คอลัมน์: ไทยโพสต์: จิตใจเป็นคนไทย..?!? พาประเทศออกจากหล่ม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 00:00:17 น.

นับเป็นวัฒนธรรมปฏิบัติในเทศกาลวันสงกรานต์ที่เหล่า ทหารทุกกองทัพรวมทั้งนายตำรวจจะตบเท้าเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์เพื่อรดน้ำขอพรกับประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษคนสำคัญ พร้อมกับฟังคำแนะนำจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เพื่อการบริหารนำพาประเทศชาติประชาชนไปในทิศทางที่พึงปรารถนา สร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม

"ตอบแทนคุณแผ่นดิน" ถือเป็นประโยคติดปากติดใจที่ "ป๋าเปรม" จะใช้เพื่อตอกย้ำกับทุกฝ่ายทุกองค์กรรวมทั้งทุกคนในสังคมไทยทุกครั้ง เมื่อมีโอกาส ซึ่งสามารถถอดความได้ว่า เกิดเป็นคนไทยหรือคนในประเทศใดก็ตาม การรู้คุณแผ่นดินและตอบแทนตามกำลังความสามารถหรือตามตำแหน่งแห่งที่ความรับผิดชอบของตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเริ่มต้นง่ายๆ ที่ตัวเองคือ การทำความดี ไม่ทำความชั่ว  แล้วผลสะท้อนก็ส่งต่อให้ครอบครัว สิ่งแวดล้อม ชุมชน และประเทศมีความสงบสุขเรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเคยได้อธิบายความหมายอย่างยาวของการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยแบ่งเป็น 9 ข้อ ดังนี้ 1.จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละและจงรักภักดี 3.คนที่เป็นผู้บังคับบัญชา ต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างกับผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องมีความเมตตา เป็นคนไทยต้องมีความเป็นไทย เป็นธรรม เป็นนายคนต้องมีแต่ให้ และรับได้อย่างเดียว คือ รับความทุกข์ ความลำบากยากเข็ญของคนอื่น

ตามด้วย 4.หาทางขจัดความยากจน 5.ยึดถือ และปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 6.ต้องทำงานให้คุ้มค่า คุ้มเวลาและคุ้มความเป็นคน 7.ดำรงวัฒนธรรมไทย เช่น วัฒนธรรมการละเล่นท้องถิ่นของภาคใต้ กลาง อีสาน เหนือ การพูดภาษาถิ่น ไม่ควรลอกเลียนฝรั่ง จนไม่เหลือความเป็นไทย 8.ผู้ใหญ่มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องดูแลยุวชน เยาวชน เพราะเด็กเป็นความสำคัญของชาติบ้านเมืองให้เติบโตมาเป็นคนดีของชาติบ้านเมืองให้ได้ และ 9.ต้องมีจริยธรรมและคุณธรรม

แนวทางการตอบแทนคุณแผ่นดินทั้ง 9 ข้อ ดูเหมือนรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้กลั่นและกรองหรือเรียงร้อยถ้อยความเป็นหลักการ ในการบริหารจัดการตามสไตล์ของตนเอง ที่เรียกว่า "ค่านิยม หลัก 12 ประการ" ตามนโยบาย คสช. ซึ่งประกอบด้วย 1.มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3.กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4.ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม 5.รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม 6.มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน

นอกจากนั้นคือ 7.เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8.มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ 9.มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10.รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตาม พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11.มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา และ 12.คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

วิธีคิดแบบเดียวกัน แม้ใช้คำจำกัดความไม่เหมือนกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีเป้าหมายไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้ เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี หลังการเข้ารดน้ำอวยพร "ป๋าเปรม" ที่ระบุว่า "วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร เราต้องเตรียมความพร้อมประเทศ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เรากำลังเดินหน้าไปสู่บ้านเมืองที่จะเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล และต้องเตรียมความพร้อมด้วยว่า เป็นประชาธิปไตยอย่างไร ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องเป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม รัฐบาลพยายามสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ทุกอย่างต้องร่วมมือกันคิดและทำแบบประชารัฐ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แม้ไม่ง่าย แต่ไม่ยาก ทุกคนที่มีจิตใจเป็นคนไทยอย่างแท้จริง ต้องร่วมมือกันทำให้ทุกอย่างสำเร็จ เว้นแต่ไม่มีจิตใจเป็นคนไทย ซึ่งมีอยู่พอสมควร"

การเรียกร้องสำนึกไทยจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นยุทธ ศาสตร์หรือวิธีการคิดแบบรัฐบาลจากการรัฐประหารตามที่ฝ่ายนิยมประชาธิปไตยวิพากษ์วิจารณ์ตอกย้ำหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนและสมควรที่ทุกคนต้องหยุดคิดด้วยว่า ค่านิยมแบบไทย ที่จะช่วยตอบโจทย์การทดแทนคุณแผ่นดินด้วยนั้น ไม่ใช่เรื่องต้องตั้งแง่กระแนะกระแหนว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเผด็จการทุกยุคทุกสมัยเลย หากพิจารณาแล้วเห็นว่า ...ใช่!! และเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนควรจะมี หรือเริ่มต้นที่จะต้องลงมือกันอย่างจริงจังแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ฉาบฉวยหรือวิ่งไปตามกระแสนิยมไทยอย่างที่สังคมกำลังอินกับละครย้อนยุคที่เพิ่งจบไป

เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งถ้าหากค่านิยมความเป็นไทยถูกนำไปขยายต่อ เพราะหากคนไทยรู้สำนึกความเป็นไทยที่สืบสานกันมาด้วยพระปรีชาสามารถในการครองบ้านครองเมืองของบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ก็จะเข้าถึงเข้าใจว่าการรักษาความเป็นไทยนั้น หมายถึงต้องมีทั้งชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และจิตใจแบบไทยนั้นไม่เพียงยึดถือปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยเท่านั้น แต่ยังต้องลงมือปฏิบัติทดแทนคุณของแผ่นดินตามหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง จึงจะนำพาประเทศชาติออกจากหล่ม และจะเป็นเกราะป้องกันที่จะไม่ทำ ให้เราถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมได้แบบง่ายดายเหมือนอดีตที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ขอยืนยันว่า จิตใจเป็นคนไทยนั้น แค่พูดอย่างเดียวยังไม่พอ แต่ต้องมีความพยายามที่จะทำให้เป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะของผู้นำประเทศ หรือรัฐบาลผู้มีอำนาจรัฐในมือแล้ว ต้องกระทำตนเป็นแบบอย่าง นั่นคือ ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม และมองข้ามไม่ได้ก็คือ คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง หากรัฐบาลทำให้เห็นคงไม่ต้องปากเปียกปากแฉะตอกย้ำหรืออารมณ์เสียออกสื่ออีกต่อไป.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง