2 พรรคใหญ่ 'สมานฉันท์' แนวคิด ขวาง 'ทหาร' เถลิงบัลลังก์อำนาจ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2561 00:00:24 น.
ทีมข่าวการเมือง

"ฝ่ายยุทธศาสตร์การเมืองและด้านนโยบาย ต่างเร่งวางแผนรองรับสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้เพ อไทยจะรู้ดีว่า ภายใต้กติกา และเครือข่ายอำนาจรัฐเช่นนี้ ไม่อาจต้านทานพรรคทหารได้อย่างแน่นอน แต่ก็เตรียมพลิกกลยุทธ์ นอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เตรียมการออกมาเพ อเรียกเสียงฮือฮา ยังเตรียมกลยุทธ์การเมืองเอาไว้ต่อกรในอนาคต"

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงตามโรดแมปเดิม ในเดือนพฤศจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่พรรคการเมือง นักการเมือง ทวงถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ได้ทดลองใช้กติกาใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่ กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง การเลือกตั้งฉบับใหม่ ทดลองกันไปพร้อมกันทุกพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังชล ไปจนถึงพรรคที่เตรียมเกิดใหม่ในอนาคต ของคนการเมือง คนในองคาพยพในอำนาจของรัฐอีกหลายพรรค

รัฐธรรมนูญใหม่ กติกาใหม่ ที่เต็มไปด้วยอุปสรรค ปัญหากีดขวางการเข้าสู่อำนาจ ที่ทำให้พรรคใหญ่ไม่สบายใจ ไม่มีทางที่จะเข้ายึดกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ จัดตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว

หนทางเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเกิดทันในปีนี้ หรือ 1-2 ปีนับจากนี้ ถือว่าเวลาเหลือไม่นานนัก สำหรับการเตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้ง และตลาดการเมืองเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวชัดเป็นนักการเมือง

"วันนี้ผมต้องเปลี่ยนแปลง เพราะผมไม่ใช่ทหาร เข้าใจไหม เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร"

ต่อมา บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ ระบุถึงกระบวนการการมาเป็นนายกฯ คนนอก

"การเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ก็ถือว่าตามระบบ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ หากพรรคการเมืองไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีกันเองได้ในสภาฯ รัฐธรรมนูญก็เปิดช่องทางให้เสนอนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ เพื่อเป็นการตัดเรื่องการปฏิวัติ"

ไม่เพียง พล.อ.ประยุทธ์ประกาศเป็นนักการเมือง แต่ยังแบะท่า หวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย พร้อมกลับมาสานงานต่อที่ยังไม่ลุล่วง ไม่ว่าจะเป็น แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โครงการรถไฟความเร็วสูงที่กระจายไปยังหัวเมืองต่างๆ รวมทั้งโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการสะดุดจากฝ่ายการเมืองที่จะมาปรับเปลี่ยนแก้ไข ดังนั้นรัฐบาลทหารต้องมาทำเอง

ช่วงเทอมสุดท้ายรัฐบาลทหารมีการประกาศผลงานสำเร็จ และแคมเปญใหม่อย่างต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่สร้างความคุ้นเคยกับประชาชน กลุ่มการเมือง ที่อาจจะเป็นพันธมิตรในวันข้างหน้า

ผลงานรัฐบาลที่มีการโหมผ่านโลกโซเชียล อาทิ ตลาดหุ้นปิดสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทะยานกว่า 1,800 จุด สูงสุดในรอบ 30 กว่าปี นักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2560 สูงสุดในประวัติศาสตร์ มียอดส่งออก ก.ย.60 สูงสุดในประวัติศาสตร์ แก้ค้ามนุษย์จากเทียร์ 3 ขึ้นเทียร์ 2 ได้

แก้ปัญหาการบินจนปลดธงแดง ICAO ได้ แก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายรอดจากใบแดง ได้รับการปรับสถานะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไทยดีขึ้นรอบ 10 ปี ผลจากการทำงานอย่างหนัก ทำให้ธนาคารโลกเผยรายงานฉบับล่าสุด เมื่อปลายปี 2560 ประเทศไทยกำลังก้าวพ้นจากความยากจนสู่ประเทศมั่งคั่ง

ไม่เท่านั้น ยังมีสารพัดโครงการที่โหมกระหน่ำลงไปให้ประชาชนทั้งระดับฐานราก ระดับกลาง ด้วยเม็ดเงินมหาศาล เช่น การเทงบช่วยคนจน 5.3 ล้านคน อีกระลอก ใช้งบกว่า 3.5 หมื่นล้าน การทุ่มงบประมาณ 6 หมื่นล้าน ให้กู้บ้านคนจน

ด้านการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ และคนใกล้ชิด ต่างตามจีบ ทาบทามกลุ่มการเมืองที่มีศักยภาพ ไว้เป็นฐานทางการเมืองในวันข้างหน้า จากนั้นมีการเทงบประมาณอีกหลายพันล้านบาท ไปให้ยังจังหวัดที่มีท่าทีสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

สะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม การวางแผน เตรียมตัวเข้าสู่อำนาจอีกครั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนหนทางวันข้างหน้า จะเป็นไปตามที่ฝันหรือไม่ ยังต้องรอลุ้น

ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองที่อยู่ในตลาดการเมืองมานาน เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ 2 ขั้วใหญ่เริ่มขยับ เตรียมตัวทางการเมือง พร้อมกับเฝ้าระวัง จับตาการเคลื่อนไหวของเครือข่ายรัฐบาลทหารอย่างใกล้ชิด

อดีต ส.ส.อีสานกว่า 40 คน ที่ตบเท้ามาอวยพร พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่างยืนยัน ยังเหนียวแน่นกับพรรคเพื่อไทย ไม่คิดย้ายหนี ท่ามกลางกระแสข่าวทาบทาม ถูกดูด ที่มีมาเป็นระยะๆ

ฝ่ายยุทธศาสตร์การเมืองและด้านนโยบาย ต่างเร่งวางแผนรองรับสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้เพื่อไทยจะรู้ดีว่า ภายใต้กติกาและเครือข่ายอำนาจรัฐเช่นนี้ ไม่อาจต้านทาน พรรคทหารได้อย่างแน่นอน แต่ก็เตรียมพลิกกลยุทธ์ นอกจากนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เตรียมการออกมาเพื่อเรียกเสียงฮือฮา ยังเตรียมกลยุทธ์การเมืองเอาไว้ต่อกรในอนาคต

ถึงแม้ความคาดหวังจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไม่สามารถทำได้ ไม่มีโอกาสได้คนเพื่อไทยมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็เตรียมเกมในสภาฯ เอาไว้ โดยคิดเอาไว้หลายสูตร

ว่ากันว่า มีการประเมินคะแนนเสียงตัวเลขตกอยู่ บวกลบ 220 เสียง บวกกับพรรคที่เตรียมแยกจัดตั้ง เพื่อมารวมกันในอนาคต คาดว่าจะระดมกันให้ได้ 251 เสียงเป็นอย่างน้อย

เพื่อมาสู้เกมการเมืองในสภาฯ โดยเฉพาะ ขั้นตอนการโหวตกฎหมายสำคัญๆ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ ที่มีการเริ่มพูดกันหนาหู มีความพยายามอาศัยเสียงข้างมากคว่ำให้ได้ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลทหาร แต่งตัวเป็นฝ่ายค้านจอมแสบ

ฝั่งประชาธิปัตย์ก็เฝ้าระวัง ตามติดความเคลื่อนไหวเช่นกัน ล่าสุด เดอะแจ็ค วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็สวมบทคนรู้ทันประยุทธ์ ออกมาแฉถึงการเคลื่อนไหวการเตรียมการกลับเข้าสู่อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านแทบลอยด์ไทยโพสต์อย่างน่าสนใจ

'การประกาศเป็นนักการเมืองเพื่อทอดสะพานให้เห็นว่า มีความประสงค์ต้องการเป็นนายกฯ ในสมัยต่อไป จึงได้เดินทางไปขอเป็นนายกฯ คนนครปฐมพูดกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปขอเป็นนายกฯ กับนักการเมืองกลุ่มนั้น โดยเบื้องลึกมีการประสานงาน แลกเปลี่ยนประโยชน์ มีการนัดกันเป็นกิจจะลักษณะไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะมีการไปโดยการปิดลับ

......พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.ยุติธรรม ได้เจรจาทางลับกับนักการเมืองกลุ่มชลบุรี เพื่อขอให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยแลกเปลี่ยนกับเงื่อนไขทางคดี ที่บิดาของท่านเป็นนักโทษในกรมราชทัณฑ์ มีการแลกเปลี่ยนจนเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย และยังไปพบปะนักการเมืองประเภทผู้รับเหมา บวก 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เข้ามาเป็นฐานสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในสมัยหน้า จึงมีคำถามว่า สิ่งนี้คือการปฏิรูปการเมือง พรรคการเมือง นักการเมือง อย่างนั้นหรือ'

นอกจากนี้ มีข่าววุ่นๆ ในค่าย เกม (บีบ) เปลี่ยนหัวเรือ มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ข้อหาเป็นเด็กดื้อ ไม่สมยอม เครือข่ายสีเขียว เข้ามาคอนโทรล ท่ามกลางกระแสข่าว กำนันคนดังที่แนบแน่นฝั่งท็อปบูต พร้อมออกมาผสมโรงขย่ม ช่วยด้วยอีกแรง

กระบอกเสียงประชาธิปัตย์ออกโรงซัดภารกิจหลัก ประยุทธ์ ไม่ใช่ปฏิรูปการเมือง แต่กลายเป็นสร้างปฏิสัมพันธ์อันดี ขั้วการเมืองทรงพลัง สนใจตัวเลขฐานเสียงข้างหน้า มากกว่าเสียงยี้ที่ดังมาจากรอบข้าง

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ออกมาส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลประยุทธ์ ใช้กองหนุนไปหมดแล้ว ผู้มากบารมี ผ่านสนามการเมือง สนามรบ เกมการเมืองอันเชี่ยวกราก ยังออกมากระตุกเตือนอีกเสียง

แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เห็นพรรคการเมืองใหญ่ออกแรงกันสุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้ทหารกลับคืนสู่อำนาจได้ง่ายๆ

แม้กติกาเอื้ออำนวย ฝ่ายเสนาธิการมีการวางแผนรองรับเอาไว้หลายชั้น หลายขั้นตอน ทีมงานกระสุนดินดำ อำนาจรัฐบวกทหาร เต็มอัตราศึก พร้อมออกรบสมรภูมิเลือกตั้ง

แต่หนทางเลือกตั้งยังอีกยาวไกล อย่างน้อย 2 พรรคใหญ่วันนี้ มาในหลักการประชาธิปไตยจ๋า สมานฉันท์ทางแนวคิด 'ไม่เอาเผด็จการ รัฐบาลทหาร'

พล.อ.ประยุทธ์และคณะเครือข่าย ยังต้องเผชิญแผน ลับ ลวง พราง ต่อสู้ ชิงเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ ฝ่ายการเมืองอีกหลายยก ก่อนจะได้บัลลังก์แห่งอำนาจอีกสมัย!!

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง