คอลัมน์: กรองสถานการณ์: ชะตากรรม 'เจี๊ยบ' แขวนบน พรบ.คอมพิวเตอร์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 00:00:48 น.

ยกระดับกลายเป็นขาประจำจอมซ่าของรัฐบาลทหารอีกคน หมวดเจี๊ยบ-ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทยและอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย จากการแสดงความคิดเห็นทั้งให้สัมภาษณ์และใช้เฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างดุเดือดและต่อเนื่อง

ไม่กี่วันก่อนถูกฝ่ายรัฐใช้ข้อกฎหมายเล่นงาน ทำให้เมื่อ   วันที่ 13 ธ.ค. เวลา 09.30 น. เธอจึงต้องเดินทางไปรับทราบ ข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) พร้อมมีทนายความส่วนตัวกับคณะผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยติดตามไปด้วย

ก่อนหน้าการไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ ปอท. ร.ท.หญิง สุณิสา ส่งแถลงการณ์ถึง Human Rights Watch สำนักงานใหญ่ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กรณีนักการเมืองถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นอย่างเลื่อนลอย เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า

"รัฐบาลทหารมักปฏิบัติต่อผู้ซึ่งแสดงความเห็นต่าง ล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ หรือแสดงความสนับสนุนรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกโค่นล้มจากอำนาจ โดยถือเป็นการแสดงความเห็นที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ทางการได้ดำเนินคดีต่อบุคคลอย่างน้อย 40 คน ตามความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116  ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี รัฐบาลยังมองว่าการโพสต์ความเห็นทางอินเทอร์เน็ตซึ่งวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและระบอบปกครองของทหาร ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในส่วนของข้อมูลที่บิดเบือนและเป็นเท็จ โดยผู้ละเมิดข้อหานี้อาจได้รับโทษจำคุกไม่เกินห้าปี"

ตีความตามนัยชัดเจน งานนี้หมวดเจี๊ยบหวังยกระดับจากประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับข้อกฎหมาย นำมาผนวกเข้ากับเรื่องการเมือง ผ่านการใช้อำนาจของทหาร ลากเข้าสู่สนามโลก หวังต่างชาติหันมาจับตามอง แม้เธอจะยืนยันระหว่างเข้าให้ข้อมูลต่อ ปอท.

"การโพสต์วิจารณ์รัฐบาลและถูกดำเนินคดี 6 กระทง แต่ละ กระทงโทษสูงสุดถึง 7 ปี รวมแล้วประมาณ 42 ปี เท่ากับชีวิตของ คนคนหนึ่ง โดยตนมองว่าการตั้งข้อหาดังกล่าวน่าจะมีแรงจูงใจ ทางการเมือง เพราะเป็นอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทยและวิจารณ์  การทำงานของรัฐบาลมาตลอด รัฐบาลคงทราบดีว่าดิฉันโพสต์ไม่ ได้ใส่ร้าย แต่แสดงความคิดเห็นเพื่อรักษาผลประโยชน์บ้านเมือง"

ล่าสุด ฝ่ายกฎหมาย คสช.โต้กลับประเด็นข้อกฎหมายทันควัน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช.เข้าพบ ร.ต.อ.สมบัติ  สมบัติโยธา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีต่อ ร.ท.หญิง สุณิสา ความผิดเข้าข่าย 1.นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) และ 2.ข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หลังวิจารณ์นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

ว่ากันว่าเนื้อหาที่นำไปแจ้งความร้องทุกข์ อาทิ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 เวลา 22.21 น. ได้มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก สุณิสา เลิศภควัต ข้อความว่า จริงหรือไม่ที่สื่อนอกประโคมข่าวว่ารัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมไปเจรจาซื้ออาวุธเพิ่มและส่งปิดดีลส่งมอบ แบล็กฮอว์ก 4 ลำ ที่เคยดีลค้างไว้ก่อนยึดอำนาจปี 2557 และจริงไหมที่สหรัฐเตรียมบีบให้ไทยเป็นแกนนำคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.60 เวลา 18.25 น. เฟซบุ๊ก สุณิสา เลิศภควัต โพสต์ข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา อยากให้คนไทยตกงานเพิ่มหรือไง จึงจะเปิดตลาดนำเข้าเครื่องในหมู แย่งตลาดพ่อค้าไทย

ประเด็นนี้กลายเป็นข้อหวั่นใจ เมื่อไปดูความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2550 มาตรา 14 ระบุชัด ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

1.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 2.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

3.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา 4.นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ 5.เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)

จากอดีตรองโฆษกเพื่อไทยฝีปากกล้า วันนี้กำลังเผชิญข้อกฎหมาย นอกจากชะตากรรมที่ต้องรอลุ้น งานนี้ยังมีเดิมพันเป็นเส้นทางอนาคตการเมืองของเธออีกด้วย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง