คอลัมน์: มองเมือง: เทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์ครั้งที่1

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 00:00:09 น.
สรณะ  รายงาน

ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นจากการใช้กีฬาระดับโลกมาเป็นจุดขาย จนเป็นบ่อเกิดแห่งการพัฒนาในทุกๆ  ด้าน และเมื่อนำไปเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีความน่าสนใจอยู่แล้ว จึงทำให้บุรีรัมย์ได้รับการยกสถานะทางด้านการท่องเที่ยวให้เป็นเมืองปราสาทสองยุค และเป็นหนึ่งในเมืองต้องห้ามพลาดที่ควรเดินทางมาสัมผัสกันสักครั้ง

ล่าสุด นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุรินทร์  รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า  ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2560 นี้ จะมีการจัดเทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์ครั้งที่ 1 Buriram Volcano Festival ที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ในเวลา 16.30-22.00 น. เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนได้รู้จักเมืองบุรีรัมย์อย่างลึกซึ้งมากขึ้น สอดรับกับที่รัฐบาลกำหนดให้ปี 2561 เป็น "ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน"

สำหรับวนอุทยานเขากระโดง อยู่ห่างจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ไปเป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร บนเส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย (ทางหลวงหมายเลข 219) ถือเป็นภูเขาไฟ 1 ใน 6 ลูกในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่มอดดับสนิทมาแล้วนับแสนปี ประกอบด้วย ภูเขาไฟพนมรุ้ง, ภูเขาไฟอังคาร, ภูเขาไฟคอก, ภูเขาไฟหลุบ, ภูเขาไฟไปรบัด และภูเขาไฟกระโดง ซึ่งยังคงสภาพปากปล่องที่มองเห็นชัดเจน และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า  เทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์ครั้งที่ 1 Buriram Volcano Festival ซึ่งทางจังหวัดบุรีรัมย์และภาคีเครือข่ายอย่าง ททท.ได้ร่วมกันจัดขึ้นนั้น  ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การแสดงสื่อผสมแสง สี เสียง สืบสานตำนานภูเขาไฟอย่างตระการตา เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้การกำเนิดภูเขาไฟ รวมทั้งแสดง HOLOGRAM 4 มิติ ผ่านม่านน้ำตก ชุดมนตราอัคนี ตำนานความรักแท้ของท้าวปาจิต-นางอรพิม อันเป็นเรื่องราวของโอรสหนุ่มจากนครธม กับหญิงสามัญชนในแถบอีสานใต้ที่ต้องต่อสู้อุปสรรคต่างๆ  จนได้ครองรักกัน ร้อยเรียงกับตำนานเมืองบุรีรัมย์ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในอาณาจักรขอมเมื่อกว่า 1,300 ปีมาแล้ว

ภายในงานยังมีสินค้าพื้นเมืองให้ชิม ช็อป จากตลาดคนดี วิถีชุมชน, ตลาดภูอัคนี

นอกจากนี้ บนภูเขาไฟเขากระโดงยังมีกิจกรรมสำคัญที่เป็นสิริมงคลกับผู้มาเยือน อาทิ การสักการะพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปคู่เมือง ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ ประดิษฐานอยู่บนเขากระโดง และจากจุดที่ตั้งขององค์พระสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้ชัดเจน

ยังมีการสักการะพระพุทธบาทจำลองและปราสาทเขากระโดง ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่บริเวณยอดเขาใกล้กับพระสุภัทรบพิตร

ชมปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดงอายุประมาณ 300,000-900,000 ปี เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก เป็นซากภูเขาไฟที่ยังคงสภาพดี และสะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน (บันไดนาคราช) สร้างขึ้นเมื่อปี 2512 เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปสักการะพระสุภัทรบพิตร ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขากระโดง จำนวน 297 ขั้น

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากเที่ยวงานเทศกาลภูเขาไฟบุรีรัมย์ครั้งที่ 1 แล้ว นักท่องเที่ยวก็ไม่ควรพลาดการไปท่องเที่ยวเพื่อพิสูจน์ที่มาของชื่อปราสาทสองยุค คือ ปราสาทยุคโบราณ อันได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทยุคใหม่ หรือสนามกีฬาไอโม-บาย สเตเดียม ซึ่งสร้างขึ้นด้วยฝีมือของคนในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ อาจเริ่มต้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ชมปราสาทหินทรายสีชมพูที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สะท้อนภูมิปัญญาในการสร้างปราสาทหินที่สอดคล้องกับระบบสุริยะ ทำให้เกิดปรากฏการณ์แสงอาทิตย์สาดส่อง 15 ช่องประตู ในรอบ 1 ปีมีเพียง 4 ครั้ง คือ ช่วงพระอาทิตย์ตก ชมได้ในเดือนมีนาคมและเดือนตุลาคม ส่วนช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ชมได้เดือนเมษายนและเดือนกันยายน

บริเวณใกล้เคียงกันยังมี "ปราสาทเมืองต่ำ" อยู่ที่อำเภอประโคนชัย เป็นศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวน ที่มีอายุมากกว่า 1,400 ปี เป็นปราสาทหินในอารยธรรมขอมที่มีขนาดใหญ่และมีความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นสถานที่ถ่ายทำละครดังหลายเรื่อง และบริเวณไม่ห่างกัน ยังสามารถไป "บ้านโคกเมือง" แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมผ่านงานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ผ้าไหมทอลายผักกูด หัตถกรรมชั้นดีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ และเป็นเอกลักษณ์ของบ้านโคกเมือง, เสื่อกกยกลาย ที่มีลวดลายสวยงามไม่แพ้ใครจากฝีมือการทอของกลุ่มคนพิการ พร้อมกับมีบริการโฮมสเตย์ ที่รับประกันการบริการว่าอบอุ่นดุจญาติมิตร

จากนั้นกลับมายังปราสาทยุคใหม่ คือ สนามไอ-โมบาย สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลของทีมลูกหนังชื่อดัง "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" หรือทีมปราสาทสายฟ้า ด้วยการก่อสร้างและออกแบบการันตีมาตรฐานฟีฟ่าระดับสากล มีความสวยงามและทันสมัยที่สุดในเมืองไทย นอกจากมาชมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนที่เดินทางมาต้องมาชมและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

ยังมีสนามแข่งรถ "Chang international Circuit"   สนามมอเตอร์สปอร์ตมาตรฐานโลก สร้างอยู่บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ มีระยะห่างต่อรอบยาวกว่า 4 กิโลเมตร จำนวน 12 โค้ง และเป็นสนามเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐานระดับโลก เป็นสนามเดียวในโลกที่ผู้ชมบนแกรนด์สแตนด์สามารถเห็นภาพการแข่งขันได้ทุกโค้งสนาม นักท่องเที่ยวต่างๆ นิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกเช่นกัน

ปิดท้ายด้วย "เพลาเพลิน" อุทยานการเรียนรู้ทางธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวที่นิยมธรรมชาติ และชอบไม้ดอกไม้ประดับ พืชเมืองหนาว  โดยช่วงนี้กำลังจัดแสดงเทศกาลทิวลิปสะพรั่งอีสานใต้ สีสันสวยงาม

หลากหลายชนิดให้ชม ตั้งแต่บัดนี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ส่วนโซนแอดเวนเจอร์ พื้นที่สำหรับครอบครัว มีการจำลองสิ่งมหัศจรรย์ของโลกมาเป็นฐานกิจกรรมที่สร้างความตื่นเต้น อาทิ หอไอเฟล ของประเทศฝรั่งเศส, หอเอนปิซา ของประเทศอิตาลีมาแสดง และสนุกสนานกับการป้อนหญ้าให้แกะ สัตว์น่ารักขวัญใจเด็กๆ

"นี่คือจุดเด่นของเมืองบุรีรัมย์ ที่ครบถ้วนไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม  รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวยุคเก่าและยุคใหม่ระดับโลกที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวที่ทุกคนไม่ควรพลาด" ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุรินทร์ กล่าวเชิญชวนปิดท้าย

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานสุรินทร์ (รับผิดชอบพื้นที่สุรินทร์ บุรีรัมย์) โทรศัพท์ 0-4451-4447-8 หรือที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง