คอลัมน์: กรองสถานการณ์: คสช.อืดอาด-ยืดยาด 4 ปีปฏิรูปล้มเหลวสิ้นเชิง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561 00:00:58 น.

การเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมีทีท่าประสบความสำเร็จ หลังเกิดการชุมนุมประท้วงขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้งและการลงคะแนนเสียงโดยมวลมหาประชาชนนำโดย กปปส. ซึ่งนำไปสู่การก่อรัฐประหารที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และอีกฐานะคือหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวประกาศใช้วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 บัญญัติให้มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สมาชิกจำนวน 250 คนมาจากการสมัครและสรรหาโดย คสช. แบ่งเป็น สปช.จังหวัด จังหวัดละ 1 คน รวม 77 คนจาก 77 จังหวัด และอีก 173 คนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวม 11 ด้าน

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สปช.ทำ 2 ภารกิจ คือ ศึกษาและเสนอการปฏิรูปให้รัฐบาลดำเนินการ และเสนอแนะการร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

ผ่านไป 5-6 เดือนยังไม่ทันจะเสร็จภารกิจ รัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้ สปช.ต้องสิ้นสภาพในวันที่ลงมติร่าง รธน.ไม่ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ก็ตาม ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่าง รธน.ที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานสามารถอยู่ต่อกรณี สปช.ลงมติเห็นชอบ และต้องกลับบ้านไปพร้อมกับ สปช.หาก สปช.ลงมติคว่ำร่าง รธน.

ผลปรากฏว่าทั้ง สปช.และกรรมาธิการยกร่าง รธน.มีอันต้องไปพร้อมกันทั้งคู่เพราะ สปช.ลงมติคว่ำร่าง รธน.

รวมเวลา สปช.อยู่ในตำแหน่งเพียง 11 เดือน ผลการศึกษาและข้อเสนอการปฏิรูปได้ส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์  ในเดือนสิงหาคม 2558 จำนวน 37 วาระการปฏิรูป

จากนั้น คสช.ได้แต่งตั้ง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จำนวน 200 คน โดยไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีคุณวุฒิหรือความเชี่ยวชาญด้านใด ซึ่งล้วนแต่เป็นข้าราชการประจำและคนใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ใน คสช.และรัฐบาล

สปท. อยู่ในตำแหน่ง 1 ปี 9 เดือน (21 เดือน) เกือบ 2 ปี (นานกว่า สปช. 2 เท่า) พ้นวาระไปเมื่อวันที่ 31 ก.ค.60 แต่ก็ไม่ปรากฏว่าการปฏิรูปจะเกิดมรรคเกิดผลอะไรเป็นรูปธรรม

และดูเหมือน คสช. และรัฐบาลจะไม่จริงจังกับเรื่องการปฏิรูป จึงปล่อยให้ สปท.ดำเนินการไปตามปกติ สอดรับกับคำพูดของนายบวรศักดิ์ที่ว่า เขาอยากอยู่ยาว โดยนายบวรศักดิ์ไม่พอใจที่ผู้ใหญ่ ระดับบิ๊ก ของ คสช.และใน ครม.อยู่เบื้องหลังการล็อก สปช.ให้ลงมติคว่ำร่าง รธน. ซึ่งจากวันคว่ำร่าง รธน.มาจนถึงวันนี้ก็เป็นไปตามความประสงค์ของ คสช.และรัฐบาลจริงๆ นั่นคือได้อยู่ยาวจนเกือบจะครบ 4 ปีแล้ว และยังจะอยากอยู่ยาวต่อไปอีกถึงปี 2562 รวมแล้วอย่างน้อย 5 ปี

ระหว่างที่ สปท.อยู่ในตำแหน่งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ปยป.) เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 โดย พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน และตั้งกรรมการ 4 ชุด ประกอบด้วย

1.คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์2.คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ3.คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ4.คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองทั้ง 4 ชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเป็นประธานและให้รองนายกฯ กระจายกันมาเป็นรองประธาน

เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ผ่านประชามติวันที่ 7 สิงหาคม 2559 และประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปนำไปสู่การจัดทำร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับและต่อมาได้ประกาศใช้ คือ พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ กับ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ

พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ มีนายกฯ มานั่งเป็นประธานอีกเช่นเคย ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งไม่เกิน 18 คน แต่แต่งตั้งเข้ามาเพียง 12 คน และนับแต่แต่งตั้งกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติมาถึงปัจจุบันประชุมกันแค่สองสามครั้ง

นอกจากนี้ยังแต่งตั้งกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ 6 คณะ   ในส่วนของ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ กำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ 11 ด้าน ด้านละไม่เกิน 15 คนมาจัดทำแผนการปฏิรูปในด้านนั้นๆ พล.อ.ประยุทธ์ก็แต่งตั้งไม่ครบ 15 คน

มีขั้นตอน ซับซ้อน ที่ สนช.เขียนไว้ใน พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนฯ ประกาศใช้แล้วเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจเท่าที่ควร มีแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปฏิรูปล้มเหลว

4 ปีแห่งการรัฐประหาร ประชาชนกำลังรอการแถลงของ คสช.ว่าความสำเร็จของการปฏิรูปมีอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ นอกเหนือไปจากแผนการปฏิรูปกว่า 2,000 หน้า

ล่าสุด มีข่าวว่าทหารเตรียมตั้งพรรคการเมืองเพื่อปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง เช่นเดียวกับ นายสุเทพ ก็ประกาศตั้งพรรคการเมืองเพื่อสานต่ออุดมการณ์ของ กปปส.

แต่คำถามที่ตามมาคือ ตลอดระยะเวลาที่ คสช.ครองอำนาจรัฐประหาร แม้จะมีมาตรา 44  ในมือก็ยังทำไม่สำเร็จ แล้วภายหลังการเลือกตั้งที่ไร้อำนาจดังกล่าว ข้ออ้างที่ทหารและผู้สนับสนุนใช้เข้าสู่อำนาจอีกครั้งเพื่อสานต่อการปฏิรูป จะมีใครหน้าไหนเชื่อ...

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง