเรียงอุดตามบริเวณ รวมถึงชาวบ้านริมแม่น้ำบางส่วนนำกระสอบทรายมาวางเรียงตามแนวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา

พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยว่า กทม.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจความพร้อมตามแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาและหารือถึงมาตรการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากกรมชลประทานได้รายงานว่า แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นพื้นที่รองรับมวลน้ำจากทางภาคเหนือ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน พร้อมสั่งการให้ กทม.ดูแลประชาชนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

ต่อมา กทม.จึงเรียกประชุมหน่วยงานเพื่อระดมความคิดเห็นและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการทั้งหมดประจำสถานี เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ฝนจากเรดาร์ทั้ง 3 ตัวตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักการระบายน้ำว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้ปล่อยน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 2,600 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่วนจุดวัดน้ำที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา วัดได้ 2,300 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นั้น จุดวัดที่ อ.บางไทร สามารถวัดได้ที่ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที กทม.จึงไม่เป็นห่วงพื้นที่ที่อยู่ภายในแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบ้านเรือนประชาชนนอกเขตกั้นน้ำที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ 10 เขตรวม 18 ชุมชน จำนวน 430 ครัวเรือน

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วม พร้อมกำชับให้ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยวันนี้ทาง กทม.ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง เนื่องจากเริ่มมีน้ำไหลเข้าบ้านเรือนบางส่วนแล้ว อีกทั้งยังมอบหมายให้สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม โดยเฉพาะโรคมือเท้าเปื่อยและโรคฉี่หนู สำหรับประชาชนตามแนวป้องกันน้ำท่วมนั้น ได้รับแจ้งว่าในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะขึ้นสูงสุด อยู่ที่ระดับสูงกว่า 1.04 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ส่วนในวันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดที่ 1.15 ม.รทก. เพราะมีน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุนและน้ำฝน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าปริมาณน้ำดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อ กทม.อย่างแน่นอน เพราะแนวป้องกันน้ำท่วมของ กทม.สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกประมาณ 1 เมตร หากน้ำจะขึ้นมาสูงถึง 20 เซนติเมตรก็สามารถรับมือได้

"จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2494 และ 2554 ขณะนี้ กทม.ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 1,500 เครื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ แม้ฝนที่ตกลงอย่างหนักอาจเกิดน้ำท่วมขังบ้าง แต่ กทม.พยายามแก้ไขและระบายน้ำอย่างรวดเร็วที่สุด จากใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เหลือเพียง 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการสัญจร" พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า ทั้งนี้ สำนักการระบายได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่บริเวณสนามหลวงและโดยรอบพระบรมมหาราชวังให้เร่งระบายน้ำได้ทุกจุด.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง