คอลัมน์: ไทยโพสต์: กอ.รมน.กับอำนาจที่พึงระวัง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2560 00:00:42 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2560 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยที่ประชุมรับทราบสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2560 และมีมติเห็นชอบแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2561 ของ กอ.รมน. ที่ได้ดำเนินงานเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ได้แก่ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การลดความเหลื่อมล้ำ การป้องกันภัยจากการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และความมั่นคงทางไซเบอร์ 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์

3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคทางสังคม ได้แก่ การจัดระเบียบสังคม การเสริมสร้างพลังทางสังคม และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ 5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังมอบนโยบายการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ให้ยึดถือและปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ.2560-2564 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 แผนรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปี 2561-2563 โดยให้มีการขับเคลื่อนการทำงานอย่างประสานสอดคล้องกับทุกส่วนราชการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน มุ่งเน้นการจัดระเบียบสังคมด้วยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย

รวมถึงการสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคีปรองดอง ไม่สร้างความแตกแยก การให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง ด้วยการเสริมสร้างความสามัคคีปรองดองกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการสนับสนุนการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และโปร่งใส เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

ส่วนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ให้การดำเนินการสนับสนุนและสอดคล้องกับโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ" มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"

รวมถึงให้ความสำคัญในการติดตาม ตรวจสอบ และปราบปรามการทุจริต เพื่อป้องกันและป้องปรามมิให้ข้าราชการของรัฐแสวงประโยชน์อันมิพึงได้จากประชาชน นักธุรกิจ หรือผู้เดือดร้อน พร้อมกันนี้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ทุกส่วนทุกระดับ ต้องเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้การทำงานของ กอ.รมน.ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

กล่าวได้ว่า อำนาจของ กอ.รมน.ในยุคของรัฐบาลทหาร พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขยายอำนาจครอบคลุม นอกเหนือจากงานมั่นคง แต่กำลังรวมไปถึงการจัดระเบียบ ควบคุม โดยเฉพาะการขยายอำนาจในส่วนของระดับภาค ลงไปถึงในระดับจังหวัด ที่ต้องตั้งข้อสังเกต และร่วมกันจับตาอย่างใกล้ชิด ในการใช้อำนาจ และการขยายบทบาท การบริหารของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ หรือขยายอำนาจของทหารอย่างมีนัยสำคัญ

แน่นอนว่า การสยายปีกอำนาจครั้งนี้ ผลของการใช้อำนาจมีแนวโน้มที่จะถูกใช้ในการจับตาการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองในพื้นที่ หรือกลุ่มการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวโดยมีเป้าหมายทางการเมืองอย่างชัดเจน ซึ่งกำลังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง เฉพาะเจาะจงจากรัฐบาล หรือหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ภายใต้อำนาจ กอ.รมน.ในยุครัฐทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กอ.รมน.กำลังถูกเสริมเขี้ยวเล็บไปสู่การ คุมพื้นที่การเคลื่อนไหวของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และปกป้องแผ่นดินเกิด ยังจะเห็นได้อย่างชัดเจน จากกรณีล่าสุดคือ 'หมายข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถึงสื่อมวลชนจังหวัดสงขลา เพื่อขอความร่วมมือให้ร่วมติดตามทำข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอเทพาและพื้นที่ใกล้เคียงที่รวมกลุ่มกันเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ณ ที่ว่าการอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

รูปธรรมที่ชัดเจนจากกรณีของ กอ.รมน.กับกลุ่มต้านโรงไฟ ฟ้าเทพา จ.สงขลา เชื่อแน่ได้ว่าจะเกิดขึ้นอีกหลายพื้นที่ ในการใช้อำนาจของ กอ.รมน.กับกลุ่มเคลื่อนไหวประชาชน และนั่นจะนำมาซึ่งปัญหาสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ในการบังคับใช้อำนาจโดยรัฐ ผ่านอำนาจ กอ.รมน.เพื่อเป้าหมาย หรือผลประโยชน์ของรัฐ ที่มีนัยสำคัญ กับการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มทุน และสิ่งที่ตามมานั่นคือ ความตึงเครียดในพื้นที่ ที่จะเกิดขึ้นมากมายตามมา

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และผู้มีอำนาจที่บังคับบัญชาโดย ตรงต่อ กอ.รมน. จักต้องพึงระวังในขอบเขตการใช้อำนาจ เพราะหากมีนโยบายหรือคำสั่งให้ กอ.รมน.เป็นมือไม้ เพื่อใช้อำนาจไปในทางไม่ชอบธรรม กดขี่ ข่มขู่ คุกคาม กลุ่มประชาชน ท้ายที่สุด อำนาจของ กอ.รมน.จักนำไปสู่การลุกขึ้นต่อต้านของประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ์ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลพึงระวังมิใช่หรือ!.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง