คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: เผา-ป่วน ความรุนแรงเริ่มต้น?

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2561 00:00:44 น.
กลุ่มอนุรักษ์ลำเซบาย

เวลาประมาณ 11.45 น. ของวันที่ 14 มี.ค.61 ป้ายคัดค้านการสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ของกลุ่มอนุรักษ์ที่ติดไว้บริเวณหน้าวัดสวนธรรม อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ป้าย ถูกมือมืดเผาทำลายไม่เหลือร่องรอยทั้ง 2 ป้าย หวิดลามเข้าพื้นที่บริเวณวัดป่าสวนธรรมร่วมใจวิเวการาม

ขณะที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ส่วนใหญ่นั้นไม่ทราบเรื่อง เพราะตรงกับช่วงประเพณีบุญผะเหวด

นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว เหตุการณ์ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้นมาแล้วในพื้นที่ แล้วเรื่องก็เงียบหายไป

ทั้งนี้ มีการลอบทำลายป้ายของกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำเซบาย ตำบลเชียงเพ็ง มาแล้วหนึ่งครั้งในวันที่ 8 มิ.ย.2560 แต่ชาวบ้านยังยืนยันจะต่อสู้คัดค้านด้วยสันติวิธี

นับเนื่องจนถึง การเผา ป่วน ป้าย ครั้งที่ 2 ในปีนี้ ชาวบ้านยืนยันแสดงเจตนารมณ์ยืนอยู่บนความสงบ ขอต่อสู้ด้วยสันติ และใช้พลังข้อมูลข่าวสารบอกเรื่องราวหาเพื่อน

เหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น กว่าชาวบ้านจะรู้ว่าป้ายถูกทำลายก็เป็นเวลาหัวค่ำ เพราะชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ส่วนใหญ่ต่างติดกับงานบุญผะเหวด ประจำปี แต่มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่งานป้องกันภัยเทศบาลตำบลโพธิ์ไทร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระงับเหตุได้ทันเพื่อไม่ให้เพลิงลุกไหม้ลามเข้าสู่เขตพื้นที่วัดป่าสวนธรรมฯ

นายมิต มรรคผล กรรมการกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง เล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่า ป้ายผ้าเพิ่งเอาไปติดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มี.ค.61 ที่ผ่านมา กับสมาชิกกลุ่มประมาณ 10 กว่าคน ทางกลุ่มเราติดป้ายประมาณ 3 จุด ซึ่งจุดที่เกิดเหตุเผาป้ายเป็นจุดแรกที่เรานำป้ายไปติด 2 ผืนใหญ่อยู่หน้าวัดสวนธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร มีเนื้อหา "คัดค้านโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล และอีกป้าย ร่วมกันปกป้องสิทธิคัดค้านโรงงานน้ำตาล โรงไฟฟ้าชีวมวล"

ซึ่งป้ายผ้าก็เป็นผ้าที่ได้รับบริจาคจากวัด เราทำเพราะเราไม่อยากให้สร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เนื่องจากเรามีข้อกังวลว่าจะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากลำเซบาย ฝุ่นละออง มลพิษที่จะไหลลงน้ำเซบายที่เราต้องใช้ในการประปาและการเกษตร

เขาบอกว่า เหตุการณ์เผาป้ายในครั้งนี้เรามองว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึก บ้านเมืองมีขื่อมีแปไม่น่าจะกระทำต่อการที่เราออกมาปกป้องชุมชนและทรัพยากร แต่ทางกลุ่มจะปรึกษากันอีกครั้งเพื่อวางแผนการรณรงค์ติดป้าย และคงจะติดเพิ่มอีก เพราะเรายังยึดมั่นสันติวิธีที่เราทำมาตลอด แต่ก็ขอร้องคนที่แอบมาเผาป้ายว่าให้เห็นใจกันด้วย กลุ่มก็ไม่มีเงินที่จะซื้อผ้า แต่กลุ่มก็จะขอบริจาคจากวัดเพื่อมาทำป้ายต่อ และติดอีก

ที่ผ่านมาพวกเราก็ต่อสู้ด้วยกระบวนการสันติวิธีมาโดยตลอด ป้ายที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของคนในชุมชนที่หวงแหนในถิ่นฐานบ้านเกิด กลับถูกทำลายลงจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้สร้างความเจ็บช้ำให้กับชาวบ้านที่ร่วมกันสร้าง ซึ่งจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจากไฟที่ใช้จุดได้ลุกลามไปไหม้ยังพื้นที่ใกล้เคียงจนหน่วยงานรัฐต้องออกมาดับไฟ เหตุเพราะหวั่นจะเกิดการกระจายตัวออกไปจนสร้างความเสียหายยังบริเวณอื่นต่อไป แม้เหตุการณ์นี้จะได้ทำลายป้ายรณรงค์ของทางกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง ที่เป็นป้ายประกาศขนาดใหญ่ เสียหายถึง 2 ป้าย

"แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวอันใดให้กับสมาชิกกลุ่มทุกคน ไฟไม่สามารถเผาทำลายจิตใจของชาวบ้านที่หวงแหนในถิ่นฐานบ้านเกิดตนเองลงได้ แต่ยิ่งกลับปลุกความกล้าของสมาชิกทุกคนที่จะร่วมยืนหยัดคัดค้านโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อไป ทางกลุ่มอนุรักษ์ตระหนักได้ว่า "เผาสองเพิ่มร้อย" ทางกลุ่มของเราจะคงยืนหยัดการต่อสู้ด้วยสันติวิธีต่อไป และไม่เกรงกลัวต่อการคุกคามไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด"

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ตำบลน้ำปลีก จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการมีโรงงานจึงร่วมกันคัดค้านและเขียนป้ายรณรงค์จากชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยของพื้นที่ตำบลเชียงเพ็ง และชุมชนอื่นๆ ในเขตอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ที่เกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการสร้างโรงงาน เพื่อแสดงความชัดเจนไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว

นับต่อจากนี้ ต้องจับตาดูความรุนแรง ความขัดแย้ง ที่ปะทุขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่?.
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง