ปชป.แนะยึดคำสอน'พ่อ'ก้าวสู่ประชาธิปไตย

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2560 00:00:23 น.

กรุงเทพฯ * เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยปรากฏว่ายังไม่มีบุคคลใดส่งเอกสารหรือยื่นเอกสารเพื่อเข้ารับการสรรหาว่า ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เพราะขณะนี้ถือว่าเปิดรับสมัครมาเพียงครึ่งทางเท่านั้น และการรับสมัครนั้นจะเปิดต่อไปจนถึงวันที่ 10  พฤศจิกายน ทั้งนี้เข้าใจว่าบุคคลที่จะลงสมัครนั้นต้องใช้เวลาเตรียมตัว และรอพิจารณาบุคคลที่ยื่นเอกสารสมัครเข้ารับการสรรหาจะสู้ไหวหรือไม่

กรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ให้สิทธิ์กรรมการทาบทามหรือเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเข้าเป็น กกต.ได้โดยไม่ต้องยื่นใบสมัครได้นั้น ประธานสนช.แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นดังกล่าวถูกยกขึ้นหารือในที่ประชุมกรรมการสรรหา กกต. และหากจะดำเนินการอย่างใดนั้นต้องเป็นมติร่วมกันของที่ประชุม

ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา และหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปลด ล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ภายหลังพระราชพิธีสำคัญผ่านพ้นไปแล้วว่า หลังจากที่พสกนิกรชาวไทยประมาณเกือบ 20 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมใจกันไปถวายดอกไม้จันทน์  แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวไทยจงรักภักดีและเทิดทูนในสถาบันกษัตริย์ ซึ่งทรงสอนให้ทุกคนรักกัน และให้ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ซื่อตรง ก็ขอให้ชาวไทยตระหนักในคำสอนของพระองค์ท่านและน้อมนำมาปฏิบัติ

"หมายความว่าตั้งแต่รัฐบาล สนช. รวมถึงพรรคการเมืองและนักการเมืองทุกคน เพราะทุกคนทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องตรียมความพร้อม เพื่อที่จะให้ประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์"

เขากล่าวว่า ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันที่จะทำให้การเข้าถึงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขถูกต้องและมั่นคง ทุกคนทุกฝ่ายจึงต้องตระหนักในหน้าที่ของตนว่า จะทำอย่างให้เข้าถึงระบอบประชาธิปไตย นักการเมืองต้องนึกถึงความสามัคคีปรองดอง ต้องไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดคิดร้ายหรือคิดไม่ดีกับประเทศชาติและรัฐธรรมนูญ ส่วนผู้มีอำนาจก็ต้องพิจารณาดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมได้เท่าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคง และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง