คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: ข้อกังวลสร้างโรงไฟฟ้าขยะตำบลปาฝา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 00:00:45 น.
กลุ่มอนุรักษ์ตำปาฝา จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อเร็วๆ นี้ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ตำบลปาฝา อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เคลื่อนไหวต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะขนาด 9.9 เมกะวัตต์ในพื้นที่ โดยชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ตำบลปาฝา เนื่องจากทางกลุ่มอนุรักษ์ตำบลปาฝามีข้อกังวลต่อการดำเนินโครงการศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย จังหวัดร้อยเอ็ด ขนาด 600 ตัน/วัน จาก 12 อำเภอ ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินโครงการตั้งอยู่ที่ตำบลปาฝา อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยเหตุผลดังนี้

1.ปัญหากลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง จากการนำขยะ 600 ตัน/วัน จาก 12 อำเภอ มาเผาในศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอยในพื้นที่บริเวณเขตตำบลปาฝา ซึ่งทางกลุ่มมีข้อกังวลว่าจากกระบวนการนำขยะมาเผาจะส่งกลิ่นเหม็นและฝุ่นละอองต่อชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านมลภาวะที่เป็นพิษ มลภาวะเสียง อากาศ ฝุ่นละออง และกลิ่นเหม็น

2.ทำเลที่ตั้งของโครงการก่อสร้างศูนย์ กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีกำลังการผลิตขนาด 600 ตัน  /วันนั้น ตั้งอยู่ไม่ห่างชุมชน โรงเรียน วัด และโรงพยาบาล อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยเลิงอีเฒ่า ซึ่งการที่โรงงานกำจัดขยะมูลฝอยตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่สำคัญ ย่อมอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้คนที่ใช้ชีวิตประจำวัน ประกอบกับอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของลำห้วยที่มีการเชื่อมต่อกับลำห้วยอื่นๆ เมื่อมีน้ำเสียไหลลงแหล่งน้ำ ซึ่งล้วนแล้วแต่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชนโดยรอบโครงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3.ปัญหาการไม่มีกระบวนการประชาคมใน   ชุมชน ทั้งนี้ สถานที่ก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีกำลังการผลิตขนาด 600 ตัน/วัน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลปาฝา ซึ่งเป็นตำบลที่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ และยังมีอีกตำบลคือตำบลจังหาร ที่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ แต่ทางบริษัทไม่เคยที่จะมาทำการประชาคมเพื่อฟังเสียงชาวบ้านในพื้นที่

4.ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ ได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับกลุ่มคนที่ลงมาเก็บข้อมูลในระดับพื้นที่ ดังนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าข้อมูลตามเอกสารชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมการให้ข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เพราะการจัดทำการศึกษาจะต้องให้ครอบคลุมพื้นที่ของกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสียอย่างจริงๆ

5.ปัญหาน้ำเสีย เนื่องจากว่ากระบวนการของโรงงานที่ผ่านมา หลายโรงงานยังไม่สามารถจัดการน้ำเสียของโรงงาน จึงทำให้ทางกลุ่มยังไม่เชื่อว่ากระบวนการจัดการน้ำเสียจะมีประสิทธิภาพ และอาจไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำทั้งบนดินและใต้ดินที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์

6.การไม่รับรู้ข้อมูลข่าวสาร กระบวนการดำเนินก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีกำลังการผลิตขนาด 600 ตัน/วัน ทางเทศบาลและบริษัทควรชี้แจงให้ประชาชนในระดับพื้นที่ผู้มีส่วนได้เสียได้รับรู้ข้อมูลเบื้องต้นก่อน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีข้อมูลนำไปประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่มีกระบวนการเซ็น MOU แล้วค่อยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น นั่นย่อมหมายถึงการมัดมือชาวบ้านชก จึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง

ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านยังได้ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการ จ.ร้อยเอ็ด โดยมีข้อเรียกร้องให้มีการจัดประชุมประชาคมทั้งตำบลปาฝา เพื่อให้ชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีโครงการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยและผลิตไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีกำลังการผลิตขนาด 600 ตัน/วัน ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่

รวมทั้งให้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลปาฝาซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งโครงการ เนื่องจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้มีการกำหนดผู้เข้าร่วม ซึ่งที่จริงควรจะเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียได้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นด้วย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง