'จิ๋ว'ปัดนั่งกองทัพเถื่อนนักโทษโบ้ยแค่เตือน/'มาร์ค'ไม่เจรจา

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 00:00:00 น.

ไทยโพสต์  -  "จิ๋ว" ปัดนั่งบัญชาการกองทัพผีบ้า แต่ขอมีส่วนเปลี่ยนประเทศกับคนเสื้อแดง หลังรอมากว่า  77  ปี ซูฮกชุมนุมใฝ่สันติเพื่อชาติ อ้างสงกรานต์เลือดเพราะมือที่สาม "แม้ว"  ทวิตไม่มีรุนแรง บอก  "เสธ.แดง" แค่เตือน "จตุพร" ผวาถูกแย่งซีนนำมวลชน จวก "พัลลภ-เสธ.แดง" ไม่ใช่แกนนำ มาสั่ง นปช.ไม่ได้ นายกฯ ลั่นไม่เจรจา เว้นแต่นักโทษแม้วจะยอมรับกระบวนการยุติธรรม "เทือก" ประณามกองทัพเถื่อน พร้อมเรียกมั่นคงวางแผนงัด พ.ร.บ.มั่นคง-ฉุกเฉิน คุมม็อบป่วน ทหารย้ำไม่ปฏิวัติ

กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ กปช. ที่ พล.อ.พัลลภ  ปิ่นมณี แกนนำพรรคเพื่อไทย และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกฯ  ได้แต่งตั้งให้ พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  ประธานพรรคเพื่อไทยเป็นผู้บัญชาการสูงสุด

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี   พล.อ.ชวลิตกล่าวถึงเรื่องกองทัพดังกล่าวว่า คงหมายถึง 1.กองทัพแห่งชาติในพระเจ้าอยู่หัว  หรือกองทัพของประชาชน หรือ 2.อาจจะมีคนไปพูดว่านี่เป็นเรื่องของพี่น้องเสื้อแดงที่วันนี้เติบโตมาก  แต่ต้องทำความเข้าใจว่ากลุ่มพี่น้องเสื้อแดงเกิดขึ้นมาเพราะอยากเห็นความเป็นธรรมในสังคมนี้ และที่เติบใหญ่ก็เพราะเงื่อนไขนี้

"ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ผมยืนยันได้ว่าพี่น้องเสื้อแดงยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี แม้จะมีการรวมตัวอย่างมากมายก่ายกอง แต่เหตุไม่ดีที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่มีเลย  ดังนั้นจะให้ผมไปเป็นผู้บัญชาการเสื้อแดงอะไรคงไม่ใช่  เพราะคงไม่ใช่กองทัพที่จะไปสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับคนอื่น  เพราะฉะนั้นเรื่องนี้คงจะเป็นการกล่าวของ พล.อ.พัลลภ  ที่เอาจริงเอาจัง และพูดอย่างไรทำอย่างนั้น ซึ่งคงจะหมายถึงจะให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยงานหรือพี่น้องประชาชนที่ใฝ่สันติเพื่อผลประโยชน์ของชาติ  แต่คงไม่ได้ไปทำอะไรให้เสียหาย" พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิตกล่าวต่อว่า  คงเป็นเรื่องที่ พล.อ.พัลลภกล่าวถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มีเจตนาหรือเจตจำนงที่จะแก้ปัญหาของแผ่นดิน  ยืนยันว่าเสื้อแดงจะไม่เหมือนเสื้อสีอื่นที่ประกาศตัวเองเป็นกองทัพหรืออะไรต่างๆ  ส่วนที่ถามย้ำว่าจะรับเป็น ผบ.สส.ของกองทัพประชาชนหรือไม่นั้น อย่าไปเรียกอย่างนั้น น่าเกลียด อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด

"ทั้งๆ ที่ผู้พูดอาจจะไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น  อันนี้ก็ต้องขอปฏิเสธที่จะใช้คำนี้  แต่ก็โอเคถ้าเป็นส่วนหนึ่งของพี่น้องประชาชนที่รักบ้านรักเมืองและใฝ่สันตินั้นได้อยู่แล้ว  และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ  เพราะมีอยู่แล้ว"  บิ๊กจิ๋วพยายามยกย่องเสื้อแดงใฝ่สันติ แต่เมื่อถามถึงเหตุการณ์เมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว พล.อ.ชวลิตอ้างว่า "ที่รุนแรงนั้นมีคนหวังดีทำให้มีเรื่องเท่านั้น"

เขาย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงด้วยกำลังและวิธีการที่ผิดกฎหมายคงไม่ใช่วิถีทางของคนเสื้อแดงอยู่แล้ว แต่ถ้ามีคนคิดไปเป็นแบบนั้นก็ต้องขอยืนยันว่าไม่จริง

"การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เราอยากได้มา  77 ปีแล้ว คือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ประชาชนมีอำนาจที่แท้จริง  เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง  นั่นคือสิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของทุกคน  ไม่ว่าจะเสื้อแดง เสื้อเหลือง กับเสื้อแดงวันนี้ก็เป็นมิตรผู้รู้ใจ"

"จิ๋ว"เผยรอ 77 ปีเพื่อเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวถามว่า  มีความพยายามเสนอเงื่อนไขการเจรจาของ  พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ.ชวลิตบอกว่า คงไม่ใช่  เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณพูดว่าใฝ่สันติมานานแล้ว  และให้ทุกอย่างกลับคืนมาตามตัวบทกฎหมาย โดยประชาชนส่วนใหญ่ควรจะได้เลือกรัฐบาลเอง คงจะไม่ใช่การจะให้เจรจา เพราะการเคลื่อนไหวนั้นเราเคลื่อนไหวมา 77  ปีแล้ว  คงจะทำให้เสร็จภายใน  1-2  วันคงลำบาก ซึ่งคนเสื้อแดงก็แค่วางกฎเกณฑ์หลักการเพื่อให้มีขั้นตอนการทำงานเท่านั้น

ขณะที่  พล.อ.พัลลภแก้ตัวว่า เป็นความผิดของตนเองที่พูดว่าเป็นกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  แล้วให้  พล.อ.ชวลิต  เป็น  ผบ.สส. เป็นการใช้คำที่ผิดเอง แต่ความจริงสมาชิกเสื้อแดงเขาเรียกตัวเองว่าเป็นกองทัพประชาชนอยู่แล้ว  ตนจึงใช้คำนี้ขึ้นมา  อย่างไรก็ตาม  พล.อ.ชวลิตท่านปฏิเสธที่จะเป็น ผบ.สส. แต่ท่านพร้อมที่จะเป็นผู้นำประชาชน

"ผมได้พูดคุยกับ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ซึ่งเรามีความเป็นห่วงเหมือนกัน  นายกฯ ทักษิณไม่อยากให้มีการปะทะ  แต่คนเข้ามาเยอะ ดังนั้นต้องมีแกนนำคนหนึ่งเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา  คือการชุมนุมหลังวันที่  14 กุมภาพันธ์จะมีประชาชนมาเป็นล้านคน เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน จึงมีแนวความคิดว่าต้องมีผู้นำที่มีบารมีและคนเกรงใจ  ซึ่ง  พล.อ.ชวลิตเป็นผู้ที่มีบารมีและคนในพรรคเพื่อไทยและแกนนำ 3 เกลอมีความเกรงใจ"

พล.อ.พัลลภย้ำว่า  พล.อ.ชวลิตจะมาเป็นลักษณะผู้นำประชาชน และก่อนที่จะเดินทางไปดูไบ  ก็ได้พูดกับ  พล.อ.ชวลิตแล้ว ซึ่งท่านก็ยินดีที่จะเป็นผู้นำประชาชน แต่ตนใช้คำผิดเองที่ให้ท่านเป็น ผบ.สส.

เมื่อถามว่า   การจัดตั้งองค์กรประชาชนเป็นอย่างไร  พล.อ.พัลลภบอกว่า องค์กรของเราคือมวลชน  โดยมีแกนนำ 3 เกลอเป็นผู้ดำเนินการด้านมวลชน ก็ทำกันไป ส่วน พล.อ.ชวลิตเป็นลักษณะผู้นำคอยให้คำแนะนำว่าการเคลื่อนไหวตรงไหนมีความเหมาะสม  เป็นผู้ใหญ่คอยดูแลการเคลื่อนไหว  ส่วนตนจะเป็นผู้ดูแลด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับการชุมนุม ทั้งนี้กองกำลังจะไม่ติดอาวุธต่อสู้ แต่จะติดอาวุธทางปัญหาให้แก่ประชาชน เพื่อต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย

ถามว่าการชุมนุมคนเสื้อแดงจะมีลักษณะยืดเยื้อแตกหัก  พล.อ.พัลลภกล่าวว่า เรายังไม่ได้กำหนดวัน  แต่ที่มีการพูดคุยกันจะเป็นการชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน และเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาลาออก และให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ  2540  มาใช้  ซักว่าจะใช้เวทีชุมนุมกดดันการพิจารณาคดียึดทรัพย์หรือไม่  เขาบอกว่า เราเรียกร้องเรื่อง  2  มาตรฐาน  และความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง  การเรียกร้องเรื่องยึดทรัพย์เราเลยข้ามขั้นไปแล้ว

ส่วนเสธ.แดงบอกว่า  ที่คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ  ท่านได้ให้ พล.อ.ชวลิตเป็นผู้นำในการเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับกองทัพแดง  ซึ่งไม่ใช่การปฏิวัติหรือการปฏิรูป  และไม่ได้เป็นการก่อกบฏ  แต่เป็นเพียงการทำให้บ้านเมืองมีความสะอาด  เป็นการต่อสู้เพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนมา และเอาระบบอำมาตย์ รวมถึงระบบ 2 มาตรฐานออกไป

เขากล่าวต่อว่า  หาก  ผบ.ทบ.ดันทุรังส่งกำลังออกมาปราบเหมือนเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา  เราจะโต้ตอบทันที  และในวัน  น.  เวลา น. ประชาชนทุกคนจะให้ความร่วมมือกับกองทัพแดง   รวมถึงครอบครัวของพลทหารที่เป็นกำลังที่จะออกมาปฏิบัติภารกิจนั้น ต่างเป็นคนเสื้อแดงทั้งสิ้น  และพลทหารทั้งหมดจะใส่เกียร์ว่างไม่เข้ากองทัพเพื่อออกมาปราบม็อบตามคำสั่งของ ผบ.ทบ.

แม้วทวิตอ้าง"เสธ.แดง"เตือน

วันเดียวกัน  พ.ต.ท.ทักษิณได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอมถึงกรณีที่จะมีการจัดตั้งกองทัพประชาชนโดยกลุ่มคนเสื้อแดง   พร้อมทั้งแต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นผู้บัญชาการสูงสุดว่า "อย่าตกใจกับข่าวว่าจะมีอะไรรุนแรง  ผมบอกทุกคนที่มาหาว่าเราจะต่อสู้ด้วยความจริงโดยสันติวิธี  การพูดของเสธ.แดงเป็นการเตือนรัฐบาลไม่ให้ปราบประชาชน"

นายจตุพร  พรหมพันธุ์  ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นของ พล.อ.พัลลภ  และ พล.ต.ขัตติยะ  ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของบุคคลที่แสดงออกมา  แต่หากพูดถึงกลุ่มคนเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย  ขณะนี้คือกลุ่ม นปช. ที่มีพวกตนเป็นแกนนำ และมีนายวีระ  มุสิกพงศ์ เป็นประธาน การเคลื่อนไหวในรูปแบบใดจะเป็นการประชุมเพื่อขอมติ การเคลื่อนไหวทุกอย่างต้องเป็นมติ นปช.

"พล.อ.พัลลภและ พล.ต.ขัตติยะไม่ใช่แกนนำ นปช. และไม่เคยเข้าร่วมประชุม  รวมถึง  พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยสั่งการ นปช.ได้ หากมีการพูดจาก็เป็นเพียงเสียงหนึ่งที่เรารับฟังเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจในการสั่งการให้คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวใดๆ ได้" นายจตุพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชุมนุมของคนเสื้อแดง  ยังมีการดาวกระจายไปยังหน่วยทหารตามจุดต่างทั่วประเทศ โดยอ้างว่าสกัดกั้นการออกมาทำรัฐประหาร

ทางด้านนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งกองทัพประชาชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ว่าทุกคนต้องไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ให้มั่นใจว่าบ้านเมืองของเรามีระบบมีกฎหมาย และเรียกร้องขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ก็เป็นแนวทางที่จะทำให้เหตุการณ์  ทุกอย่างผ่านไปได้  อย่าตื่นตระหนก แต่อย่าประมาท และขอความร่วมมือประชาชนว่าให้ช่วยแจ้งเบาะแสของความไม่ปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการยื่นเงื่อนไขเจรจา  ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ นายกฯ บอกว่า "ผมเห็นเขาบอกว่าจะเจรจาต่อเมื่อเอารัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช่ก่อนแล้วยุบสภา ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าจะทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง หรือทำอย่างไร เป็นการพูดเพื่อให้เกิดความสับสนว่าเงื่อนไขการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประชาธิปไตย ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่"

ถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังจะสามารถเจรจากันได้อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าถ้าคุณทักษิณแสดงความเคารพกระบวนการยุติธรรม  ก็มั่นใจว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมให้อภัย  จุดเริ่มต้นคือต้องยอมรับระบบของเราก่อน  แต่ถ้าหากคุณทักษิณยังไม่ยอมรับผิดไม่ยอมรับกระบวนการก็เป็นเรื่องยาก

ซักว่า แต่วันนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า  พ.ต.ท.ทักษิณไม่พร้อมที่จะเข้ามารับโทษในประเทศไทย  แต่ต้องการล้มกระดาน  นายกฯ ตอบว่า ล้มกระดานไปก็ไม่ได้ลบล้างคำพิพากษา  หรือลบล้างความผิดที่ตัวเองทำไว้  เพราะฉะนั้นเป็นเพียงความพยายามที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่า

"เทือก"ประณามกองทัพเถื่อน

นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง บอกว่า การออกมาประกาศตั้งกองทัพประชาชนและเอาลักษณะของคำพูดที่จะมาต่อรองกับรัฐบาลว่าถ้าไม่เจรจาก็จะดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้  มันเป็นการข่มขู่รัฐบาล  ซึ่งรัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  มาตามวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง มีความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาของชาติและประชาชน

"ในฐานะที่ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคง   ผมไม่ยอมรับกองทัพเถื่อนใดๆ  ทั้งสิ้น  และผมก็ไม่ยอมให้กองทัพเถื่อนใดๆ  มาสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง มาเผาบ้านเผาเมือง มาก่อจลาจล  หรือมาข่มขู่รัฐบาล  ข่มขู่ประชาชนไม่ได้ เรามีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ก็ต้องให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยให้ได้" นายสุเทพกล่าว

รองนายกฯ  เตือนว่า   เมื่อใดที่เขาดำเนินการผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีให้เห็นกันจะจะ ให้ประชาชนทราบด้วยว่าที่ต้องดำเนินคดีเพราะเขามีความผิดอะไร  แต่สิ่งที่อยากขอความกรุณาประชาชนก็คือ  บ้านเมืองเป็นของประชาชนทุกคน ขอให้ช่วยกันพูดจา  ห้ามปรามกับบรรดาญาติและเพื่อนฝูงว่าอย่าได้เผลอไผลเข้าไปร่วมในกระบวนการกองทัพเถื่อนเหล่านี้ เพราะมันเป็นการทำลายชาติ  ทำลายความสงบสุขของประชาชน

"ที่ผมพูดว่าเป็นกองทัพเถื่อนก็ไม่หวั่นว่าจะทำให้เขาลุกฮือ  เพราะอยู่ๆ ก็มาประกาศจัดตั้งกองทัพ  มีการจัดตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดอย่างนี้มันเถื่อน มันผิดกฎหมาย" รองนายกฯ กล่าว

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก  นายสุเทพได้เรียกประชุมหน่วยความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ  รมว.กลาโหม,  พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผบ.ทบ., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการ ผบ.ตร. หารือถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงประกาศเคลื่อนไหวใหญ่หลังวันที่   14  กุมภาพันธ์นี้ โดยใช้เวลาหารือกว่า 3 ชั่วโมง

พ.อ.สรรเสริญ   แก้วกำเนิด  โฆษกกองทัพบก  แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้มาตรการป้องกันมากกว่าการแก้ไข  และให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งสถานการณ์ในภาวะปกติ สถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะรุนแรง และสถานการณ์รุนแรงจนเกิดความวุ่นวาย  เพื่อให้ทุกหน่วยมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่  อย่างไรก็ตาม ในภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นหน่วยงานหลัก ส่วนทหารจะอยู่ในที่ตั้ง แต่จะออกเมื่อตำรวจมีการร้องขอ

"หากสถานการณ์มีความรุนแรงจะมีการพิจารณาใช้  พ.ร.บ.ความมั่นคง  และให้ทหารออกมาปฏิบัติหน้าที่    และหากสถานการณ์ถึงขั้นรุนแรง จะมีการประกาศใช้   พ.ร.ก.ฉุกเฉิน   ส่วนแผนการรักษาความปลอดภัย  แต่ละหน่วยจะไปจัดทำแผน เพื่อส่งให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายใน 1-2 วัน เสนอนายกรัฐมนตรี"

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมเคลื่อนไหวหน้าหน่วยทหารทั่วประเทศเพื่อต่อต้านการปฏิวัติว่า   ที่ผ่านมาทุกคนยืนยันหมดแล้วว่าไม่ปฏิวัติ  ทหารระดับล่างก็ปฏิบัติตามคำบังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด   เรื่องนี้น่าจะมีเจตนาอื่น ซึ่งตนไม่ทราบ  ย้ำว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น แต่พยายามจะสร้างกระแส คิดว่าคงต้องไปตีค่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวกันเอง

เมื่อถามถึงการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่   5-14  ก.พ.นี้ ได้มอบให้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  รองผู้บัญชาการทหารบก  ดูแลสถานการณ์อย่างไรบ้าง  พล.อ.อนุพงษ์บอกว่า ทุกคนทำตามกรอบ บทบาทหน้าที่  ตนรับประกันกับประชาชนทั้งประเทศว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น หากเกิดเหตุหรือมีใครสร้างสถานการณ์ เราจะช่วยกันกับตำรวจและภาคประชาชนดูแลความเรียบร้อย

นายปณิธาน  วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล กล่าวถึงมาตรการรักษาความสงบจากการชุมนุมของเสื้อแดงว่า  เราจะปฏิบัติการเชิงรุก  ถอดชนวนบางอย่างเพื่อไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงลุกลามบานปลาย หลักๆ รัฐบาลจะใช้กรอบกฎหมาย อยู่ในหลักนิติรัฐ ไม่เอาความรู้สึกทางการเมือง  อารมณ์ทางการเมืองมาปฏิบัติ  ถ้าผิดกฎหมายก็ใช้กฎหมายจัดการ เราเปิดโอกาสให้มีการชุมนุม ข้อเรียกร้องบางเรื่องถ้าเจรจาได้ก็เจรจา

เมื่อถามว่า   หมายความว่ารัฐจะยอมเปิดการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม   นายปณิธานกล่าวว่า  ปัญหาทางการเมืองต้องแก้ด้วยวิธีทางการเมือง  ถ้าเป็นเรื่องที่เจรจาได้ในทางการเมืองเรารับฟังอยู่แล้ว แต่ถ้าเจรจาไม่ได้  อย่างเรื่องของคดี การเข้าไปแทรกแซงคดีก็ไม่ได้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง