คอลัมน์: โลกใบใหม่: สถาบันการศึกษากับการปรับตัวพัฒนาประเทศ!!!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 00:00:53 น.
อภิชาต ทองอยู่
tapichart@hotmail.com

ประเทศที่ปรับตัวเท่าทันยุคสารสนเทศ ในกระแสโลกาภิวัตน์ของโลกศตวรรษที่ 21 จะเป็นกลุ่มประเทศที่ก้าวสู่ประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ บทเรียนจากประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยชี้บอกว่า ประเทศที่สามารถจัดปรับการศึกษาให้สอดรับเท่าทันการปรับตัวเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก จะมีศักยภาพสูงในการพัฒนาสู่กลุ่มประเทศชั้นนำในแต่ละยุคสมัย ไม่ว่าประเทศนั้นจะตั้งอยู่มุมไหน ทิศไหน หรือภูมิภาคไหนของโลก

กาลเวลาที่เคลื่อนโลกเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ได้นำสังคมโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเผชิญปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และอารยธรรมอุตสาหกรรมที่เราเคยชินในการดำเนินชีวิตแต่ละวันที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้มุมมอง ความคิด วิธีการเดิมๆ ที่เคยชิน ไม่อาจรับมือปัญหาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้! การเผชิญหน้ากับอารยธรรมของสังคมสารสนเทศและพัฒนาการของเทคโนโลยีคุณภาพสูงในปัจจุบันนั้น ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีทุกมิติ ทั้งความคิด แนวทางการปฏิบัติ และกระบวนการเชื่อมโยงตัวเองกับโลกแวดล้อมเพื่อรับมือกับปัญหาและความเปลี่ยนแปลงที่ต้องเผชิญ!

เทคโนโลยีสารสนเทศในกระแสโลกาภิวัตน์โลกศตวรรษที่ 21 มีแบบแผนและกระบวนระบบใหม่ที่ผิดไปจากเดิมมาก! ความเคลื่อนไหวของมันได้เปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเสี้ยวส่วนของประชาคมโลกหรือหมู่บ้านโลก ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดความเจริญก้าวหน้าในบางมิติไปอย่างลึกล้ำ โดยเฉพาะในด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ จนโลกกลายเป็น "โลกไร้พรมแดน      ทางเศรษฐกิจ" ด้วยเหตุนี้ การจัดการความรู้ ความเข้าใจ การศึกษา และการอยู่รอดของชาติ เพื่อรับมือกับปัญหาท้าทายทั้งหลายในศตวรรษที่ 21 จึงต้องเข้าถึงและรู้เท่าทันกระแสโลกาภิวัตน์ยุคใหม่ ที่คืบเข้าใกล้มาทุกขณะ! หากการจัดการศึกษาไม่วางแผนรับมือปัญหาท้าทายของโลกยุคใหม่และกาลสมัยอย่างเหมาะสม สังคมก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว! ท่ามกลางโลกที่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่มีใครหยุดได้!

การศึกษาที่เปิดกว้างและการเปลี่ยนแปลงความคิดทางการศึกษาที่เคยชินเคยปฏิบัติแบบเดิมๆ ของสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาฯ ต้องไหวตัวปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกระแสคลื่นใหม่ ที่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีทั้งโอกาสและการทำลายล้าง! ซึ่งกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ตัวอย่างเชี่ยวกรากให้ได้! การเข้าถึง-พึ่งพาความก้าวหน้าที่น่าอัศจรรย์ของเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบสารสนเทศยุคใหม่ จะช่วยปรับเปลี่ยนมโนทัศน์ดั้งเดิมได้มาก ไม่ว่าเรื่องการจัดห้องเรียน วิธีการเรียนการสอน หลักสูตร ตลอดจนการบริหารโรงเรียน หลักสูตร และสถาบัน ฯลฯ เทคโนโลยีสารสนเทศที่อาศัยสื่อหลากหลายมิติอันทันสมัย สามารถช่วยให้ก้าวพ้นข้อจำกัดในเรื่องสถานที่และเวลา และช่วยสร้างแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นไปได้ทางการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ! ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียุคใหม่ยังจะช่วยให้สามารถจัดแผนการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ด้อยโอกาส และผู้เรียนที่อยู่ในมุมอับของสังคมที่ไม่เคยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาก่อน ให้มีโอกาสได้รับการศึกษาคุณภาพดีอย่างทั่วถึงอีกด้วยเป็นการทำให้โอกาสความเท่าเทียมทางการศึกษาเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เยอรมนีรังสรรค์ระบบเทคนิคและอาชีวศึกษาขั้นสูง หรือ Hochschule ขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ นอกเหนือจากระบบมหาวิทยาลัยแบบเก่าแก่ ฯลฯ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางการศึกษาเพื่อรับมือการปฏิวัติปรับตัวของอุตสาหกรรม จนในที่สุดก็ช่วยให้เยอรมนีพัฒนาก้าวรุดหน้าโดดเด่น รอดพ้นจากหายนะจากความตกต่ำแร้นแค้นทางเศรษฐกิจ! ทั้งยังก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมของโลก และสร้างการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เป็นข้อเสนอและกฎบัตรที่มีประโยชน์กับมนุษยชาติยิ่ง รวมทั้งเป็นผู้นำการพัฒนาและสร้างมาตรฐานการผลิต การบริโภคระดับนำของโลกทีเดียว

ระบบข้อมูลข่าวสารแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นพลังขับเคลื่อนสร้างสรรค์การพัฒนาสังคมที่สำคัญ ระบบดังกล่าวช่วยสร้างขีดความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผนวกกับความรู้และวัฒนธรรม ฯลฯ ขึ้นในขณะเดียวกัน ซึ่งการนำข้อมูลข่าวสารไปใช้อย่างถูกที่ ถูกเวลาและสถานการณ์เป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะชี้ชะตาประเทศ ถือเป็นสินทรัพย์ทางปัญญาที่กว้างไกลลุ่มลึก ที่หมายรวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ ความรู้และวัฒนธรรม ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นองค์ประกอบ-ปัจจัยที่กำหนดอำนาจความมั่งคั่งและมาตรฐานการดำเนินชีวิตของประชากรในชาตินั้นๆ คลังแห่งสินทรัพย์ทางปัญญาของชาติจะยึดโยงอยู่กับขีดความสามารถในการเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์ของพลเมือง การศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาพลังทางภูมิปัญญาของชาติ ซึ่งทาง

ที่ดีที่สุดในการเตรียมรับมือกับปัญหาในอนาคตคือ การลงมือปรับสร้างระบบการศึกษาให้สนองตอบความเปลี่ยนแปลง การปรับฐานทางเศรษฐกิจ สังคม ของประเทศ เพราะการศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งต่อความก้าวหน้ามั่นคงของประเทศ!

วันนี้ประเทศไทยโดยรวม กำลังอยู่ในช่วงเวลาการปรับตัวจากสังคมที่เคยชินแบบเดิมๆ ของอดีต สู่อนาคตใหม่ร่วมกับสังคมโลก เป็นโครงสร้างสังคมเศรษฐกิจที่พึ่งพลังความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อ เพื่อเปลี่ยนผ่านยุคสมัยสู่สังคมดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นไม่มีผลแค่กับแบบแผนการดำเนินชีวิตประจำวัน-การบริโภคเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนลึกถึงวิธีคิด กระบวนระบบความคิด ค่านิยมของรุ่นคน และความเชื่อมโยงกับรอยต่อของยุคสมัยที่เหลื่อมล้ำ ฯลฯ ซึ่งมีนัยครอบคลุมตั้งแต่การสื่อสารคมนาคม การเดินทาง สุขภาพ การจัดการคุณภาพชีวิตไปจนถึงการเชื่อมต่อตัวตนของผู้คนเข้ากับโลกเลยทีเดียว

น่าสนใจว่าการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ สถาบันการศึกษาของไทยได้ปรับตัวรองรับแค่ไหน? อย่างไร? ขณะที่ประเทศกำลังอยู่ในช่วงของทั้งการฟื้นฟูและการปรับตัวเปลี่ยนแปลงในขณะเดียวกัน! เรากำลังสร้างฐานเศรษฐกิจชุดใหม่ผ่านนโยบายและการสร้างพื้นที่ทางเศรษฐกิจใหม่ กลุ่มงานใหม่ และกลุ่มการผลิตใหม่ ที่มีความต้องการกำลังคนแบบใหม่ ระบบระเบียบการทำงานใหม่กับชุดอุตสาหกรรมใหม่ที่รวมเรียกกันว่า 4.0! เป็นนัยเดียวกับอุตสาหกรรม 4.0 ของสังคมโลกจากการประชุมเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอสปีก่อนโน้น วันนี้ถ้าสถานศึกษายังไม่ปรับตัว ไม่สนองตอบความต้องการของตลาดแรงงานและความเปลี่ยนแปลงของสังคม เห็นทีจะอยู่รอดลำบากยิ่ง เพราะสถาบันการศึกษานั้นๆ จะเปลี่ยนสภาพจากการสร้างคน-สร้างสังคม เป็นกาฝาก-เป็นภาระของสังคมอย่างเฉียบพลันเลยทีเดียว!.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง