4องค์กรร่วมจัดติวเข้มสร้าง'ครู'ผู้นำ เพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 00:00:51 น.

ต่อเนื่องจากการสนับสนุนให้เกษตรกรไทยได้นำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากทรัพยากรดินและน้ำ ทั้งเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และการปรับปรุงดินที่มีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ล่าสุดยังมีการสนับสนุนให้นำใบหญ้าแฝกที่ต้องตัดทิ้งทุก 3 เดือนมาสร้างงานหัตถกรรมที่สวยงาม และได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั้งในและต่างประเทศ และเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนอีกด้วย

ล่าสุดทั้ง 4 องค์กรร่วมจัด ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประ สานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มูลนิธิชัยพัฒนา, กรมพัฒ นาที่ดิน และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) จัด "อบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก (ลายซิกแซ็ก)" ภายใต้โครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แก่ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายประชาชนจาก 3 พื้นที่ ได้แก่ กลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา, กลุ่มจังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานหัตถกรรมให้กับ "ครู" วิทยากร ระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2560 ณ สวนพฤกษศาสตร์ 100 ปี กรมป่าไม้อ่างฤๅไน ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว

นางสาวสมพรสิริ เสริมรัมย์ หัวหน้าทีมบริหารเครือข่าย/หญ้าแฝก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ "อบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก (ลายซิกแซ็ก)"เป็นความร่วมมือของ 4 หน่วยงาน คือ กปร., มูลนิธิชัยพัฒนา, กรมพัฒนาที่ดิน และ ปตท. อันเกิดขึ้นจากการบูรณาการแนวทางในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดของการสร้างผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก ซึ่งทางเครือข่ายในชุมชนทั่วประเทศจำนวน 29 กลุ่ม ล้วนแล้วแต่มีความพร้อมและศักยภาพในการผลิตสินค้าจากใบหญ้าแฝกเพื่อส่งออกทั้งในและต่างประเทศอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังขาดก็คือฝีมือแรงงาน ทำให้อัตราการผลิตต่ำและผลิตผลงานได้ไม่สม่ำเสมอ ขณะที่แต่ละพื้นที่ของเครือข่ายมีจุดเด่นของหัตถกรรมไทยที่มีอัตลักษณ์ ลวดลาย ความสวยงามเฉพาะท้องถิ่นของตนเองที่ควรค่าแก่การสืบสานและเผยแพร่ จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานให้เกิดขึ้น ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อสร้างวิทยากร หรือครูผู้นำ จำนวน 30 คนจาก 3 ชุมชนที่มีความพร้อมให้ไปสอนชาวชุมชนของตนเองต่อไป

โดยการอบรมครั้งนี้เป็นการเรียนรู้การทำหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝกในการถักสานลวดลายซิกแซ็ก ซึ่งเป็นลวดลายอัตลักษณ์ของกลุ่มจังหวัดพะเยา ที่ทางร้านภัทรพัฒน์ จากมูลนิธิชัยพัฒนา คัดเลือกขึ้นจากลายสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ซื้อ และมีตลาดรองรับทั้งในประเทศและส่งออกขายไปยังต่างประเทศ ทางเราจึงเชิญวิทยากรจากเครือข่ายกลุ่มพะเยาให้มาถ่ายทอดองค์ความรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแบ่งปัน ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้เริ่มต้นเรียนรู้งานหัตถกรรมตั้งแต่พื้นฐาน อาทิ การทำโมเดลไว้สำหรับขึ้นแบบ, เทคนิคการดูและเลือกใบหญ้าแฝก, การเลือกพันธุ์หญ้าแฝกในการใช้ถักสานผลิตภัณฑ์, การเรียนทำลายซิกแซ็ก 3 แบบ ตลอดจนสามารถปฏิบัติได้ จนแล้วเสร็จเป็นผลิตภัณฑ์ตะกร้าเพื่อวางจำหน่ายออกสู่ตลาดต่อไปได้ในอนาคต

สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการอบรม เราใช้วิธีเปิดรับสมัครจากสมาชิกกลุ่มเครือข่ายทั่วประเทศที่มีความสนใจและพร้อมที่จะมาพัฒนา ฝีมือแรงงาน โดยมีเงื่อนไขว่า แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมาอบรมจำนวน 10 คน และตัวแทนเหล่านี้ต้องสามารถเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้จากการอบรมต่อไปยังผู้อื่นในชุมชนของตนได้ นอกจากนี้ กลุ่มที่เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ต้องมีการเตรียมประชาชนสำหรับไว้ขยายผลในการถ่ายทอดความรู้จาก 10 ตัวแทนวิทยากร ซึ่งในแต่ละกลุ่มได้มีการเตรียมคนสำหรับร่วมเรียนรู้ไว้พื้นที่แห่งละ 100 คน

นางสาวสมพรสิริ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีสมาชิกของกลุ่มเครือข่ายที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการจำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของ ต.คลองตะเกลา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา, กลุ่ม ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา และกลุ่ม ต.โคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 คน ระยะเวลาการฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 5 วัน

"เป้าหมายจากการอบรมครั้งนี้ เราคาดหวังว่าจะสามารถขยายผลพัฒนาฝีมือแรงงานไปยังคนในชุมชนให้มีความพร้อมศักยภาพในการสร้างฝีมือออกสู่ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังนำความรู้ที่ได้มาต่อยอด ปรับใช้ สามารถสร้างภูมิปัญญาสะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่นตนเองได้ รวมถึงร่วมสืบสานถ่ายทอดต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นการเพิ่มรายได้เสริมให้กับกลุ่มชาวบ้าน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ในชุมชนในการยังชีพต่อไปได้" นางสาวสมพรสิริ กล่าวด้านนางภากมล รัตตเสรี รองเหรัญญิกสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเดินทางมาร่วมงานอบรมครั้งนี้ เปิดเผยว่า สำหรับมูลนิธิชัยพัฒนาไม่ได้เน้นงานผลิตภัณฑ์เป็นต้นทางในการดำเนินงาน แต่ต้นทางก็คือการปลูกหญ้าแฝก มูลนิธิชัยพัฒนาช่วยทำหน้าที่ปลายทาง ด้วยการช่วยนำผลิตภัณฑ์มาวางจำหน่ายในนามตราผลิตภัณฑ์ของร้านภัทรพัฒน์ ซึ่งเป็นตราพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ทั้งนี้ โดยมีจุดเริ่มต้นเริ่มจากท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ได้ให้โจทย์ไว้ว่าเราทำเรื่องหญ้าแฝก และก็มีชาวบ้านทำเรื่องผลิตภัณฑ์ ก็เลยให้ลองไปดูว่าเราจะสามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้บ้าง ซึ่งในขณะนั้นเรายังไม่มีไอเดียหรือแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไรเลย จึงเป็นการไปช่วยซื้อเท่านั้นเอง

โดยในสมัยนั้น กลุ่มแม่บ้านใน  การผลิตก็ยังมีจำนวนน้อย เพียงแค่ 2-3 กลุ่ม งานก็เป็นฝีมือแบบชาวบ้านทำ ยังไม่มีการพัฒนารูปแบบสีสัน เมื่อนำมาขายก็ไม่ได้หวังจะเอากำไร เพียงแค่รับมาขายเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่พอทำมาสักระยะหนึ่ง เรามองว่าผลิตภัณฑ์จากหญ้าแฝกมีความสวยงาม ฝีมือที่ทำก็มีความละเอียด หากมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายช่องทางการตลาด ว่าหากขายสินค้าเฉพาะในร้านภัทรพัฒน์จะมีคนรู้จักเราน้อยมาก ช่องทางค่อนข้างแคบ จึงจำเป็นต้องยกระดับผลิตภัณฑ์พวกนี้ให้มีความอินเตอร์ขึ้น จึงขยายสินค้าไปยังงานแฟร์ โดยงานแฟร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นก็คืองาน BIG+BIH ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเราต้องใช้เวลาสะสมผลิตภัณฑ์หญ้าแฝกจากชาวบ้านเพื่อนำมาจัดแสดงและจำหน่ายถึง 1 ปีเต็ม

ในระหว่างนั้นทางมูลนิธิจะมีการลงพื้นที่ไปยังกลุ่มชาวบ้าน เพื่อไปพูดคุยให้ไอเดียในการผลิต การชี้แนะแนวทางรูปทรง ลวดลาย การเลือกสีสัน ซึ่งต้องเผชิญกับอุปสรรคในการที่ชาวบ้านจะยอมรับกันพอสมควร แต่ในที่สุดก็ฝ่าฟันมาได้ และผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาก็สามารถขายได้และขายได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังให้กลุ่มชาวบ้านที่เขาผลิตมาดูงานในงานแฟร์ที่จัด ให้เห็นว่ากลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร ให้เห็นถึงการยกระดับสินค้าจากท้องถิ่นมาเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกมีกำลังใจและเริ่มที่อยากจะพัฒนาสินค้า

โดยการพัฒนาสินค้าทางมูลนิธิก็ร่วมกับ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาช่วยพัฒนารูปแบบและเทคนิคในการดีไซน์ไปตามแต่ละกลุ่มชาวบ้านที่มีความพร้อม ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ร่วมทำกับ ปตท. โดย ปตท.ก็ให้งบประมาณสนับสนุน และนี่คือจุดเริ่มต้นที่เรามองว่าเดินมาถูกทาง และหญ้าแฝกก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเราก็ไม่ได้ขายแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ตัวผลิตภัณฑ์ของเรามีที่มาที่ไป มีประวัติความเป็นมา ว่ากว่าจะมาเป็นสินค้าตัวนี้ กว่าจะมาเป็นตะกร้าใบหนึ่ง ต้นน้ำมันคืออะไร ซึ่งมันมาจากการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้หญ้าแฝก อันเป็นโครงการจากพระราชา และการอบรมครูผู้นำในครั้งนี้ก็นับเป็นการช่วยต่อยอดการสืบสานงานหญ้าแฝกของในหลวงรัชกาลที่ 9 และการอนุรักษ์งานหัตถกรรมของไทย ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มไว้

ทางด้าน นางวันดี มยุลา อายุ 56 ปี ตัวแทนวิทยากรจากกลุ่มจังหวัดพะเยา เผยว่า จากเดิมตนเองมีความสนใจในงานหัตถกรรมจากหญ้าแฝกซึ่งเป็นพืชของพระราชา จึงขอเข้าร่วมกลุ่มเพื่อเรียนรู้ไว้สำหรับเป็นอาชีพเสริมในขณะว่างจากการเพาะปลูกข้าว ซึ่งทางชุมชนในพะเยาก็ผลิตผลิตภัณฑ์หญ้าแฝกเป็นสินค้าจำพวก หมวก กระเป๋า ตะกร้า เก้าอี้ รองเท้า ให้กับทางร้านภัทรพัฒน์ และในครั้งนี้ตนเองได้มีโอกาสเป็นวิทยากรในการสอนทำลายซิกแซ็ก ซึ่งเป็นลายอัตลักษณ์ของพะเยาออกสู่เพื่อนในชุมชนอื่นๆ ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจอย่างมาก เพราะเป็นการช่วยอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาในถิ่นตนออกไปไม่ให้สูญหายด้วย ซึ่งกลุ่มผู้เรียนก็มีความตั้งใจ แต่ละคนก็มีฝีมือสามารถเรียนรู้ได้ทุกลาย ทุกแบบตามที่สอน หลังจากนี้ก็ต้องอยู่กับความฝึกฝน เพื่อให้ชิ้นงานมีความละเอียด สวยงามยิ่งขึ้น

ขณะที่ นางสาวรุ่งอรุณ โถทอง อายุ 46 ปี ประธานกลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ จ.ฉะเชิงเทรา และเป็นผู้เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ กล่าวว่า ทางกลุ่มสนใจเข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าลายซิกแซ็กของกลุ่มพะเยามีความสวยงาม สามารถนำมาปรับใช้กับงานประดิษฐ์ และงานเครื่องประดับของกลุ่มเราได้ ซึ่งเป็นประโยชน์มากในการนำมาต่อยอด อาจนำมาปรับใช้ให้เป็นลวดลายอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มของเราได้ ซึ่งมีผลทางการตลาด หากประสบความสำเร็จ การผลิตก็จะเพิ่มขึ้น ชาวบ้านก็จะมีงานทำและรายได้เพิ่มขึ้น

โดยการฝึกอบรมครั้งนี้เหมือนเป็นการยกภูเขาลูกใหญ่ เนื่องจากกลุ่มสมาชิกของเราไม่เคยสานลวดลายมาก่อน เคยแต่ทำงานทอ แฝกฟั่น การมัดมากกว่า ลวดลายที่ได้เลยยังไม่ละเอียด สวยงามเท่าที่ควร แต่หลังจาก 2 วันแรกที่อบรม เมื่อฝึกฝนมุ่งมั่น ลวดลายที่ออก

มาก็สวยงามมากขึ้น และในกลุ่มก็แบ่งงานให้
ทำตามลายที่ถนัดไว้ก่อน แล้วค่อยมาร่วมแบ่งปันถ่ายทอดกันอีกที

นางวาสนา พุฒหอม อายุ 46 ปี  ผู้เข้าร่วมการอบรมจาก จ.เพชรบูรณ์ บอกว่า มีความสนใจอยากเข้าร่วมฝึกหัตถกรรมลายซิกแซ็ก เพราะเป็นลายของถิ่นอื่นซึ่งยังไม่เคยทำ เพื่อจะนำมาประยุกต์ใช้กับกลุ่มงานของตน และนำไปขยายงานต่อไปยังคนอื่นๆ ในชุมชน เพราะงานหัตถกรรมเหล่านี้สามารถสร้างรายได้เสริมในเวลาว่างให้กับครอบครัวต่อเดือนถึง 4,000-5,000 บาท ซึ่งจากการเรียนลายซิกแซ็กแล้วก็รู้สึกสนุกสนาน ได้ความรู้จากลายใหม่ๆ และพร้อมที่จะไปถ่ายทอดลวดลายเหล่านี้ให้กับคนในชุมชนต่อไป

ปิดท้ายที่ นางทองคำ จามใจ อายุ 68 ปี ผู้เข้าร่วมการอบรมจาก จ.นครราชสีมา เผยว่า จุดเริ่มต้นที่มารวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก เนื่องจากเห็นชาวบ้านปลูกแฝก แล้วนำใบมาทำผลิตภัณฑ์ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาสอน จึงเข้าร่วมมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งเป็นอาชีพเสริมจากการทำไร่อ้อย พอทราบว่าจะมีการอบรมครั้งนี้ จึงอยากมาร่วมเรียนรู้ลวดลายใหม่ๆ มาพัฒนาฝีมือของตัวเองต่อไป และถึงแม้การทำลายจะยากเพราะไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็จะตั้งใจจะพยายามฝึกฝนให้มากๆ จนสามารถเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกขายได้

ทั้งนี้ หลังจากการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานหัตถกรรมผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก (ลายซิกแซ็ก) ทางตัวแทนสมาชิกทั้ง 10 คนจากกลุ่มเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการจะต้องนำความรู้ไปถ่ายทอดแบ่งปันให้คนในชุมชนของตนต่อไป เพื่อให้กระบวนการทำงานเกิดการขยายผลและต่อยอดความคิดได้อย่างกว้างขวาง โดยกลุ่มของ ต.คลองตะเกลา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จะเป็นพื้นที่แรกในการจัดกิจกรรมส่งต่อความรู้แก่คนในชุมชนจำนวน 100 คน ภายในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้.

บรรยายใต้ภาพ
น.ส.สมพรสิริ เสริมรัมย์
นางภากมล รัตตเสรี
นางวันดี มยุลา
น.ส.รุ่งอรุณ โถทอง
นางวาสนา พุฒหอม
นางทองคำ จามใจ
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง