คอลัมน์: กรองสถานการณ์: จาก 'นาฬิกาหรู' สู่ 'น้องหมา' รัฐบาลผวาหมดเวลา 'ย่ามใจ'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 00:00:18 น.

จาก นาฬิกาหรู และ แหวนเพชร มูลค่าสูงของ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมาถึงเรื่อง หมาๆ ที่ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควักกระเป๋าซื้อให้พี่เลิฟ บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  และเพื่อนรัก บิ๊กฉัตร-พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรีกำลังสะท้อนได้ดีถึงกระบวนการตรวจสอบผู้มีอำนาจที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ พี่น้อง 3 ป. ผู้กุมเสถียรภาพใน คสช.และรัฐบาล ที่กำลังกลายเป็น

"เป้านิ่ง"ทุกการเคลื่อนไหว ทุกการดำเนินการ และทุกอย่างที่เป็น พี่น้อง 3 ป. กำลังถูก จับผิด แบบละเมียดว่า มีข้อไหนบ้างที่สุ่มเสี่ยงจะกระทำผิดกฎหมาย

โดยเฉพาะเรื่องที่นักการเมืองขั้วตรงข้ามเคยถูกตรวจสอบว่ามีความผิด จะถูกมาเทียบทันทีถ้า 3 พี่น้องได้กระทำในลักษณะเดียวกัน

ที่สำคัญ ทุกเรื่องในตอนนี้ถ้าเกิดประเด็นจะมีแรงกระเพื่อมและได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก อย่างกรณีนาฬิกาหรูของ "บิ๊กป้อม" ที่ทุกคนกำลังกัดไม่ปล่อยเพื่อรอคำตอบ แม้จะมีขบวนการพยายามหาประเด็นมากลบกระแสก็ตาม

และดูเหมือนรัฐบาลไม่ได้ย่ามใจกับประเด็นพวกนี้เหมือนแต่ก่อน ทั้งพยายามตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเวลามีกรณีที่อาจบานปลายเหมือนนาฬิกาหรูของ บิ๊กป้อมแม้กระทั่งประเด็น สุนัขพันธุ์บางแก้ว ของ บิ๊กตู่ ที่ถือเป็นการรับหรือให้สิ่งของที่มีมูลค่าเกิน  3,000 บาทก็เช่นเดียวกัน แรกๆ รัฐบาลเหมือนไม่ให้ ราคา กับสิ่งที่ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐ ธรรมนูญพยายามตรวจสอบ

รวมถึง เนติบริกร อย่าง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะซือแป๋กฎหมายของรัฐบาล ในช่วงแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยจะยี่หระ

ถึงขนาดโชว์ความเก๋าทางด้านกฎหมายด้วยว่าจะขอรับซื้อ สุนัขพันธุ์บางแก้ว เพื่อเอาไปเลี้ยงโดยที่ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมทั้งยังบอกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังแก้ไขประกาศป.ป.ช. เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2543

ซึ่งห้ามเอาไว้ในข้อ 5 (2) ว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ "รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ญาติมีราคาหรือมูลค่าในการรับจากแต่ละบุคคล แต่ละโอกาสเกินสามพันบาท"

การระบุว่าจะแก้ไข ทำให้ถูกมองว่าทำไปเพื่อให้การซื้อสุนัขพันธุ์บางแก้วให้ บิ๊กป๊อก และ บิ๊กฉัตร ของนายกฯ ถูกต้องกระทั่งกลายเป็นประเด็นโจษจันในสังคม ทางหนึ่งคือยอมรับแล้วว่า ผิด แต่พยายามจะแก้ไขเพื่อให้ตัวเอง ถูก ถือเป็นการใช้อำนาจที่มีเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด

ขณะที่ช่วงแรก ป.ป.ช.เหมือนจะ รับลูก แต่เมื่อสังคมเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องออกมาระบุว่าจะไม่มีการพิจารณาในระยะเวลาอันสั้น เช่นเดียวกับ บิ๊กตู่ ที่ช่วงเกิดประเด็นใหม่ๆ  พูดว่าตนรู้ว่าอะไรผิดกฎหมาย ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ล่าสุดออกมา ฟันฉับ เลยว่าจะไม่มีการแก้ไขอะไรทั้งสิ้นนั่นแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเริ่มไหวตัวและระมัดระวังมากขึ้น โดยมีประเด็นของ บิ๊กป้อม เป็นโมเดลเช่นเดียวกับการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ ครม.ประยุทธ์ 5 ที่ว่ากันว่าตั้งแต่เกิดประเด็นนาฬิกาและแหวนของพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ บรรดาเสนาบดีป้ายแดงต่างมีความละเอียดในการชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ระมัดระวังการซ้ำรอยเป็นอย่างมาก

และไม่ใช่แค่เรื่องทรัพย์สิน แต่อะไรที่เข้าข่ายจะเป็นประเด็นสุ่มเสี่ยงให้กระเด็นตกเก้าอี้เพราะขัดข้อกฎหมายก็เซฟกันสุดๆ

ในช่วงที่รัฐบาลกำลัง "ขาลง" ประเด็นตรวจสอบจะมีความเข้มข้นเสมอ เลยต้องกำชับไม่ให้ทะเล่อทะล่ากัน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง