คอลัมน์: รายงานพิเศษ: 'พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์' คอพาดเขียง!ลุ้น 'บิ๊กแป๊ะ' ลงดาบพา 'ปู' หนี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 18 ตุลาคม 2560 00:00:45 น.

คงต้องลุ้น คงต้องวัดใจระดับ "บิ๊กสีกากี" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการอย่างไรกับ "รองอู๊ด" พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการนครบาล 5 (รอง ผบก.น.5) ตำรวจที่ถูกโลกโซเชียลตีตราให้เรียบร้อยแล้วว่าเป็น "ตำรวจมะเขือเทศ" หลังจากเป็นผู้ขับรถพาอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปชายแดนจังหวัดสระแก้ว

ก่อนจะมีรายงานว่า "น้องปู" ของ "พี่แม้ว" ทักษิณ ชินวัตร เดินทางออกจากประเทศไทย และบินต่อไปเองที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถิ่นหลบหนีของพี่ชาย และต่อเครื่องไปอยู่ประเทศอังกฤษ ตามคำยืนยันของ พล.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เพราะล่าสุดคณะกรรมการสืบสวน    ข้อเท็จจริง ของกองบัญชาการตำรวจ นครบาล ที่มี พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เป็นหัวหน้าคณะกรรมการ มีมติเป็นเอกฉันท์

"ผิดวินัยร้ายแรง"!!!!การติดตามตัว "อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์" ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการขั้นตอนของหลักสากลที่ใช้ช่องทางอินเตอร์โพลที่มีสมาชิกทั้งหมด 192 ประเทศ ส่งเอกสารรายละเอียดและพฤติการณ์ความผิดคดีอาญาที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ เพื่อขอหมายน้ำเงินเพื่อสืบเสาะถึงแหล่งพักพิงของอดีตนายกฯ ปูซุกอยู่ที่ใด เพื่อนำไปสู่การขอออกหมายแดง ซึ่งเป็น "หมายจับสากล" เช่นเดียวกันกับกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มกระทิง    แดง

แม้ "ยิ่งลักษณ์" ยังไร้เงายากที่จะได้ตัวมาดำเนินดคี แต่สำหรับ "พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์" ผลการกระทำติดจรวด ถึงแม้รอดพ้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ ที่ผลดีเอ็นเอที่เก็บจากรถยนต์คัมรี่ หมายเลขทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้พา "ยิ่งลักษณ์" ล่องหน ไม่สามารถเทียบผลดีเอ็นเอได้ เนื่องจากดีเอ็นเอในรถคัมรี่มีดีเอ็นเอปนเปื้อนจำนวนมาก

แต่ความผิดทางวินัยตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ม.78 (1) ประกอบ ม.79 (6) พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ผิดวินัยร้ายแรง เพราะทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ซึ่งเจ้าตัวเดินก้มหน้าเข้ารับทราบข้อหา พร้อมน้อมรับผลการสอบสวน

จากนี้ต่อไปคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่นำโดย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ จะได้สรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมด เสนอไปยัง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินคดีทางวินัยร้ายแรงกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เมื่อพิจารณากำหนดโทษเสร็จ

เรื่องจะถูกเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก่อนเรื่องที่จะถูกเสนอไปยังระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม นอกจากโทษทางวินัย ที่คณะกรรมการของกองบัญชาการตำรวจนครบาลต้นสังกัดกำลังดำเนินการ ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงไล่ออกจากราชการ

คดีอาญาก็ยังถูกดำเนินควบคู่กันไป เมื่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้เจ้าหน้าที่ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีการใช้รถและใช้ป้ายทะเบียนปลอม เช่นเดียวกับผลดีเอ็นเอ ถึงแม้ไม่สามารถเทียบผลได้ แต่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังให้คณะทำงานเร่งหาพยานอื่นๆ เพิ่มเติม

ขณะที่ตำรวจมะเขือเทศพวงเดียว กันอีก 2 นาย คือ พ.ต.ท.สามิตร ไชอิ่นคำ  สว.กก.สส.ภ.จว.นครปฐม และ ด.ต. พรพิพัฒน์ มากบุญงาม ผบ.หมู่ อก.บก.จว.นครปฐม ช่วยราชการที่เดียวกันกับสารวัตรสามิตร ถูกแจ้งความเอาผิด พ.ร.บ. ศุลกากร ข้อหานำเข้าเครื่องยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ผ่านศุลกากร

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาย้ำอยู่ตลอด ในองค์กรมีทั้งคนดีและคนไม่ดี นิ้วไหนไม่ดีต้องตัดทิ้ง แต่ละปีสั่งให้ออกจากราชการหลายคน ต้องรอดูการกำหนดโทษที่ พล.ต.ท.ชาญเวช รรท.ผบช.น.จะพิพากษาอย่างไร แต่ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โทษผิดวินัยร้ายแรงสูงสุดถึงไล่ออกจากราชการ

งานนี้คงต้องรอดูดาบที่ "บิ๊กแป๊ะ" ผู้นำสีกากีเงื้อเอาไว้ จะฟันฉับลงมาหรือแค่แปะๆ แนบก้นเหมือนไม้เรียวเท่านั้น ต้องจับตา.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง