คอลัมน์: กรองสถานการณ์: 2 พรรคใหญ่ พท.-ปชป.ในสมรภูมิเลือกตั้ง 61

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 1 มกราคม 2561 00:00:13 น.

แม้ "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความมั่นใจไว้ก่อนจะอำลาปี 2560 ว่า ปฏิทินการเมือง-การเลือกตั้งจะดำเนินไปตามโรดแมปเดิมที่วางไว้ เพื่อหวังกลบเสียงวิจารณ์ ความไม่เชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.2561 อย่างที่หัวหน้า คสช.เคยให้คำมั่นไว้ หลัง บิ๊กตู่ ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ตาม ม.44 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อันตามมาด้วยเสียงวิจารณ์ทางคัดค้านอย่างหนัก โดยเฉพาะแวดวงการเมืองบางส่วน ชักไม่ค่อยมั่นใจมากนักว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามโรดแมป

ทั้งนี้ หากยึดตามโรดแมปที่หัวหน้า คสช.เคยประกาศไว้ รวมถึงตามคำสั่งหัวหน้า คสช.53/2560 ซึ่งก็เชื่อว่า พลเอกประยุทธ์จะไม่มีการทบทวนใดๆ แล้ว หนทางเดียว หากพรรคการเมืองต้องการล้มคำสั่งดังกล่าว ก็ต้องหวังพึ่งศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งความชัดเจนตรงนี้ จะเกิดขึ้นทันทีในช่วงต้นปี 2561 ว่า 2 พรรคใหญ่ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ จะยื่นศาล รธน.หรือไม่ และยื่นในประเด็นใด แม้ก่อนหน้านี้ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จากเพื่อไทย จะชิงแย่งซีนรีบยื่นคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว แต่มวยหลักจริงๆ น่าจะเป็นการยื่นในนามพรรคอย่างเป็นทางการจากพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทยมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสุดท้ายผลจะออกมาอย่างไร คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว จะมีผลต่อไปหรือไม่ แต่หากดูจากปฏิทินการเมืองแล้ว ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ก็น่าจะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติในปลายเดือน ม.ค.61 และต้องรอขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับต่อไป และจากนั้นกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องไปดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายในไม่เกิน 150 วัน หลังร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับประกาศใช้

ในส่วนของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น แม้ว่าจะมีกระแสข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อรองรับเครือข่ายอำนาจ คสช. แต่เมื่อดูจากปัจจัยต่างๆ ยังไงเสียสนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ก็ยังจะเป็นการแข่งขันของสองพรรคใหญ่

"เพื่อไทย VS ประชาธิปัตย์"

การขยับของ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ นับจากนี้ โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายน 61 ที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ข้างต้น ให้พรรคการเมืองปัจจุบันต้องยืนยันการมีอยู่จริงของสมาชิกพรรค โดยเริ่มทำตั้งแต่ 1 เม.ย.61 หากศาล รธน.ไม่วินิจฉัยให้คำสั่งดังกล่าวไม่เป็นหมันเสียก่อน จึงน่าติดตามยิ่ง

ฝั่ง "เพื่อไทย" จุดใหญ่ยังคงต้องดูว่าท้ายสุดแล้ว ทักษิณ ชินวัตร และคนตระกูลชินวัตร จะเดินการเมืองอย่างไรต่อไป จะทุ่มเต็มร้อยแบบเดิมหรือไม่ หรือจะถอยฉาก หลังเจอบทเรียนคนตระกูลชินวัตรเจอวิบากกรรมจนไม่มีแผ่นดินอยู่มาแล้วทั้งทักษิณและยิ่งลักษณ์ แต่เชื่อเถอะว่า ยังไง ทักษิณ ก็ต้องเล่นการเมืองหลังฉากพรรคเพื่อไทยต่อไปจนกว่าจะตายกันไปข้าง แต่ทักษิณอาจจะต้องปรับกลยุทธ์การเมืองใหม่ให้ต่างจากเดิม โดยเน้นให้ตระกูลชินวัตรรักษาระยะห่างจากพรรคเพื่อไทยเอาไว้พอสมควร

แต่ก็เชื่อว่า ยังไงพวกแกนนำพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร ส.ส.ของเพื่อไทย ก็ยังต้องพึ่งทักษิณและคนตระกูล ชินวัตรต่อไปเรื่อยๆ แต่ถึงตอนเลือกตั้ง รูปแบบการหาเสียง คนเพื่อไทยก็จะต้อง

แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ จะมาเล่นมุกเดิมๆ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ หรือชูธงหาเสียง จะเอา ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ กลับบ้าน แบบนั้นคงใช้การไม่ได้แล้ว และเชื่อว่าทักษิณก็คงไม่ต้องการด้วย เพราะจะยิ่งทำให้คนตระกูลชินวัตรในประเทศไทยตกเป็นเป้า ขณะเดียวกันก็มีการประเมินกันว่า เพื่อไทยอาจจะใช้วิธี

"ทำพรรคนอมินี-พรรคแถวสอง"

เพื่อคอยเก็บคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวนับทุกคะแนนเสียง เพื่อทำการกวาดคะแนนให้มากที่สุด คือแม้แพ้เลือกตั้งให้กับคนของเพื่อไทยเองหรือพรรคการเมืองอื่น แต่ก็มีคะแนนตุนไว้ในพรรคแถวสอง เพื่อไปเอาเก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แล้วกลับมาจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ซึ่งวิธีการดังกล่าวหากเพื่อไทยทำก็ต้องทำให้แนบเนียนพอสมควร

ทว่า ก่อนจะไปถึงโหมดเลือกตั้งดังกล่าว ก็ต้องดูกันว่า สุดท้ายแล้ว ทักษิณ-ตระกูลชินวัตร จะดันใครขึ้นมาเป็น "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ในการเลือกตั้ง จะยังเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เต็งหนึ่งมาตลอด หรือจะพลิกเป็นชื่ออื่น ต้องติตตาม โดยคาดว่าช่วงประมาณกลางปี 61 จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้

ส่วน "พรรคประชาธิปัตย์" ดูแล้วยังไง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังน่าจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรคนำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง โดยศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้น คาดได้ว่าอาจจะเป็นการนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งรอบสุดท้ายของอภิสิทธิ์ ที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่ปี 2548 หลัง บัญญัติ บรรทัดฐาน ลาออก ซึ่งหากไปถึงการเลือกตั้งปี 61 ก็เท่ากับอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคมาถึง 13 ปีแล้ว นำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 3 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 3 กับการเลือกตั้งปี 61 ถ้าประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งอีก อภิสิทธิ์ คงโบกมือลาเพื่อเปิดทางคนอื่นขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.แทนแน่นอน ซึ่งด้วยความที่อายุยังไม่มาก ดังนั้น หากอภิสิทธิ์พ้นจากหัวหน้าพรรคช่วงปี 62 หลังการเลือกตั้งก็ยังเชื่อได้ว่า วันข้างหน้า อภิสิทธิ์ ก็ยังกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป.ได้อีก  นอกจากนี้ เชื่อได้ว่าก่อนเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์คงมีการปรับทัพกันพอสมควร โดยเฉพาะตัวขุนพลพรรคที่จะรับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งจุดต่างๆ รวมถึงทิศทางและนโยบายพรรค

ที่น่าสนใจว่า หากสุดท้ายแล้ว เมื่อการเมืองไปถึงจุดที่ไม่สามารถมีนายกฯ จากพรรคการเมืองที่ประกาศตอนหาเสียงเลือกตั้งได้ ประชาธิปัตย์จะเอาด้วยหรือไม่กับนายกฯ คนนอก โดยเฉพาะหากสถานการณ์พาไป ถ้าถึงตอนนั้น นายกฯ คนนอกอาจจะเป็นบิ๊กตู่ ที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้มีบารมีตัวจริงในประชาธิปัตย์หนุนหลังอยู่.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง