คอลัมน์: แวดวงฅนการเมือง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 00:00:44 น.
พีแอล

สายข่าวทำเนียบฯ คงลุ้นทั้งสัปดาห์กับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล "บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เป็นชุดที่ 5 ซึ่งล่าสุด "บิ๊กตู่" เผยว่าจัดทำโผ ครม.ชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมตอบคำถามผู้สื่อข่าวยืนยันว่า 2 ป. "บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" และ "บิ๊กป๊อกพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" ยังอยู่ แม้ว่าที่ผ่านมา 2 ป. อาจจะเป็นเป้าใหญ่ที่ประชาชนต่างมีความรู้สึกไม่ชอบ-ไม่ไว้วางใจจากกรณีต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความรักและบารมีอันเหนียวแน่น คงไม่อาจทำให้ "บิ๊กตู่" ทิ้งได้ลงคอ...*

นอกจากนี้ "บิ๊กตู่" ยังบ่นกำชับขอให้จบเรื่องปรับ ครม. เลิกลือเสียที นักการเมืองที่ว่าจะเข้ามาก็ไม่มี เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนที่จะเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้ พร้อมยืนยันทำดีที่สุด ต้องการเอาคนที่เข้ามาให้เกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจ ไม่ได้หมายความว่าคนเก่าไม่ดี แต่คนไทยเป็นคนขี้เบื่อ ตนก็จะดูให้และจะปรับให้ เอิ่ม! คงไม่น่าเกี่ยวกับคนไทยขี้เบื่อหรอกครับท่าน รัฐมนตรีคนไหนทำผลงานอะไร ชื่ออะไร ประชาชนยังไม่รู้จักก็มี แล้วจะเบื่อยังไง หรือเบื่อคนไหนจริงก็ไม่มีความหมาย การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ เท่านั้นอยู่แล้ว ก็ต้องแล้วแต่ท่านสบายใจ...*

ส่วนที่ไม่ลุ้น แต่คงร้อนๆ กันบ้าง หากยังจำกันได้ในกรณี "กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์" อดีตผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ "ไทยพีบีเอส" ช่วงต้นปี 2560 ที่ได้นำเงินทุนหมุนเวียนของไทยพีบีเอสไปลงทุนซื้อหุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ "ซีพีเอฟ" ทำให้ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการซื้อตราสารหนี้ของบริษัทเอกชน อาจกระทบต่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ และยอมลาออกในเวลาต่อมา...*

ล่าสุดมีบันทึกจากคณะกรรมการกฤษฎีกาในกรณีนี้ส่งถึงไทยพีบีเอส ยืนยันว่าระเบียบองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าด้วยการเงิน บัญชี และการงบประมาณ พ.ศ.2558 ข้อ 9 ที่กำหนดให้ ส.ส.ท.สามารถนำรายได้ไปหาผลประโยชน์ได้ตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ซึ่งใช้อ้างในการลงทุนซื้อหุ้นกู้ซีพีเอฟนั้น ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 เป็นกรณีนอกเหนือจากวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่...*

ทำให้คณะกรรมการนโยบายไทยพีบีเอสออกแถลงการณ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทบทวนและปรับปรุงระเบียบดังกล่าว โดยนำความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกามาประกอบการพิจารณา ขณะที่ "ไพโรจน์ พลเพชร" หนึ่งในกรรมการนโยบาย แจงผ่านรายการ "ตอบโจทย์" ยืนยันไม่มีเจตนาทุจริต ไม่ผิดกฎหมายในขณะนั้น และกฤษฎีกามีอำนาจเสนอแนะ ไม่ใช่องค์กรชี้ขาดผิดถูก แต่มีแหล่งข่าวกระซิบมาทำนองว่า การตีความกฎหมายผิด ทำความผิดก็สำเร็จแล้ว อาจถูกฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบก็ทำได้! ใครเอาจริงคงได้ร้อนได้ลุ้นกันล่ะ...*

บรรยายใต้ภาพ
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์
ไพโรจน์ พลเพชร
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง