ฮา!'ขะแม้ว'ได้สัญชาติเขมร

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 00:00:00 น.

กรุงเทพฯ  - ไปกันใหญ่ สื่อกัมพูชาประโคม "ฮุน เซน" ประเคนสัญชาติเขมรให้ "ขะแม้ว" ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว  "มาร์ค" กวักมือเรียกมาสละสัญชาติไทยก่อน ยันผู้นำกัมพูชาเยือนชายแดนไม่มีอะไร  คุมสถานการณ์ได้  "บัวแก้ว" จัดคนไปต้อนรับ  ลั่นถ้าเข้าเขตไทยต้องขออนุญาต   ทัพภาคที่ 2 ย้ำล้ำแดนมาต้องปลดอาวุธ "อีดี้อาแม้ว" ทวิตเตอร์ยันอยู่ดูไบ คุยฟุ้งจะไปขุดเพชรที่ยูกันดา

สำนักข่าวเขมรอินเทลิเจนท์นิวส์ของกัมพูชา  ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตีพิมพ์ข่าวระบุว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุก 2 ปี ได้รับมอบสัญชาติกัมพูชา จากรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552

เขมรอินเทลิเจนท์นิวส์รายงานว่า  นายเจีย ซิม ประธานวุฒิสภา และพรรค CPP ในฐานะรักษาการประมุขของประเทศ  เป็นผู้ลงนามแทนกษัตริย์นโรดม  สีหมุนี  ที่อยู่ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฝรั่งเศสในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้มีการกำชับให้ดำเนินการอย่างเป็นความลับ

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ตามหลักกฎหมายของไทยอนุญาตให้ถือสัญชาติเดียว ดังนั้นก็จะต้องมาสละสัญชาติไทยก่อน

การที่สมเด็จฮุน  เซน  จะเดินทางมาบริเวณแนวชายแดนในจุดที่ยังมีข้อพิพาทนั้น  นายกฯ  บอกว่า เป็นการปฏิบัติงานตามปกติกับบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่ของประเทศ  ซึ่งก็มีทั้งแม่ทัพและผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดูแลประสานงานอยู่แล้ว

"หากจะเข้ามาในพื้นที่ คงจะต้องมีการหารือกันก่อน  คงจะไม่เข้ามาโดยไม่แจ้ง  และไม่ประสานมา ซึ่งขณะนี้ในระดับของการปฏิบัติเชื่อว่ากำลังติดตามเรื่องนี้อยู่"

ซักว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีการเข้ามาเหยียบพื้นที่ทับซ้อน  และจะแสดงว่าอยู่เหนืออธิปไตยในพื้นที่นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราก็ต้องแสดงสิทธิของเราให้ชัด

"วันนี้ก็ยังมั่นใจว่าสามารถดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้  อีกทั้งจากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ผ่านมา หรือจากการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น" นายกฯ ยืนยัน

นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่ประชุม สมช.เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. หารือกรณีนายกฯ ฮุน เซน  ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย  จำเป็นต้องให้ สมช.ทราบและต้องดูแล  ถ้าดูแลไม่ดีจะทำให้สถานการณ์มีปัญหา เหมือนเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ภายในประเทศของเรา  ในชั้นนี้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดน  และแม่ทัพภาคที่ 2  ดูแลให้การต้อนรับตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้อง  ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถดูแลแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้

รองนายกฯ บอกว่า ได้แจ้งไปยังกัมพูชาว่าเราไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้นตามแนวชายแดน  ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ไทยมีจุดยืนตั้งแต่ต้นแล้ว แม้ว่าจะมีเรื่องที่ไม่ลงรอยเข้าใจกัน แต่ไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหากับประชาชนที่หากินตามแนวชายแดน

ซักว่า การเปิดโอกาสให้ผู้นำกัมพูชาตรวจเยี่ยมกำลังพลพื้นที่แนวชายแดน อาจทำให้รู้สึกว่าเขามาแสดงสิทธิเหนือปัญหาอยู่หรือไม่  นายสุเทพกล่าวว่า นั่นคือเหตุผลที่ต้องเตรียมการดูแลต้อนรับ ยอมรับว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่กรณีพิพาท  แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมาอ้างว่าเป็นพื้นที่ของตนเองเท่าที่ยังไม่ตกลงให้เรียบร้อยไม่ได้

ถามว่า ทางการข่าวมีรายงานหรือไม่ว่าทางกัมพูชาจะพา พ.ต.ท.ทักษิณลงพื้นที่ด้วย นายสุเทพปฏิเสธว่า  ยังไม่มีรายงาน

บัวแก้วจัดคนไปรับ

ส่วนกรณีที่นายวีระ   สมความคิด แกนนำภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารจะนำมวลชนขึ้นไปเขาพระวิหารเนื่องจากไม่ต้อนรับนายกฯ ฮุน เซนนั้น  นายสุเทพกล่าวว่า ขอความกรุณาอย่าทำอะไรให้สถานการณ์มันยุ่งยากอีกเลย  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลแก้ไข   ทุกอย่างไม่ออกไปนอกทางที่ควรจะเป็น ตนเชื่อว่าหากมีหลายฝักหลายฝ่ายมากเกินไปจะอันตราย

นายชวนนท์   อินทรโกมาลย์สุต  เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ  เผยว่า สมเด็จฮุน  เซน จะเดินทางไป  4  จุด คือ สามเหลี่ยมมรกต ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม และบริเวณปราสาทพระวิหาร  ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลคือ  ถ้าสมเด็จฮุน เซน หรือประชาชนชาวกัมพูชาจะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา   เราก็คงไม่ไปก้าวก่าย  แต่ถ้าหากเข้ามาในพื้นที่ของเรา   ไทยก็คงไม่สามารถอนุญาตได้  เพราะบางจุดเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่ในการครอบครองของคนไทย  และมีทหารไทยคอยควบคุมพื้นที่อยู่ เช่น ปราสาทตาเมือนธม

ส่วนพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ร่วมกันบริเวณ   4.6 ตร.กม. บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ก็ชัดเจนว่าจะมีการเดินทางเข้า-ออกอย่างไร  ต้องมีการแจ้งให้ทราบ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ประจำดูแลสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้า-ออกอย่างไรจะอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ไทย  ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า การมาด้วยรถยนต์ หรือเอาเฮลิคอปเตอร์มาจอดลง

นายชวนนท์แจ้งว่า  ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปต้อนรับสมเด็จฮุน เซน หรือดูสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมด  4  จุด  ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง  ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครอง ส่วนในกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งผู้แทนของกระทรวงไปประจำตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน  เพื่อรองรับการมาเยือน  และยืนยันว่าการเดินทางมาของนายกรัฐมนตรีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

ส่วนกรณีที่กัมพูชาให้สัญชาติกับ  พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ไทยได้เคยรับรายงานในเรื่องดังกล่าว   และมีการตรวจสอบไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบ และไม่เคยได้รับการรายงานจากรัฐบาลกลางของประเทศกัมพูชา  อย่างไรก็ตาม  กระทรวงการต่างประเทศจะตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น  เพื่อทำความกระจ่างให้กับสาธารณชน

พล.อ.พิรุณ  แผ้วพลสง  เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของไทยกับกัมพูชายังดีอยู่ สามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง  ไม่ใช่ว่าที่แค่นี้จะมาเหยียบกันไม่ได้  เพราะมีหลักการกำหนดไว้แล้วไม่มีปัญหา ส่วนในพื้นที่และระดับสูงมีการพูดกันต่อเนื่อง  การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารกองทัพทำตามหลักสากล  ไม่มีอะไรพิเศษ  เมื่อมีแขกมาก็ต้องประสานงานและต้อนรับ สิ่งใดไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็ต้องทำให้ถูกต้อง

เสธ.ทบ.ยังบอกว่า  เท่าที่ทราบสมเด็จฮุน เซน จะเข้ามาในพื้นที่ 3 จุด คือ ปราสาทเขาพระวิหาร   ศาลาจตุรทุก บริเวณช่องบก ส่วนพื้นที่ปัญหาอยู่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่าพื้นที่นี้ใครก็ห้ามเข้า แต่เหมือนกับว่าใครทำอะไรต้องบอกกัน  ต่างฝ่ายไม่ทราบว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ใครจึงมีปัญหา  สามารถเข้ามาได้  เมื่อเราจะไปก็ต้องบอกเขา  ส่วนพื้นที่ตาเมือนธมที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางเข้ามา เป็นพื้นที่ของไทย หากจะเข้ามาก็ต้องขออนุญาต  เพราะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของไทย  กัมพูชาทำเรื่องขออนุญาตมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะให้เข้ามามากน้อยเพียงใด

พล.ท.วีร์วลิต   จรสัมฤทธิ์  แม่ทัพภาคที่  2  ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง    แต่ได้รับการประสานจากนายทหารประสานงานของกัมพูชาได้ประสานมาเมื่อช่วงสายวันที่   5  ก.พ. ที่อยากจะพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับมาตรการในการที่จะช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้กับสมเด็จฮุน เซน  ซึ่งเป็นผู้นำของกัมพูชา  ทางกองทัพภาคที่  2 โดยตนตกลงว่าในช่วงบ่ายวันที่  5 ก.พ. จะพบกันที่บริเวณผามออีแดง กับ พล.อ.เจีย ดารา รอง ผบ.สูงสุดกัมพูชา เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน

"ทักษิณ"ไม่มา

แม่ทัพภาคที่  2  บอกว่า  วัตถุประสงค์ลึกๆ ของสมเด็จฮุน เซน นั้นเรายังไม่ทราบ แต่วัตถุประสงค์หลักที่เดินทางมาก็คือต้องการที่จะมาเปิดหมู่บ้านธรรมชาติสีหราชเดโชสมเด็จฮุน  เซน  ที่บริเวณใกล้บ้านโพมุยในเขตของกัมพูชา  กับการมาเปิดหน่วยกองพลน้อยสนับสนุนที่  3  เป็นหลัก  และอาจจะมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจปลอบขวัญหรือบำรุงขวัญทหารที่ปฏิบัติตามแนวชายแดนบ้าง ในฐานะที่สมเด็จฮุน เซน เป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพกัมพูชา

พล.ท.วีร์วลิตบอกว่า   จากฐานข่าวที่เรามีอยู่ไม่ปรากฏว่าอดีตนายกฯ ทักษิณอยู่ในประเทศกัมพูชา   ฉะนั้นตรงนี้เรายังวิเคราะห์ว่าน่าจะไม่ได้ร่วมมาด้วย เป็นเพียงการปฏิบัติภารกิจของผู้นำทางกัมพูชาเท่านั้น

ถามว่า หากกองกำลังคุ้มครองสมเด็จฮุน เซน จะข้ามเข้ามาฝั่งไทย หรือเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน  เราจะประท้วงหรือทำอย่างไร พล.ท.วีร์วลิตตอบว่า  เรื่องนี้เดี๋ยวคงต้องขอดูกันก่อนว่าการที่จะข้ามเข้ามาเข้ามาอย่างไร  แต่ถ้าหากติดอาวุธเข้ามาในเขตที่เป็นเขตที่เรารับผิดชอบ  หรือเป็นพื้นที่ของเรา เราคงยอมไม่ได้ เราอาจจะต้องมีการปลดอาวุธ

นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะไม่เอาเรื่องนี้มาทำให้เกิดปัญหาบานปลายจนเกิดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน  มันคนละประเด็น และถ้าผลีผลามทำอะไรไปก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งได้  และความจริงโดยมารยาทเขาควรจะต้องส่งตัวคุณทักษิณให้เราอยู่แล้ว

ถามว่า การเดินทางมาอย่างนี้ของสมเด็จฮุน เซน  เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่  รมว.ยุติธรรมตอบว่า ความจริงสมเด็จฮุน เซน ก็ไม่น่าเดินทางมา

ม.ล.วัลย์วิภา  จรูญโรจน์ แกนนำเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร เข้ายื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์  ทำเนียบรัฐบาล  ถึงนายอภิสิทธิ์ ขอให้รัฐบาลดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามหลักการและกฎหมาย เพื่อรักษาอธิปไตยและดินแดนจากรณีนี้

เครือข่ายฯ  เห็นว่าการเดินทางมาของอดีตผู้นำไทยและผู้นำกัมพูชา  อยู่ในห้วงเวลาที่เป็นเส้นตายของการดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา  ตามมติของคณะกรรมการมรดกโลก  และตามเงื่อนไขขององค์การ  UNESCO ทั้งๆ ที่รัฐบาลไทยได้ตอบประชาชนชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลคัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา และทั้งๆ ที่ประชาชนไทยได้คัดค้าน ไม่เฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงนัยเดียวเท่านั้น

นายวีระ   สมความคิด   แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ทราบเรื่องนี้จากสายข่าวระดับพันเอกในกองทัพภาค 2 ที่ได้ประสานกันด้านทางข่าว เพราะทหารที่ให้ข้อมูลตน  เขาไม่เคยคิดว่าพื้นที่เขาพระวิหาร  เขาคิดว่าที่ตรงนี้เป็นของประเทศไทย  มีแต่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นที่เรียกพื้นที่นี้ว่าพื้นที่ทับซ้อน

เขาเชื่อว่าการที่สมเด็จฮุน  เซน  จะเดินทางมายังบริเวณเขาพระวิหารนั้น เนื่องจากต้องการที่จะมาเอาประโยชน์   เพราะในช่วงเวลานี้เป็นช่วงสุดท้ายที่ศาลโลกกำลังจะพิจารณาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของใคร  ดังนั้นสมเด็จฮุน เซน  จึงจำเป็นที่จะเข้ามาในพื้นที่เขาพระวิหาร เพื่อต้องการเข้ามาดูแผนพัฒนาพื้นที่  และนำข้อมูลการพัฒนาตรงนี้ไปให้ศาลโลก  เพื่อให้ศาลโลกนั้นตัดสินว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นของกัมพูชา

ด่า"เทือก"ทุเรศ

เมื่อถามว่า  นายสุเทพขอร้องอย่าให้คนเสื้อเหลืองเดินทางไปยังเขาพระวิหาร  นายวีระตอบว่า  เป็นคำพูดที่ทุเรศ เก่งแต่กับคนไทย ทีทหารกัมพูชาเข้ามายึดพื้นที่เรากลับไม่มีปัญญามาทำอะไร และตนจะเดินทางไป ซึ่งก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร

"ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร  ครั้งก่อนที่ผมเดินทางไปทหารก็ประกาศกฎอัยการศึก ไม่ให้เราเข้าไปปกป้องดินแดน  แถมยังนำคนมาทำร้ายพวกผมที่ไปปกป้องประเทศ วันนี้กัมพูชามันจะเอาดินแดน   4.6   ตารางกิโลเมตร  พวกทหารเขมรทำผิดกฎหมาย ทำไมทหารไม่ไปไล่  สมแล้วที่เสธ.แดงออกมาด่า พล.อ.อนุพงษ์ว่าทหารตุ๊ด" นายวีระกล่าว

นายวีระกล่าวว่า  วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอย่างไรก็ได้ เพราะเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางยังเขาพระวิหารนั้น ทางทหารกัมพูชาเป็นคนนำเรื่องนี้มาแจ้งยังทหารไทย  ทหารไทยก็แจ้งให้ตนทราบ ตนก็ต้องมาบอกให้สังคมรู้  เพราะการเดินทางของทั้งสองคนนี้เป็นการเข้ามาเพื่อหาประโยชน์กันทั้งสองคน  สมเด็จฮุน เซน จะได้เขาพระวิหารไป  แต่  พ.ต.ท.ทักษิณเป็นระยะเวลาสุดท้ายที่จะออกมาปกป้องทรัพย์สมบัติของตนเอง  และการเดินทางมาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น  เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ  และวันนี้คนที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นก็ได้สัญชาติกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อย

ขณะที่  พ.ต.ท.ทักษิณโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอม  ถึงกระแสข่าวจะเดินทางไปบริเวณเขาพระวิหารว่า  "แกนนำพันธมิตรฯ บอกว่าผมจะไปทัวร์ชายแดนและไปเขาพระวิหารร่วมกับนายกฯ  ฮุน  เซน โถยังไม่เลิกข่าวมั่วและโกหกอีกหรือ ผมอยู่ดูไบไกลกัน 7 ชม. ไร้ความคิด? บางทีคนที่โกหกอยู่เป็นประจำมักจะเป็นโรคจิต ในที่สุดคิดว่าสิ่งที่ตนโกหกเป็นเรื่องจริง และเชื่อเองตามนั้น  สำคัญคนฟังอย่าหลงเชื่อไปด้วย"

ผู้เล่นรายหนึ่งพยายามคาดคั้นให้ระบุอย่างชัดเจนว่าไม่ได้สนิทสนมกับสมเด็จฯ ฮุน เซน และจะไม่เดินทางไปที่เขาพระวิหาร  พ.ต.ท.ทักษิณทวิตตอบกลับไปอย่างมีอารมณ์ว่า  "สนิทครับ แต่ไม่ไป  ชัดแล้วยัง ให้ชัดอีกหน่อยก็ได้  อยู่ดูไบและกำลังจะไปเป็นประธานเปิดธุรกิจที่ยูกันดา พร้อมกับไปดูการสำรวจทำเหมืองทอง"

สำหรับบรรยากาศบริเวณแนวชายแดนด้าน  อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศรอบเขาพระวิหารเป็นไปด้วยความคึกคัก  เนื่องจากทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่รอบบริเวณเขาพระวิหารได้มีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่  โดยมีการระดมกำลังจากทุกหน่วยมาประจำในเขตพื้นที่ล่อแหลมที่อาจเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นมาได้

ขณะเดียวกัน  ทางกองกำลังสุรนารีได้แจ้งให้ทหารไทยที่ลาพักทุกนายได้กลับเข้ามาประจำที่ฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  และที่บริเวณเขาพระวิหาร  เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาตรวจพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารดังกล่าว

ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร   ต.เสาธงชัย  อ.กันทรลักษ์ ทหารไทยได้มีการตั้งด่านตรวจเข้มและไม่ยอมให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอย่างเด็ดขาด.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง