คอลัมน์: ซุบซิบการบ้าน นินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 มีนาคม 2561 00:00:43 น.

"โกง" เป็นเรื่องที่ "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กังวลไม่น้อย เพราะอาจหนีไม่พ้นการนำไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้  "บิ๊กตู่" ต้องย้ำในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า "ไม่ปรากฏการทุจริตในระดับนโยบายที่ส่งผลกระทบที่รุนแรงและกว้างขวาง หลายเรื่องศาลตัดสินแล้ว บางส่วนยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ต้องให้ความเป็นธรรม หาหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน แต่ทุกเรื่องที่มีมูลความผิดจริง  รัฐบาลนี้ผลักดันเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด" แต่ที่น่าตกใจคือ ตัวเลขของโครงการ และงบประมาณที่สูญเสียจากโครงการช่วยเหลือคนจนนั้น รั่วไหลและไม่ถึงมือคนจนมหาศาล จะมีข้าราชการ ลูกหาบ-ลูกแถวเกี่ยวข้องขนาดไหน คนที่ดูแลนโยบายต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน  เพราะ "โกง" เป็นเครื่องมือทรงพลังในการทำลายล้างรัฐบาลมาหลายยุคแล้ว

ทางด้านประเด็นนาฬิกาหรูที่ดูเหมือนจะเงียบๆ แผ่วๆ ไป เพราะ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รูดซิปปากซะแน่นสนิท หากถูกผู้สื่อข่าวเอ่ยปากถามเรื่องนี้ ทั้งใช้วิธีเดินหนี เดินคุยโทรศัพท์ เลยไปถึงปล่อยมุก ร้อง "อุ๊ย.." ให้นักข่าวขำๆ ไป แต่ในทางปฏิบัติ  เรื่องการตรวจสอบยังมีต่อไปแบบ "รูทีน" เนิบๆ นาบๆ ตามสภาพอำนาจทางการเมือง ล่าสุด "บิ๊กป้อม" ให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของนาฬิกาทั้ง 25 เรือน ตามที่ ป.ป.ช.ส่งหนังสือไปเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งครบกำหนดชี้แจงในวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสำนักบริหารงานกลางได้ลงเลขรับหนังสือเรื่องดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งเอกสารดังกล่าวไปให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงต่อไป

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) มาหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ผลสรุปคือทุกฝ่ายเห็นร่วมกันในมาตรการพักชำระหนี้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยผู้ที่จะยื่นเรื่องการพักชำระหนี้จะต้องยื่นต่อ กสทช.ภายใน 30 วัน  และต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ กสทช.จะสนับสนุนเรื่องโครงข่ายภาคพื้นดินไม่เกินร้อยละ 50 เปอร์เซ็นต์ภายในระยะเวลา 24 เดือน ขณะที่มาตรการช่วยเหลือด้านโทรคมนาคม โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติในวันที่ 27 มี.ค.นี้ เพื่อพิจารณาออกคำสั่งมาตรา 44 ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกคำสั่งได้ภายในเดือน มี.ค.นี้

หลังพนักงานสอบสวนขออนุมัติฝากขังนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย  ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) คดีฆ่าเสือดำ รวมแล้ว 3 ข้อหา ซึ่งทนายความของนายเปรมชัยก็ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว และศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้นายเปรมชัยได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์ 3 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากได้รับการประกันตัว นายเปรมชัยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้ง โดยสื่อถามว่าเหตุการณ์คดีครอบครองซากเสือดำนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างไรบ้าง นายเปรมชัยตอบว่า "รู้สึกอึดอัดกระทบต่อจิตใจมาก จากสังคม จากสิ่งแวดล้อมที่ต้องเจอ...เรื่องการต่อสู้คดีต้องถามทนายความ แต่ยืนยันว่าตัวผมบริสุทธิ์" พร้อมเจ้าตัวยืนยันการปฏิเสธทั้ง 3 ข้อกล่าวหา เมื่อถามว่า ณ เวลานี้ยังยืนยันว่าไม่ได้ฆ่าเสือดำใช่หรือไม่ นายเปรมชัยตอบว่า "ไม่ครับ"... เป็นหน้าที่ของศาลในการหาความจริงต่อไป

บรรยายใต้ภาพล
วิษณุ เครืองาม
เปรมชัย กรรณสูต
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง