ข่าวอินโฟเควสท์
23:37 บอนด์ยิลด์สหรัฐร่วง หลังนักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตร รับข่าวระเบิดย่านไทม์สแควร์   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ จากการที่นักลงท…
23:23 ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยดอลลาร์อ่อนค่า ขณะจับตาประชุมเฟด   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ …
22:53 ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเกิดเหตุระเบิดย่านไทม์สแควร์ นักลงทุนซื้อขายระมัดระวังก่อนประชุมเฟด   ดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยถูกกดดันจากเหตุระเบิดในย่านไทม์สแค…
22:25 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.0 แมกนิจูดทางตะวันตกของอิหร่านวันนี้   จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับเมืองเอซเกเล แต่สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึ…

ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพ'ก้าวสู่การเป็นเกษตร4.0'

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 00:00:45 น.

เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการ "ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช" โดยสนับสนุนชาวนาตำบลท่างาม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ให้สามารถเข้าถึงความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีตามแนวทางการจัดการเกษตร 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มชาวนาให้พร้อมยกระดับเป็นผู้ประกอบการ มุ่งสู่การเป็น "ศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์และข้าวอินทรีย์ของจังหวัดพิษณุโลก" อันจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชาวนาและสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค เป็นชุมชนตัวอย่างที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ได้ให้การสนับสนุนการทำเกษตรและต่อยอดศักยภาพของชาวนาในตำบลท่างาม โดยมีระยะเวลาการดำเนินงาน 2 ปี (พ.ศ.2560-2561) มีชาวนาแกนนำจำนวน 14 ครอบครัวเข้าร่วมโครงการ และมีการจัดสรรพื้นที่นาที่มีความพร้อมในการปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งหมด 60 ไร่ โดยตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ได้ร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์การทำงาน เติมความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงการเชื่อมเครือข่ายการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานต่างๆ และจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนต่อไป

โดยมีเป้าหมายการยกระดับกลุ่มชาวนาสู่การเป็นผู้ประกอบการ "ศูนย์เมล็ดพันธุ์และข้าวอินทรีย์จังหวัดพิษณุโลก" เพื่อส่งต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค และเป็นชุมชนตัวอย่างในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาไปประยุกต์ใช้ โดยในปีนี้ โครงการปลูกข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช เน้นใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการในการทำเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายเกษตร 4.0 อันจะช่วยแก้ไขปัญหาด้านแรงงานที่มีจำนวนลดลง และเกษตรกรที่เป็นแรงงานสูงอายุเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม "อินทัช" ได้กำหนดกรอบการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเกษตร 4.0 อย่างเข้มแข็งใน 4 แนวทาง คือ 1.พัฒนากลุ่มสมาชิกชาวนา ส่งเสริมการรวมกลุ่มและสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการและภูมิปัญญาชุมชนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2.พัฒนาและเชื่อมการใช้ทรัพยากรจากเครือข่ายอย่างเหมาะสม เพื่อแลกเปลี่ยน แบ่งปัน และสร้างประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งเชื่อมการทำงานกับศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อันจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพการผลิตอย่างเป็นระบบ

3.พัฒนาผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นการผลิตเมล็ดพันธุ์และข้าวปลอดสารเคมีตามมาตรฐาน GAP มุ่งสู่มาตรฐานอินทรีย์ (พื้นที่ท่างามเป็นแหล่งผลิตพันธุ์ข้าวขาวหอมมะลิ 105 ปลูกเป็นข้าวสารจำหน่าย ส่วนพันธุ์ข้าวพิษณุโลก 2 และพันธุ์ข้าว กข 49 ปลูกเพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์) และ 4.เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น ฝึกการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาการทำงานและสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง

ทั้งนี้ นายเอนก พนาอภิชน รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ได้กล่าวถึงการให้การสนับสนุนการจัดโครงการในครั้งนี้ว่า "เรามุ่งเน้นให้ชาวนาไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดกลุ่มชาวนาที่มีความเข้มแข็งด้วยการยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการ และรู้จักนำประโยชน์ของเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสม ในปีนี้ อินทัชจึงเข้าไปส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ เน้นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรที่เหมาะสมกับชุมชนขนาดเล็กเข้ามาช่วย เพื่อลดขั้นตอน ระยะเวลา และต้นทุนในการปลูกและเก็บเกี่ยว

"เราได้ให้ความรู้กับกลุ่มเกษตรกรควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับสมาชิกโครงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การให้ความรู้ด้านการตลาด และการเตรียมเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ทั้งหมดจึงสอดคล้องกับหนึ่งในกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอินทัช คือการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนและสังคม ซึ่งตำบลท่างามเป็นพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรมของจังหวัดพิษณุโลก จึงมีความพร้อมและมีศักยภาพสูง เราจึงมองว่าพื้นที่นี้มีศักยภาพสูงที่จะเป็นศูนย์เมล็ดพันธุ์และข้าวอินทรีย์ของจังหวัดพิษณุโลกได้ต่อไป"

สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวและส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ตำบลท่างาม ปัจจุบันกลุ่มชาวนาได้จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และกำลังเข้าสู่กระบวนการขอรับรองสถานะเป็นศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ฯ คาดการณ์ว่าจะได้รับสถานะเป็นศูนย์จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ชุมชนและเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี พ.ศ.2562 และคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2564 ข้าวจะได้การรับรองมาตรฐานอินทรีย์อย่างถูกต้องต่อไป.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง