ข่าวอินโฟเควสท์
08:15 ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: ทองแดงปิดบวก 0.3% รับข้อมูลเศรษฐกิจจีน   สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 ม.ค.) หลังสำนักงานสถ…
08:06 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 19 มกราคม 2561   วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2561 (ตามเวลาประเทศไทย) อินโดนีเซีย 08.00 น. การลงทุนโดย…
07:49 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดบวก 90.74 จุด จากแรงซื้อเก็งกำไร,คาดผลประกอบการสดใส   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ เนื่อง…

คอลัมน์: กลยุทธ์พิชิตหุ้น: กองทุนยังซื้อ

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560 00:00:47 น.
ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์

ดัชนีตลาดยังคงแกว่งตัว อยู่ในกรอบแคบๆ โดยวานนี้ (13 ธ.ค.60) ดัชนีปิดบวกไป 4.76 จุด ดัชนีมาปิดที่ 1,706.93 จุด วอลุ่มค่อนข้างบางตาลงเหลือแค่ 43,738.48 ล้านบาท โดยปกติแล้วการที่

วอลุ่มตลาดบางลงดัชนีมักจะไม่บวก ยิ่งดูแล้วยังพบการขายของนักลงทุนต่างชาติมากกว่าวันก่อนหน้าก็ไม่น่าจะบวกได้และการที่แรงขายเพิ่มมาหนุนจากการขายของนักลง ทุนทั่วไปอีกด้วย เท่ากับมีแรงขายมากขึ้น โอกาสที่ดัชนีจะบวกน่าจะเป็นได้น้อยมาก แต่ผลออกมากลับพบว่าดัชนีตลาดบวกได้ จึงมีความหมายว่าการขายเป็นการขายในลักษณะตั้งขายมากกว่าไม่มีการเทขายอย่างที่ผ่านมา

แม้แรงขายจะไม่ลดลงแต่เมื่อการขายเป็นการตั้งขายผู้ซื้อก็ต้องเคาะซื้อไล่ราคาจึงจะได้หุ้นตามที่ต้องการ เท่ากับบอกให้รู้ว่าตลาดวานนี้เป็นการเคาะซื้อจากผู้ซื้อ ดูแล้วก็พบว่าแรงซื้อมาจากกองทุนโดยตรง ซึ่งก็คงเป็นไปตามที่คาดหมายกันว่ากองทุน LTF และ RMF จะต้องเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มไปเรื่อยๆ เพราะมีเงินไหลเข้ากองทุนจำนวนมาก ประกอบกับดัชนีตลาดก็แกว่งตัวในกรอบแคบๆ จึงไม่ได้เป็นการไล่ราคามากจนเกินไป หากแรงขายอ่อนลงหรือมีหุ้นจะขายน้อยลง คงจะต้องเปลี่ยนกลยุทธการซื้อปกติมาเป็นการไล่ราคามากขึ้น

สภาพการณ์อย่างนี้คงจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป เพราะเมื่อเห็นได้ชัดเจนว่าแรงขายน้อยลง แต่กองทุนยังต้องการซื้อเพิ่ม ก็จำเป็นต้องมีการไล่ราคาบ้าง เพราะเมื่อมีการรับรู้กันดีแล้วว่าขณะนี้พื้นฐานของไทยดีขึ้นกว่าเดิมมากและรัฐก็เริ่มทยอยลงทุนในโครงการต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการลง ทุนในโครงการขนาดใหญ่ระบบรางไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งภาคเอกชนก็มีการลงทุนทำโครงการเพิ่มมาก จึงทำให้ธุรกิจเริ่มขยับดีขึ้นภาพโดยรวมแค่ดูจากเศรษฐกิจเติบโตสูงก็เพียงพอกับการลงทุนได้แล้ว

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามองในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ น่ามองที่  MBK, SPALI และ ORI กลุ่มรับเหมาก่อ สร้างงานมาช้าแต่แนวโน้มจะเพิ่มสูงมาก จึงน่ามองที่ SEAFCO, SQ และ PYLON กลุ่มอาหารยิ่งมีการมองการส่งออกดีมากขึ้นธุรกิจนี้จะมีกำไรเพิ่มแน่นอน จึงน่ามองที่ CBG, ASIAN และ BR กลุ่มพลังงานราคาน้ำมันยังยืนเหนือ 57 ดอลลาร์ได้อย่างเหนียวแน่น แสดงว่าราคาจะไม่อ่อนตัวลง จึงไม่มีอะไรน่ากังวลธุรกิจจะมีกำไร ดี จึงน่ามองที่ EA, ESSO และ PTTEP ได้ หุ้นรายตัวเตะตาที่ BEM, EPG  และ HUMAN เป็นต้น นอกจากจะมีพื้นฐานดีหนุนตลาดแล้ว การที่ดัชนียังสามารถยืนสูงกว่า 1,700 จุดได้แสดงถึงความแข็งแกร่งในด้านแนวต้านทางเทคนิคจะมีผลกับทางจิตวิทยาของการเก็งกำไรได้มากขึ้น ทำให้ยังสามารถลุ้นและลงทุนได้ดีต่อไป.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง