คอลัมน์: เวทีสาธารณะ: ต้อนรับสูงวัย...ให้อยู่อย่างมีคุณค่า

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2561 00:00:40 น.
สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย

มีข้อมูลที่น่าตระหนกจากตัวเลขของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. โดยนางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. ระบุว่า สำหรับประเทศไทย ในปี 2560 มีผู้สูงอายุสูงถึง 11 ล้านคน และจากการสำรวจทั่วประเทศพบว่า ขณะนี้มีผู้สูงอายุเกิน 100 ปี จำนวน 300 คน และคาดการณ์ว่า ในปี 2574 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากถึง 28 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร

สำทับด้วยข้อมูลจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า ขณะนี้ไทยจัดอยู่อันดับ 3 ในเอเชียสังคมผู้สูงอายุ รองลงมาจากเกาหลี และประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่า การดูแลตนเองและมีสุขภาพดีเหมาะสมตามวัย ไปจนก้าวถึงการเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาว มีคุณภาพ ไม่เป็นภาระต่อครอบครัวและประเทศชาติสังคมในอนาคต มีความสำคัญอย่างมากในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะการดูแลตนเอง และเข้าใจวิธีป้องกันลดการเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ โดยการปรับลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ จะช่วยแบ่งเบาภาระปัญหา ทั้งสังคม และรัฐบาล นั่นคือการลดการเข้าโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ข้อมูล ชุดความรู้ ประสบ การณ์ ของผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ก็เป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญ หากได้รับการถ่ายทอดเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้ ให้กับคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนวัยทำงาน หรือคนที่จะย่างก้าวสู่วัยสูงอายุ หรือแม้แต่คนสูงวัยรุ่นเดียวกัน ในเคล็ดลับวิธีในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน สังคม หรือประเทศ แต่กลับกัน กลับถือเป็นปูชนียบุคคลที่มีค่าของสังคมไทย

เฉกเช่น ดร.ประเสริฐ ณ นคร อดีตนายกราชบัณฑิตยสภา ซึ่งปัจจุบันอายุ 99 ปี ได้เปิดเผยเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้อายุยืน ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในแต่ละวัน โดยเน้นเรื่องของการดูแลสุขภาพ ไม่ดื่มสุรา ไม่ทานเผ็ด ไม่หวาน เค็ม และงดอาหาร สุกๆ ดิบๆ ขณะที่เรื่องของจิตใจสำคัญที่สุด ต้องไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักประสบปัญหานอนไม่หลับ ดร.ประเสริฐระบุว่า สำหรับตนเองนั้น ได้ยินว่ามีฝรั่งคนนึง 15 ปี นอนไม่หลับ แต่เขาก็ไม่เป็นไร ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยรู้สึกว่า เขาไม่หลับ 15 ปี ไม่เป็นไร ถ้าเราไม่หลับคืนสองคืนก็คงไม่เป็นไร ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่วิตกถึงเรื่องนอนไม่หลับ สิ่งสำคัญคือ เวลาก่อนจะนอน คิดว่าได้ทำประโยชน์อะไรบ้าง ก็จะมีความสบายใจ ทำตัวให้ดีที่สุดวันนี้ อดีตดี ปัจจุบันดี อนาคตก็ดี ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติให้ดีที่สุด เมื่อเราคิดอย่างนี้ แต่ละวันก็จะสบายใจ คลายความกังวล

ขณะที่ นพ.บรรลุ ศิริพานิช ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่วัยบั้นปลายสูงวัย ในเรื่องหลักการออกกำลังเพื่อสุขภาพในวัย 93 ปี ว่า ออกกำลังกายหนักพอสมควร คือ ให้เหงื่อออก ซึ่งวัยสูงอายุต้องเจียมตัว ควรเน้นการเดินให้ได้ทุกวันประมาณ 30 นาทีขึ้นไป

นอกจากนี้ นพ.บรรลุได้ให้ข้อคิดเตือนใจว่า สิ่งสำคัญมากอีกอย่างในการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุนั่นคือ กติกาประจำตัวคือ การออมเงิน เพราะเมื่ออายุมากขึ้น จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นจึงต้องเริ่มเก็บออม หากไปคิดเก็บเงินช่วงอายุเยอะก็ไม่ทันหรือไม่เพียงพอแล้ว

การเตรียมตัวเรื่องเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในเรื่องเงินทอง ควรเตรียมเก็บออมตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพราะหากแก่แล้วจะลำบาก ถึงแม้ผู้สูงอายุหลายคนอาจจะมีบัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพ แต่ท้ายที่สุดถ้าไม่มีเงินก็ลำบากมากในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลและการใช้ชีวิต

ขณะที่ นางสุวิมล สุวิทย์สกุลวงษ์ อายุ 67 ปี ข้าราชการบำนาญ ระบุว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลผู้สูงอายุอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุในต่างจังหวัด ที่เข้าไม่ถึงการบริการสุขภาพ หรือการบริการทางการแพทย์มากนักในหลายพื้นที่ และส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

แม้จะมีบัตรประกันสุขภาพ มีบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ยังมียาหลายตัวหรือบางตัวที่อยู่นอกบัญชี ซึ่งต้องยอมรับว่าหลายคนประสบปัญหาเรื่องกำลังทรัพย์มีไม่เพียงพอ หรือลำบาก ซึ่งก็เข้าใจว่าขณะนี้รัฐบาลเองก็พยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนำงบประมาณมา แต่ก็ไม่เพียงพอกับปริมาณของผู้สูงอายุที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกพื้นที่

"ก็คงต้องพบกันคนละครึ่งทาง รัฐช่วยเหลือ และส่วนตัวเราเองผู้สูงอายุก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง เตรียมตัวเองด้วย แต่ปัญหาสำคัญที่เป็นห่วง และพบเจอโดยตรงนั่นคือ บรรทัดฐานในการช่วยเหลือ ในการเข้าถึง ปัญหาพวกมากลากไป ใครไม่มีเส้นสายก็เข้าไม่ถึง เข้าไม่ได้ ยิ่งเรื่องทุจริตยิ่งค้นก็ยิ่งเจอ รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเรื่องเหล่านี้ เพราะต้องเข้าใจว่า ผู้สูงอายุลำบากมาก บางคนเขาก็ไม่มีจริงๆ รัฐต้องกระจายการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรม เพราะชีวิตอยู่ยาก เมื่อยิ่งอายุมากขึ้น หากเราเข้าไม่ถึงระบบประกันสุขภาพ" นางสุวิมลกล่าวทิ้งท้าย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง