คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ขยักแรก เลือก '7 เสือ กกต.' ฉัตรไชย-ปกรณ์ ลุ้นเข้าวิน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 00:00:34 น.

การได้มาซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทร ทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตอนนี้ก็ถูกระงับ-แช่แข็งไปก่อน หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งให้ยุติการสรรหาไว้ชั่วคราวเพื่อรอแก้ไข พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ให้เรียบร้อยก่อน

ขณะเดียวกัน การเลือกองค์กร   อิสระอื่นๆ ที่จะตามมาต่อจากนี้ ที่มีคิวที่เห็น ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ยังไม่มีใครมั่นใจว่าจะฉลุยหรือไม่ หรือทางที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติล้มกระดานหรือไม่เห็นชอบ ตามชื่อที่ส่งไปให้อีกหรือไม่

คิวต่อไป ต่อจาก กสทช. ที่ สนช.ล้มกระดานไปก็คือ การเลือก "7 เสือ กกต." ในส่วนของชื่อที่จะมาจากกรรมการสรรหาฯ ตอนนี้ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและให้กรรมการสรรหาลงมติเลือกให้เหลือ 5 ชื่อ ส่งไปให้ สนช.ลงมติ ขณะเดียวกัน ในส่วนของอีก 2 ชื่อ ที่ทางศาลฎีกาจะต้องส่งชื่อไปให้ สนช.

ทาง "ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา" ได้นัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาในวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติเลือกผู้สมัครที่มีด้วยกัน 5 ชื่อ ให้เหลือ 2 ชื่อ ส่งไปให้ สนช.เห็นชอบ

5 ชื่อดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 2.ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3.เกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 4.ทวีป ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5.ประพาฬ อนมาน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ "ฉัตรไชย-ปกรณ์" เป็น 2 ชื่อเดิม ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเคยลงมติเลือกและส่งชื่อไปให้ สนช.แต่ถูก สนช.ลงมติลับไม่เห็นชอบ ในเหตุการณ์ สนช.คว่ำ 7 ชื่อ ว่าที่ กกต. ซึ่งกรณีของฉัตรไชยปกรณ์ มีรายงานว่า สนช.ไม่ได้ติดใจเรื่องคุณสมบัติ แต่กังวลเรื่องขั้นตอนการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าอาจจะไม่ใช่การลงมติโดยเปิดเผย จึงตีตกไป แต่ตามกฎหมายว่าด้วย กกต.เปิดช่องให้ หากผู้สมัครจากสายศาลฎีกาถูก สนช.ตีตก ยังสามารถมายื่นสมัครใหม่ได้ จึงทำให้ทั้งฉัตรไชย-ปกรณ์มายื่นสมัครอีกรอบ เพื่อล้างตากันรอบสอง

มารอบนี้ ทางศาลฎีกามีการปรับแก้ไขรายละเอียดขั้นตอนการลงมติใหม่ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น จะได้ไม่ถูกโต้แย้งว่าไม่ใช่การเลือกโดยเปิดเผย

ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ก็ต้องดูกันว่า ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 26 เม.ย.นี้ จะเทเสียงให้ 2 ชื่อเดิม "ฉัตรไชย-ปกรณ์" หรือไม่ หรือจะเลือกชื่อใหม่ โดยการออกเสียง ผู้ที่จะได้รับเลือกต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หากเลือกแล้วไม่มีผู้สมัครคนไหนได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ เปิดรับสมัครกันใหม่ แต่คนที่สมัครรอบนี้ก็ยังกลับไปสมัครใหม่ได้อีก

กระนั้น บุคคลใดที่ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็ต้องไปลุ้นอีกว่า พอส่งชื่อไปแล้ว ทาง สนช.จะเห็นชอบหรือไม่ หรือจะตีตกซ้ำรอยเดิมอีก!!

ทั้งนี้ หากไล่เรียงกันดู ก่อนหน้านี้ สนช.ชุดนี้ก็เคย "โหวตคว่ำ-โหวตตีตก" รายชื่อองค์กรอิสระมาแล้วหลายชื่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ตรวจการแผ่นดินกสม.-กกต.-กสทช. เช่น กรณี สนช.โหวตไม่เห็นชอบชื่อของ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล อดีตรองประธานศาลฎีกาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน, ไม่เห็นชอบ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อดีตอธิบดีกรมการแพทย์เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน และล่าสุด ภรณี ลีนุตพงษ์ ก็วืดไม่ได้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน

ส่วน "กรรมการสิทธิฯ" สนช.ชุดนี้ก็เคยโหวตไม่เห็นชอบเช่นกัน โดยไม่ให้ นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์ จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และบวร ยสินทร อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้เข้าไปเป็น กสม. ขณะที่ "กกต." ทาง สนช.ก็โหวตล้มกระดาน 7 ชื่อ ทั้งชื่อจากกรรมการสรรหาและศาลฎีกา จนมาถึงล่าสุดกับการล้มกระดาน "7 อรหันต์ กสทช." เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา การได้มาซึ่ง 7 เสือ กกต. ของแต่ละคน กว่าจะฝ่าด่านกันมาได้แต่ละด่าน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เห็น.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง