กรุงเทพฯ - ไปกันใหญ่ สื่อกัมพูชาประโคม "ฮุน เซน" ประเคนสัญชาติเขมรให้ "ขะแม้ว" ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว "มาร์ค" กวักมือเรียกมาสละสัญชาติไทยก่อน ยันผู้นำกัมพูชาเยือนชายแดนไม่มีอะไร คุมสถานการณ์ได้ "บัวแก้ว" จัดคนไปต้อนรับ ลั่นถ้าเข้าเขตไทยต้องขออนุญาต ทัพภาคที่ 2 ย้ำล้ำแดนมาต้องปลดอาวุธ "อีดี้อาแม้ว" ทวิตเตอร์ยันอยู่ดูไบ คุยฟุ้งจะไปขุดเพชรที่ยูกันดา
สำนักข่าวเขมรอินเทลิเจนท์นิวส์ของกัมพูชา ฉบับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตีพิมพ์ข่าวระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคุก 2 ปี ได้รับมอบสัญชาติกัมพูชา จากรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน มาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552
เขมรอินเทลิเจนท์นิวส์รายงานว่า นายเจีย ซิม ประธานวุฒิสภา และพรรค CPP ในฐานะรักษาการประมุขของประเทศ เป็นผู้ลงนามแทนกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ที่อยู่ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฝรั่งเศสในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้มีการกำชับให้ดำเนินการอย่างเป็นความลับ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ตามหลักกฎหมายของไทยอนุญาตให้ถือสัญชาติเดียว ดังนั้นก็จะต้องมาสละสัญชาติไทยก่อน
การที่สมเด็จฮุน เซน จะเดินทางมาบริเวณแนวชายแดนในจุดที่ยังมีข้อพิพาทนั้น นายกฯ บอกว่า เป็นการปฏิบัติงานตามปกติกับบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่ของประเทศ ซึ่งก็มีทั้งแม่ทัพและผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยดูแลประสานงานอยู่แล้ว
"หากจะเข้ามาในพื้นที่ คงจะต้องมีการหารือกันก่อน คงจะไม่เข้ามาโดยไม่แจ้ง และไม่ประสานมา ซึ่งขณะนี้ในระดับของการปฏิบัติเชื่อว่ากำลังติดตามเรื่องนี้อยู่"
ซักว่าเกรงหรือไม่ว่าจะมีการเข้ามาเหยียบพื้นที่ทับซ้อน และจะแสดงว่าอยู่เหนืออธิปไตยในพื้นที่นั้น นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เราก็ต้องแสดงสิทธิของเราให้ชัด
"วันนี้ก็ยังมั่นใจว่าสามารถดูแลสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้ อีกทั้งจากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ผ่านมา หรือจากการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น" นายกฯ ยืนยัน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ที่ประชุม สมช.เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. หารือกรณีนายกฯ ฮุน เซน ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย จำเป็นต้องให้ สมช.ทราบและต้องดูแล ถ้าดูแลไม่ดีจะทำให้สถานการณ์มีปัญหา เหมือนเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ภายในประเทศของเรา ในชั้นนี้ได้มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดน และแม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลให้การต้อนรับตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ถูกต้อง ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถดูแลแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้
รองนายกฯ บอกว่า ได้แจ้งไปยังกัมพูชาว่าเราไม่ต้องการให้เกิดปัญหาขึ้นตามแนวชายแดน ขอให้ใช้ความระมัดระวัง ไทยมีจุดยืนตั้งแต่ต้นแล้ว แม้ว่าจะมีเรื่องที่ไม่ลงรอยเข้าใจกัน แต่ไม่ทำอะไรให้เกิดปัญหากับประชาชนที่หากินตามแนวชายแดน
ซักว่า การเปิดโอกาสให้ผู้นำกัมพูชาตรวจเยี่ยมกำลังพลพื้นที่แนวชายแดน อาจทำให้รู้สึกว่าเขามาแสดงสิทธิเหนือปัญหาอยู่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า นั่นคือเหตุผลที่ต้องเตรียมการดูแลต้อนรับ ยอมรับว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่กรณีพิพาท แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมาอ้างว่าเป็นพื้นที่ของตนเองเท่าที่ยังไม่ตกลงให้เรียบร้อยไม่ได้
ถามว่า ทางการข่าวมีรายงานหรือไม่ว่าทางกัมพูชาจะพา พ.ต.ท.ทักษิณลงพื้นที่ด้วย นายสุเทพปฏิเสธว่า ยังไม่มีรายงาน
ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด แกนนำภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารจะนำมวลชนขึ้นไปเขาพระวิหารเนื่องจากไม่ต้อนรับนายกฯ ฮุน เซนนั้น นายสุเทพกล่าวว่า ขอความกรุณาอย่าทำอะไรให้สถานการณ์มันยุ่งยากอีกเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลแก้ไข ทุกอย่างไม่ออกไปนอกทางที่ควรจะเป็น ตนเชื่อว่าหากมีหลายฝักหลายฝ่ายมากเกินไปจะอันตราย
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ เผยว่า สมเด็จฮุน เซน จะเดินทางไป 4 จุด คือ สามเหลี่ยมมรกต ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม และบริเวณปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลคือ ถ้าสมเด็จฮุน เซน หรือประชาชนชาวกัมพูชาจะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา เราก็คงไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าหากเข้ามาในพื้นที่ของเรา ไทยก็คงไม่สามารถอนุญาตได้ เพราะบางจุดเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่ในการครอบครองของคนไทย และมีทหารไทยคอยควบคุมพื้นที่อยู่ เช่น ปราสาทตาเมือนธม
ส่วนพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิ์ร่วมกันบริเวณ 4.6 ตร.กม. บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ก็ชัดเจนว่าจะมีการเดินทางเข้า-ออกอย่างไร ต้องมีการแจ้งให้ทราบ เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ประจำดูแลสถานการณ์อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เพราะฉะนั้นการเดินทางเข้า-ออกอย่างไรจะอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้า การมาด้วยรถยนต์ หรือเอาเฮลิคอปเตอร์มาจอดลง
นายชวนนท์แจ้งว่า ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปต้อนรับสมเด็จฮุน เซน หรือดูสถานการณ์ในพื้นที่ทั้งหมด 4 จุด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครอง ส่วนในกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งผู้แทนของกระทรวงไปประจำตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน เพื่อรองรับการมาเยือน และยืนยันว่าการเดินทางมาของนายกรัฐมนตรีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ส่วนกรณีที่กัมพูชาให้สัญชาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ไทยได้เคยรับรายงานในเรื่องดังกล่าว และมีการตรวจสอบไปยังสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบ และไม่เคยได้รับการรายงานจากรัฐบาลกลางของประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจะตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อทำความกระจ่างให้กับสาธารณชน
พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า ความสัมพันธ์ของไทยกับกัมพูชายังดีอยู่ สามารถพูดคุยกันรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าที่แค่นี้จะมาเหยียบกันไม่ได้ เพราะมีหลักการกำหนดไว้แล้วไม่มีปัญหา ส่วนในพื้นที่และระดับสูงมีการพูดกันต่อเนื่อง การแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารกองทัพทำตามหลักสากล ไม่มีอะไรพิเศษ เมื่อมีแขกมาก็ต้องประสานงานและต้อนรับ สิ่งใดไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็ต้องทำให้ถูกต้อง
เสธ.ทบ.ยังบอกว่า เท่าที่ทราบสมเด็จฮุน เซน จะเข้ามาในพื้นที่ 3 จุด คือ ปราสาทเขาพระวิหาร ศาลาจตุรทุก บริเวณช่องบก ส่วนพื้นที่ปัญหาอยู่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ ไม่ใช่ว่าพื้นที่นี้ใครก็ห้ามเข้า แต่เหมือนกับว่าใครทำอะไรต้องบอกกัน ต่างฝ่ายไม่ทราบว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ใครจึงมีปัญหา สามารถเข้ามาได้ เมื่อเราจะไปก็ต้องบอกเขา ส่วนพื้นที่ตาเมือนธมที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางเข้ามา เป็นพื้นที่ของไทย หากจะเข้ามาก็ต้องขออนุญาต เพราะยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของไทย กัมพูชาทำเรื่องขออนุญาตมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าจะให้เข้ามามากน้อยเพียงใด
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง แต่ได้รับการประสานจากนายทหารประสานงานของกัมพูชาได้ประสานมาเมื่อช่วงสายวันที่ 5 ก.พ. ที่อยากจะพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับมาตรการในการที่จะช่วยกันดูแลความปลอดภัยให้กับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งเป็นผู้นำของกัมพูชา ทางกองทัพภาคที่ 2 โดยตนตกลงว่าในช่วงบ่ายวันที่ 5 ก.พ. จะพบกันที่บริเวณผามออีแดง กับ พล.อ.เจีย ดารา รอง ผบ.สูงสุดกัมพูชา เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน
แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า วัตถุประสงค์ลึกๆ ของสมเด็จฮุน เซน นั้นเรายังไม่ทราบ แต่วัตถุประสงค์หลักที่เดินทางมาก็คือต้องการที่จะมาเปิดหมู่บ้านธรรมชาติสีหราชเดโชสมเด็จฮุน เซน ที่บริเวณใกล้บ้านโพมุยในเขตของกัมพูชา กับการมาเปิดหน่วยกองพลน้อยสนับสนุนที่ 3 เป็นหลัก และอาจจะมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจปลอบขวัญหรือบำรุงขวัญทหารที่ปฏิบัติตามแนวชายแดนบ้าง ในฐานะที่สมเด็จฮุน เซน เป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพกัมพูชา
พล.ท.วีร์วลิตบอกว่า จากฐานข่าวที่เรามีอยู่ไม่ปรากฏว่าอดีตนายกฯ ทักษิณอยู่ในประเทศกัมพูชา ฉะนั้นตรงนี้เรายังวิเคราะห์ว่าน่าจะไม่ได้ร่วมมาด้วย เป็นเพียงการปฏิบัติภารกิจของผู้นำทางกัมพูชาเท่านั้น
ถามว่า หากกองกำลังคุ้มครองสมเด็จฮุน เซน จะข้ามเข้ามาฝั่งไทย หรือเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน เราจะประท้วงหรือทำอย่างไร พล.ท.วีร์วลิตตอบว่า เรื่องนี้เดี๋ยวคงต้องขอดูกันก่อนว่าการที่จะข้ามเข้ามาเข้ามาอย่างไร แต่ถ้าหากติดอาวุธเข้ามาในเขตที่เป็นเขตที่เรารับผิดชอบ หรือเป็นพื้นที่ของเรา เราคงยอมไม่ได้ เราอาจจะต้องมีการปลดอาวุธ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจะไม่เอาเรื่องนี้มาทำให้เกิดปัญหาบานปลายจนเกิดความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน มันคนละประเด็น และถ้าผลีผลามทำอะไรไปก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ และความจริงโดยมารยาทเขาควรจะต้องส่งตัวคุณทักษิณให้เราอยู่แล้ว
ถามว่า การเดินทางมาอย่างนี้ของสมเด็จฮุน เซน เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ รมว.ยุติธรรมตอบว่า ความจริงสมเด็จฮุน เซน ก็ไม่น่าเดินทางมา
ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ แกนนำเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร เข้ายื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ถึงนายอภิสิทธิ์ ขอให้รัฐบาลดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามหลักการและกฎหมาย เพื่อรักษาอธิปไตยและดินแดนจากรณีนี้
เครือข่ายฯ เห็นว่าการเดินทางมาของอดีตผู้นำไทยและผู้นำกัมพูชา อยู่ในห้วงเวลาที่เป็นเส้นตายของการดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ตามมติของคณะกรรมการมรดกโลก และตามเงื่อนไขขององค์การ UNESCO ทั้งๆ ที่รัฐบาลไทยได้ตอบประชาชนชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลคัดค้านการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของกัมพูชา และทั้งๆ ที่ประชาชนไทยได้คัดค้าน ไม่เฉพาะเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเพียงนัยเดียวเท่านั้น
นายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ทราบเรื่องนี้จากสายข่าวระดับพันเอกในกองทัพภาค 2 ที่ได้ประสานกันด้านทางข่าว เพราะทหารที่ให้ข้อมูลตน เขาไม่เคยคิดว่าพื้นที่เขาพระวิหาร เขาคิดว่าที่ตรงนี้เป็นของประเทศไทย มีแต่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นที่เรียกพื้นที่นี้ว่าพื้นที่ทับซ้อน
เขาเชื่อว่าการที่สมเด็จฮุน เซน จะเดินทางมายังบริเวณเขาพระวิหารนั้น เนื่องจากต้องการที่จะมาเอาประโยชน์ เพราะในช่วงเวลานี้เป็นช่วงสุดท้ายที่ศาลโลกกำลังจะพิจารณาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของใคร ดังนั้นสมเด็จฮุน เซน จึงจำเป็นที่จะเข้ามาในพื้นที่เขาพระวิหาร เพื่อต้องการเข้ามาดูแผนพัฒนาพื้นที่ และนำข้อมูลการพัฒนาตรงนี้ไปให้ศาลโลก เพื่อให้ศาลโลกนั้นตัดสินว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นของกัมพูชา
เมื่อถามว่า นายสุเทพขอร้องอย่าให้คนเสื้อเหลืองเดินทางไปยังเขาพระวิหาร นายวีระตอบว่า เป็นคำพูดที่ทุเรศ เก่งแต่กับคนไทย ทีทหารกัมพูชาเข้ามายึดพื้นที่เรากลับไม่มีปัญญามาทำอะไร และตนจะเดินทางไป ซึ่งก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร
"ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมายอะไร ครั้งก่อนที่ผมเดินทางไปทหารก็ประกาศกฎอัยการศึก ไม่ให้เราเข้าไปปกป้องดินแดน แถมยังนำคนมาทำร้ายพวกผมที่ไปปกป้องประเทศ วันนี้กัมพูชามันจะเอาดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร พวกทหารเขมรทำผิดกฎหมาย ทำไมทหารไม่ไปไล่ สมแล้วที่เสธ.แดงออกมาด่า พล.อ.อนุพงษ์ว่าทหารตุ๊ด" นายวีระกล่าว
นายวีระกล่าวว่า วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะพูดอย่างไรก็ได้ เพราะเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางยังเขาพระวิหารนั้น ทางทหารกัมพูชาเป็นคนนำเรื่องนี้มาแจ้งยังทหารไทย ทหารไทยก็แจ้งให้ตนทราบ ตนก็ต้องมาบอกให้สังคมรู้ เพราะการเดินทางของทั้งสองคนนี้เป็นการเข้ามาเพื่อหาประโยชน์กันทั้งสองคน สมเด็จฮุน เซน จะได้เขาพระวิหารไป แต่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นระยะเวลาสุดท้ายที่จะออกมาปกป้องทรัพย์สมบัติของตนเอง และการเดินทางมาครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ และวันนี้คนที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นก็ได้สัญชาติกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อย
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอม ถึงกระแสข่าวจะเดินทางไปบริเวณเขาพระวิหารว่า "แกนนำพันธมิตรฯ บอกว่าผมจะไปทัวร์ชายแดนและไปเขาพระวิหารร่วมกับนายกฯ ฮุน เซน โถยังไม่เลิกข่าวมั่วและโกหกอีกหรือ ผมอยู่ดูไบไกลกัน 7 ชม. ไร้ความคิด? บางทีคนที่โกหกอยู่เป็นประจำมักจะเป็นโรคจิต ในที่สุดคิดว่าสิ่งที่ตนโกหกเป็นเรื่องจริง และเชื่อเองตามนั้น สำคัญคนฟังอย่าหลงเชื่อไปด้วย"
ผู้เล่นรายหนึ่งพยายามคาดคั้นให้ระบุอย่างชัดเจนว่าไม่ได้สนิทสนมกับสมเด็จฯ ฮุน เซน และจะไม่เดินทางไปที่เขาพระวิหาร พ.ต.ท.ทักษิณทวิตตอบกลับไปอย่างมีอารมณ์ว่า "สนิทครับ แต่ไม่ไป ชัดแล้วยัง ให้ชัดอีกหน่อยก็ได้ อยู่ดูไบและกำลังจะไปเป็นประธานเปิดธุรกิจที่ยูกันดา พร้อมกับไปดูการสำรวจทำเหมืองทอง"
สำหรับบรรยากาศบริเวณแนวชายแดนด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศรอบเขาพระวิหารเป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่รอบบริเวณเขาพระวิหารได้มีการเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ โดยมีการระดมกำลังจากทุกหน่วยมาประจำในเขตพื้นที่ล่อแหลมที่อาจเกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นมาได้
ขณะเดียวกัน ทางกองกำลังสุรนารีได้แจ้งให้ทหารไทยที่ลาพักทุกนายได้กลับเข้ามาประจำที่ฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และที่บริเวณเขาพระวิหาร เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชามาตรวจพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารดังกล่าว
ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ทหารไทยได้มีการตั้งด่านตรวจเข้มและไม่ยอมให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารอย่างเด็ดขาด.
