จากทุจริต 'ถี่' ปราบคอร์รัปชัน 'แผ่ว' ถึงประชาชนไม่เชื่อมือ 'รบ.' แก้โกง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 21 มีนาคม 2561 00:00:56 น.

นอกจากเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยที่เป็นสิ่งที่ประชาชนเชื่อมือ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตั้งแต่วันแรกที่เข้าบริหารประเทศ

การแก้ไขปัญหา "ทุจริตคอร์รัปชัน" ถือเป็นเรื่องรองลงมาที่ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจ "บิ๊กตู่" ว่า จะทำให้มันลดน้อยลงได้ หลังประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ทันทีที่เข้ามาบริหารประเทศ

เหตุที่เป็นเช่นนั้นส่วนหนึ่ง เพราะจุดขายของ "บิ๊กตู่" คือ เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริต ที่สำคัญ เป็นคนเด็ดขาด

แต่มาวันนี้ดูเหมือนว่า เรื่องที่ดูจะสร้างปัญหาและสั่นคลอนรัฐบาลมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ เรื่องที่ประชาชนเคยเชื่อมั่นว่า รัฐบาล คสช.จะสามารถปราบโกงได้

สะท้อนจากผลโพลล่าสุดของ "สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,157 คน ระหว่างวันที่ 13-17 มี.ค. เกี่ยวกับข่าวทุจริตในระบบราชการ ปรากฏว่า ประชาชนกว่าครึ่งไม่เชื่อมั่นว่า จะแก้ไขปัญหาการทุจริตได้

โดยร้อยละ 56.61 มองว่า เพราะที่ผ่านมามีหลายคดีที่เงียบหายไป ไม่สามารถเอาผิดได้ เกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์พวกพ้องและผู้มีอิทธิพล แก้ไขได้ยาก เป็นปัญหาเรื้อรัง ฯลฯ

เรื่องพวกพ้องที่แจ่มชัดที่สุด น่าจะมาจากประเด็นแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ไม่ได้มีการแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนเข้ารับตำแหน่ง

เรื่องนี้ทำเอา "รัฐบาลบิ๊กตู่" เสียเครดิตอย่างมาก ไม่ใช่เพราะเกิดเรื่องทุจริตแล้วสั่นสะเทือน หากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กลับดูเหมือนว่า มีความพยายามที่จะช่วยกันปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นคดีในชั้น ป.ป.ช.ที่วันนี้ผ่านมาร่วม 4 เดือน แต่ยังวนอยู่ในอ่าง ยังอยู่ในชั้นคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง เรียกหนังสือชี้แจงกันไปมา ไม่เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน "บิ๊กตู่" ยังปฏิเสธที่จะพักงาน "บิ๊กป้อม" โดยงดเว้นบรรทัดฐานที่เคยทำกับข้าราชการที่พัวพันการทุจริต จนแนวร่วมและกองหนุนหลายคนแสดงความผิดหวัง

เรื่อง "บิ๊กป้อม" ยังไม่ทันซา ข่าวการทุจริตในภาครัฐกลับขึ้นมาครึกโครม หลัง "น้องแบม" ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะนักศึกษาฝึกงาน ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

จากจุดเล็กๆ มีการขยายผลจนพบว่า มีการงาบเงินคนจนเกิดขึ้นเกือบค่อนประเทศ แทบจะทุกจังหวัด จนเป็น "คอร์รัปชันระดับชาติ" เกิดคำถามตามมาว่า ถ้านักศึกษาคนนี้ไม่ "จุดประเด็น" ประเทศจะต้องสูญเสียงบประมาณไปอีกเท่าไหร่ แล้วเหตุไฉนรัฐจึงปล่อยปละให้เกิดการทุจริตเป็น "ดอกเห็ด" เช่นนี้

ทั้งที่เรื่องเงินคนจน กระทรวง พม. เคยได้รับการแจ้งเตือนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาแล้วว่าสุ่มเสี่ยง หลังพบว่ามีการอนุมัติเจาะจงเป็นพื้นที่

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน มีการพบการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่ไว้ช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส จำนวน 88 ล้านบาท จากฝีมือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ

แม้การทุจริตดังกล่าวจะไม่ได้เพิ่งมาเกิดขึ้นใน "รัฐบาลบิ๊กตู่" แต่เหตุใดจึงหละหลวมเกิดขึ้นในยุคนี้ได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเคยสร้างกลไกตรวจสอบภายในเอาไว้อย่างแน่นหนา

เมื่อเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ประกาศแคมเปญต่อต้านการคอร์รัปชันจนเป็นเครื่องหมายการค้า มันจึงไม่แปลกเท่าไหร่นักที่ผลสำรวจจะออกมาในลักษณะดังกล่าว

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนี้ เพราะระยะหลังๆ นอกจากข่าวการทุจริตที่เพิ่มขึ้นรายวัน เรื่องการแอคชั่นเรื่องการปราบปรามยังดูดร็อป สวนทางกันไป

ในระยะแรกของการบริหาร "บิ๊กตู่" ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อเดินเครื่องปราบโกงกันทุกเดือน แต่ปัจจุบันการประชุมดังกล่าวกลับว่างเว้นไปนาน เหมือนที่ "ต่อตระกูล ยมนาค" ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ใน คตช.ออกมาส่งเสียง

ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีของรัฐบาลอย่างยิ่ง แม้วันนี้ "บิ๊กตู่" จะยังรักษาสภาพ "คลีน" ของตัวเองเอาไว้ได้ก็ตาม เพราะเมื่อเรื่องเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว และโครงการของรัฐ มันจะถูกเหมารวมทั้งรัฐบาล.

ADVERTISEMENT