ข่าวอินโฟเควสท์
23:37 บอนด์ยิลด์สหรัฐร่วง หลังนักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตร รับข่าวระเบิดย่านไทม์สแควร์   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ จากการที่นักลงท…
23:23 ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยดอลลาร์อ่อนค่า ขณะจับตาประชุมเฟด   ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ …
22:53 ดอลลาร์อ่อนค่า หลังเกิดเหตุระเบิดย่านไทม์สแควร์ นักลงทุนซื้อขายระมัดระวังก่อนประชุมเฟด   ดอลลาร์อ่อนค่าลง โดยถูกกดดันจากเหตุระเบิดในย่านไทม์สแค…
22:25 เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.0 แมกนิจูดทางตะวันตกของอิหร่านวันนี้   จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับเมืองเอซเกเล แต่สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึ…

'จีน' กับวิวัฒนาการสังคมไร้เงินสด

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 00:00:33 น.

สาธารณรัฐประชาชนจีนถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลก ด้วยประชากรจำนวนมหาศาล มูลค่าการค้า การลงทุน การอุปโภคบริโภคต่างๆ มีปริมาณสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จึงไม่น่าแปลกใจนักเมื่อ "จีน" ขยับตัวแต่ละทีจึงเป็นที่จับตามองอย่างมาก

"จีน" เป็นประเทศหนึ่งในผู้นำที่พัฒนาเทคโนโลยีการเงินที่ทันสมัย เปลี่ยนผ่านจากสังคมที่ต้องพกเงินสด พกเครดิตการ์ดต่างๆ ติดตัวไปเพื่อไว้ใช้จ่าย เป็นการพกเพียง "โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง" ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ จับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องมิจฉาชีพเหมือนประเทศอื่นๆ อีกต่อไป

สังคมไร้เงินสด ถือเป็นพื้นฐานด้านนวัตกรรมทางการเงินของจีน ไปแล้ว อาทิตย์เอกเขนก ได้มีโอกาสเดินทางไปจีน และได้พบเจอกับประ สบการณ์ที่ทันสมัยด้านเทคโนโลยีทางการเงินที่น่าสนใจ และถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ไทยจะหยิบยกมาเป็นแบบอย่างในการผลักดันนวัตกรรมทางการเงินให้ทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมการใช้ QR Code ถือเป็นเรื่องปกติในจีนไปแล้ว แม้ว่าเราจะเดินไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อของตามร้านค้าโนเนม ร้านค้าข้างทาง ร้านค้าเหล่านี้ก็พร้อมที่จะรับชำระเงินผ่านระบบ QR Code ทั้งหมด แถมบางร้านยังยินดีมากกว่าการรับชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินสดเสียด้วยซ้ำ การรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code นี้ไม่ได้มีแค่ในรูปแบบร้านค้าเท่านั้น แต่เป็นแผงลอยเล็กๆ ร้านขายอาหารข้างทางก็เรียกว่าพร้อมกับการรับชำระค่าบริการผ่านระบบอันทันสมัยนี้อย่างมาก

ผู้รู้บอกกับ อาทิตย์เอกเขนก ว่ามีแหล่งค้าขายบางที่ที่รับชำระค่าบริการเป็นระบบ QR Code เท่านั้น ซึ่งนั่นสะท้อนถึงความสะดวกสบายของประชาชนชาวจีนอย่างมาก นั่นคือไม่ต้องพกเงินสดติดตัว ทำให้ไม่เป็นอันตรายจากมิจฉาชีพ จนแทบจะพูดได้ว่าอาชีพมิจฉาชีพในจีนนั้นตอนนี้ทำมาหากินลำบากมากทีเดียว

คำถามที่ตามมาคือ "เรื่องความปลอดภัย" คนไทยอาจจะกังวลเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะมิจฉาชีพสมัยนี้เก่ง แฝงตัวมาในหลายๆ รูปแบบ ยิ่งอาศัยช่องว่างของเทคโนโลยีกับความชำนาญของคนไทยที่อาจจะยังไม่แคล่วคล่องเรื่องนี้มากนัก ทำให้เกิดความสนใจในประเด็นนี้ค่อนข้างมาก

โดยคนจีนที่ปักกิ่งยืนยันว่า ระบบ QR Code เป็นระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย เพราะไม่ใช่แค่มีสมาร์ทโฟนเท่านั้นก็ใช้งานได้ แต่ต้องมีการใส่รหัส ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ใส่รหัสเพียง 1 หรือ 2 ครั้งถึงจะใช้ได้ ต้องมีการใส่รหัสหลายซับหลายซ้อน ซึ่งถือว่ามีความปลอดภัยค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ใช้คลายความกังวลไปได้ในหลายส่วน และด้วยความสะดวกสบายนี้เอง ทำให้ชาวจีนส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ลดการพกพาเงินสดเท่านั้น แต่ยังหันมาใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีนค่อนข้างเฟื่องฟูไม่แพ้กับระบบการเงินที่ทันสมัยนั่นเอง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าเป็นวันคนโสดนั่นเอง หลายประเทศก็มีกิจกรรมสำหรับคนโสด เช่น การออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่เป็นคนโสดด้วยกัน แล้วยังมีอีกกิจกรรมในประเทศจีนที่น่าสนใจคือ การซื้อของผ่านระบบออนไลน์ให้คนที่แอบชอบอีกด้วย ตรงนี้เองที่เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ว่ากันว่า ในวันที่ 11.11 หรือ 11 พ.ย.นี้เอง ถือว่าเป็นวันที่ยอดขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ในจีนพุ่งสูงเป็นประวัติศาสตร์ จนเรียกว่าเป็นเทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์ระดับโลกไปเลยก็ว่าได้

และเมื่อมาดูสรุปตัวเลขยอดขายสินค้าออนไลน์เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 ผ่านเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังอย่าง "อาลีบาบา" พบว่า เพียง 2 นาทีแรกเท่านั้นก็สามารถสร้างยอดขายที่สูงเป็นประวัติศาสตร์ ทุบทุกสถิติได้แล้วที่ 3.3 หมื่นล้านบาท และภายใน 1 ชั่วโมง ยอดขายทะยานแตะ 3.3 แสนล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

"แจ็ก หม่า" ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในวันที่ 11 เดือน 11 นี้ไว้ว่า ภายใน 1 ชั่วโมงแรกน่าจะมียอดขายเติบโตอยู่ที่ระดับ 3.5 หมื่นล้านบาท แต่กลับไม่เป็นอย่างที่แจ็ก หม่า ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะทุกอย่างมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มากมาย และเมื่อครบ 24 ชั่วโมง พบว่ายอดขายในวันคนโสดผ่านระบบออนไลน์ในจีนพุ่งทะยานไปแตะถึง 8.37 แสนล้านบาท หรือ 1.68 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 42.7% พูดกันอย่างไม่ต้องอายเลยว่า ช็อปปิ้งออนไลน์ในวันคนโสด 11.11 ของจีนนี้ร้อนแรงกว่าเทศกาลช็อปปิ้งดังๆ ในสหรัฐเสียอีก

คนจีนส่วนใหญ่ยืนยันว่า การช็อปปิ้งผ่านระบบออนไลน์ และจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอะไรที่สะดวกสบายมาก พวกเขาสามารถใช้จ่ายได้อย่างเสรีในการเลือกซื้อสินค้า ไม่ต้องไปแออัดยัดเยียดเบียดกับคนอื่นๆ สั่งสินค้าตอนเช้า โอนเงิน ตกเย็นสินค้าก็มาส่งถึงประตูบ้าน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจนักหากตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อาจจะไม่ได้เห็นชาวจีนออกมาเดินพลุกพล่านเหมือนที่ผ่านมา กลับมีเพียงนักท่องเที่ยวทั้งแถบเอเชียและยุโรปออกมาเดินเสพบรรยากาศความคลาสสิกตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของประเทศจีน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าระบบการเงินของจีนจะมีการพัฒนาไปอย่างมาก แต่ท้ายที่สุดก็ยังหลงเหลือความเป็นมาตรฐาน นั่นคือการใช้จ่ายผ่านระบบเงินสด เพราะยังมีบางตลาดที่เน้นขายของให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องรับชำระค่าสินค้าและบริการเป็นแบบเงินสดและบัตรเครดิตเท่านั้น.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง