คำของพ่อ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2560 00:00:51 น.
ทีมข่าวการเมือง

"หมดนี้ก็ที่จะพูดเพราะว่ามนุษย์เราได้ไปแก้ไขได้ไปเปลี่ยนแปลงดัดแปลงธรรมชาติ จนทำให้ธรรมชาตินั่นเปลี่ยนออกมาเป็นคนละอย่าง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติเหมือนกัน เพราะว่าเป็นธรรมชาติของคน คนที่จะต้องขวนขวายหาที่อยู่ขวนขวายหาความสบาย ขวนขวายที่จะสร้างอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตน แต่ว่าการสร้างสิ่งต่างๆเป็นประโยชน์แก่ตนนั้น หรือทำอะไรที่ดัดแปลงธรรมชาติก็ย่อมอาจจะทำให้ธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลงไปจริงๆโดยที่ไม่อยู่ในควบคุมของผู้ที่ดัดแปลงนั่นเอง..."

ใกล้วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 26 ตุลาคมนี้ เข้ามาทุกที ภาพของ "ในหลวงรัชกาลที่ 9" ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ยังไม่หายไปจากความทรงจำของคนไทยทั้งชาติ

ทุกกระแสพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท ที่ทรงมีแต่ละด้านกลายเป็นลายลักษณ์อักษรทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าในหลักคิด การดำเนินชีวิต การแก้ไขปัญหา และวิกฤติแต่ละห้วง ยังก้องอยู่ในใจคนไทยทุกคน

ไล่เรียงตามห้วงระยะเวลาที่สำคัญ...

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535

"...เพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่าบ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่า เฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง

พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2526

...ถ้าอยากจะพูดก็พูดถึงเรื่องน้ำท่วมกันเสียก่อน เป็นเรื่องที่หมู่นี้ก็เรียกว่าเป็นอันดับหนึ่ง คนสนใจอันดับหนึ่ง ถ้าดูไปวิธีที่จะขจัดน้ำท่วมก็มีหลายวิธี และโดยมากก็ไม่ค่อยคิดกัน วิธีอย่างหนึ่งก็คือสูบน้ำ สูบน้ำอย่างไร ถ้าไม่ระวังก็เป็นการสูบน้ำใส่ให้คนอื่น คนอื่นก็ได้รับน้ำ ก็ทำให้เดือดร้อนต่อไป คนที่ได้รับน้ำนั้น ถ้ามีความสามารถที่จะสูบก็สูบต่อ หมายความว่าสูบต่อไปวนไปวนมา น้ำนั้นก็จะกลับมาที่เดิม เป็นอันว่าความเดือดร้อนนั้นได้แจกจ่ายออกไปให้ทั่วถึง แล้วก็ไม่มีระบบไม่มีระเบียบ ทำให้เสียกำลังในทางที่จะต้องใช้สูบน้ำ ถ้าใช้ไฟฟ้าก็เสียไฟฟ้า ถ้าใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นก็เสียเชื้อเพลิง ก็เป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง และทำให้เกิดเสียอีกอย่างก็คือเสียสุขภาพจิต เพราะถ้าหากว่าเราสูบน้ำออกไปทำให้ที่เราแห้ง สุขภาพจิตก็อาจจะดีขึ้น แต่ไม่ทันไรน้ำก็กลับมาอีก...

...อย่างที่กรุงเทพฯ นี่ สร้างเมืองก็ไปสร้างเมืองในบึง ไปสร้างเมืองในที่นาลุ่ม อันนี้ธรรมชาติก็เรียกว่าแก้เผ็ดคน ไปปลูกบ้านในที่ลุ่ม ไปปลูกบ้านในบึง เวลาธรรมชาติมีกำลังขึ้นมาก็แก้เผ็ดคน ก็มาท่วมเลย อันนี้เป็นของธรรมดา พูดถึงว่าทำไมมันท่วม ก็เพราะว่ากรุงเทพฯ ทรุด กรุงเทพฯ ทรุดนี่ไม่แน่ว่าทรุดแค่ไหนไม่ทราบ ทรุดเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ บางคนก็บอกว่าเพราะขุดน้ำบาดาลมาก แต่บางคนก็บอกว่าเพราะขุดสันดอนทำให้พื้นดินทรุด แต่ความจริงต้นเหตุของการท่วมนั้น ข้อใหญ่ก็คือไปสร้างบ้านในบึง ไปสร้างบ้านในที่ลุ่มนั่นเอง...

..แต่ทั้งหมดนี้ก็ที่จะพูดเพราะว่ามนุษย์เราได้ไปแก้ไข ได้ไปเปลี่ยนแปลงดัดแปลงธรรมชาติ จนทำให้ธรรมชาตินั่นเปลี่ยนออกมาเป็นคนละอย่าง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นธรรมชาติเหมือนกัน เพราะว่าเป็นธรรมชาติของคน คนที่จะต้องขวนขวายหาที่อยู่ ขวนขวายหาความสบาย ขวนขวายที่จะสร้างอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตน แต่ว่าการสร้างสิ่งต่างๆ เป็นประโยชน์แก่ตนนั้น หรือทำอะไรที่ดัดแปลงธรรมชาติ ก็ย่อมอาจจะทำให้ธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ โดยที่ไม่อยู่ในควบคุมของผู้ที่ดัดแปลงนั่นเอง"

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนาประจำเดือนสิงหาคม 2542

"เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป"

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในงานชุมนุมประจำปี ของสมาคมนักเรียนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 1 กันยายน 2526

"ความสามัคคีและความถือตัวว่าเป็นไทยนี้ เป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุด เพราะเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเรา และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารวมกันอยู่ได้ ให้เราดำรงชาติประเทศและเอกราชสืบมาได้ ทุกคนควรจะได้พยายามรักษาความเป็นไทยและความสามัคคีนี้ไว้ให้มั่นคงในที่ทุกแห่ง อย่ายอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาทำลายได้"

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 13 กรกฎาคม 2533

"ในการปฏิบัติงานนั้นย่อมมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อปัญหาเกิดขึ้นต้องแก้ไข อย่าทิ้งไว้พอกพูนลุกลามแก้ยาก ขอให้ทุกคนระลึกว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ได้ ถ้าแก้คนเดียวไม่ได้ก็ช่วยกันคิดช่วยกันแก้หลายๆ คน หลายๆ ทาง ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจักได้ไม่กลายเป็นอุปสรรคขัดขวาง และบั่นทอนทำลายความเจริญและความสำเร็จของการงาน"

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย 4 ธันวาคม 2541

"คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข"

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 31 ธันวาคม 2545

"คุณธรรมข้อหนึ่งที่ยังมีอยู่อย่างบริบูรณ์ในจิตใจของคนไทยก็คือ การให้ การให้นี้ไม่ว่าจะให้สิ่งใด แก่ผู้ใด โดยสถานใดก็ตาม เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องประสานไมตรีอย่างสำคัญระหว่างบุคคลกับบุคคล และให้สังคมมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นด้วยสามัคคีธรรม"

พระราชดำรัสสุดท้ายในรัชสมัย ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556

"ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพรและไมตรีจิตทั้งนั้นด้วยใจจริงเช่นกัน บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป".

ADVERTISEMENT