ไทยโพสต์ - หมูเขาจะหาม พันธมิตรฯ สอดอีกแล้ว เริ่มกระบวนการถอดถอน 102 ส.ส.ที่เข้าชื่อชำเรารัฐธรรมนูญแก้ไขเขตเลือกตั้ง ระบุทำเพื่อตัวเองมิใช่ส่วนรวม แกนนำพรรคร่วมลั่นเดินหน้า เหน็บอะไรไม่สบอารมณ์ก็ค้านไปหมด นัดคุยวัดใจ ปชป.ในงานวันเกิด "สุวัจน์" 9 ก.พ. "มาร์ค" ร่วมเคลียร์ เคลิ้มเลือกตั้งครั้งหน้ากวาด 240
พรรคร่วมรัฐบาลที่ออกมาเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคมากขึ้นเป็นลำดับ ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นายธานี แดงพวงไพบูลย์, นางเพ็ญจิต ทะนุก แนวร่วมพันธมิตรฯ เดินทางไปยังรัฐสภา ยื่นหนังสือขอแสดงตนรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 164 ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ดำเนินการถอดถอน ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 102 คน ตามมาตรา 274
นายตุลย์กล่าวว่า ส.ส.จำนวน 102 คนที่เสนอญัตติแก้รัฐธรรมนูญ 2 มาตรา คือ มาตรา 94 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง และมาตรา 190 ว่าด้วยการลงนามในหนังสือสัญญากับต่างประเทศ ที่เสนอต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา พฤติกรรมดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 270 กระทำหน้าที่ส่อว่าขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย ดังนั้นพวกตนจึงเสนอตัวต่อประธานวุฒิสภา เพื่อรวบรวมรายชื่อไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน ยื่นต่อประธานวุฒิสภา ดำเนินการถอดถอน ส.ส.จำนวน 102 คน
ส่วนนายประสพสุขกล่าวว่า วุฒิสภาจะตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนราษฎร และส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้แสดงตนทั้ง 4 คนอีกครั้ง คาดใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็สามารถแจ้งกลับไปให้ทราบได้ ขณะที่การรวบรวมรายชื่อประชาชนจำนวน 2 หมื่นคนสามารถทำควบคู่กันไปได้ แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน หรือ 3 สิงหาคม ตามที่กฎหมายกำหนด
นายพิภพกล่าวว่า เมื่อรวบรวมรายชื่อได้ครบ ประธานวุฒิสภาตรวจสอบแล้วจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน หากพบว่ามีมูล ส.ส.ทั้งหมดจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนส่งให้วุฒิสภาถอดถอนตามมาตรา 274 ทั้งนี้พวกตนทำตามรัฐธรรมนูญ มิได้คำนึงถึงผลทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล
"เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะทำ แต่ผมคิดว่าแกนนำน่าจะไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้" นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว ทั้งแสดงความมั่นใจว่า ส.ส.ที่ร่วมลงชื่อจะไม่มีใครถอนชื่อออก "เราจะเดินหน้าต่อ ไม่กลัวการกดดันนอกสภาอย่างนี้"
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ประกาศว่า ไม่กังวล ไม่หนักใจอะไร เป็นสิทธิ์ที่จะคิดและดำเนินการกันไป จะถูกจะผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวว่า เราไม่ได้ทำผิดอะไร ทำตามสิทธิตามกฎหมายกำหนดทุกอย่าง และไม่กลัวว่าจะถูกถอดถอน
ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรค ออกมาแถลงว่า ถือเป็นสิทธิของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่จะทำ ส่วนการยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส.นั้น เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ที่มากกว่านั้นคือการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย แต่การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกใจกลุ่มพันธมิตรฯ หรือไม่สอดคล้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ ก็มักจะถูกถอดถอนหรือต่อต้าน อีกหน่อย ส.ส.ก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว
นายวัชระกล่าวด้วยว่า ในวันอังคารที่ 9 ก.พ. นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคม ได้ประสานมายังพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อให้ไปร่วมพบปะสังสรรค์กับแกนนำพรรคร่วม และนายกรัฐมนตรี ซึ่งครั้งนี้นายกฯ แสดงความประสงค์จะเข้าร่วมพบปะสังสรรค์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อพรรคร่วมและการเมืองไทย เพราะหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา มักจะส่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นตัวแทน ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และไม่สามารถตัดสินใจในหลายๆ เรื่องได้ เชื่อว่าหากนายกฯ มา ก็จะทำให้การพูดจาชัดเจนและหนักแน่นมากยิ่งขึ้น เพราะมีบางเรื่องที่ไม่สามารถพูดในคณะรัฐมนตรีได้ ดังนั้นการที่นายกฯ จะให้ความสำคัญมาพบปะกันเดือนละครั้ง ไม่น่าจะกินเวลามากนัก น่าจะได้ประโยชน์คุ้มค่ามากกว่า และอยากให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์มากันเยอะๆ พรรคร่วมจะได้ชื่นใจ
การนัดพบปะสังสรรค์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล มีรายละเอียดจากนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคกิจสังคม ว่าวันที่ 9 ก.พ.บังเอิญตรงกับงานวันเกิดนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ทุกพรรคจะไปอวยพรวันเกิดนายสุวัจน์ ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็ถือโอกาสหารือกันอย่างไม่เป็นทางการในตอนเที่ยง ส่วนงานเลี้ยงที่พรรคกิจสังคมเป็นเจ้าภาพ เดิมกำหนดไว้วันที่ 9 ก.พ.จะซ้ำซ้อนกัน จึงเลื่อนออกไปก่อน
"ไม่มีอะไรร้าว ทุกอย่างสมบูรณ์ดีไม่มีปัญหาอะไร" นายสุวิทย์กล่าวเมื่อถูกถามว่างานนี้จะช่วยสมานรอยร้าวของรัฐบาลได้หรือไม่ และว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมลงชื่อด้วยนั้น ถือเป็นเรื่องของรัฐสภา ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาล
วันเดียวกัน ตัวแทนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ, นายจรัล ดิษฐาอภิชัย เข้าพบนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 50 ฉบับ คปพร. เข้าสู่การพิจารณาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก่อนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตราของพรรคร่วมรัฐบาล
นพ.เหวงกล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ คปพร.บรรจุอยู่ในวาระการประชุมร่วมรัฐสภามาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ผ่านมาเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือนแล้ว หากยังไม่มีการพิจารณา ประชาชนที่ร่วมลงชื่อในญัตติจำนวนกว่า 2 แสนคน อาจจะเดินทางมาสอบถามประธานรัฐสภาด้วยตัวเองก็ได้
ถึงตอนนี้ นายชัยก็โพล่งอย่างมีอารมณ์ว่า พูดอย่างนี้เท่ากับขู่ตน ส.ส.ก็ถือเป็นตัวแทนของประชาชนเช่นกัน ตนได้บรรจุญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลไว้ในวาระการประชุมเป็นเรื่องด่วนอันดับ 2 แล้ว รอเพียงประสานกับประธานวุฒิสภาว่าจะเรียกประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้วันใดเท่านั้น คิดว่าจะทำให้เร็วที่สุดก่อนที่จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง เพราะได้ข่าวว่าเริ่มมีกองทัพประชาชนเกิดขึ้นแล้ว ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของ คปพร.ยังอยู่ในวาระการประชุม เป็นเรื่องด่วนอันดับที่ 1 ทั้งนี้ อยากให้พิจารณาร่างของ คปพร.และของพรรคร่วมรัฐบาลไปพร้อมๆ กันเลย
นายชัยกล่าวถึงองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม 2 วันติดต่อกันว่า ตนขอเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ คือให้ กกต.ออกระเบียบหรือบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ชัด ว่าหากใครขาดประชุมเกิน 3 ครั้ง จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไปได้
ประเด็นสภาล่ม ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเอาคืนของพรรคร่วมรัฐบาล ตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ร่วมลงชื่อแก้รัฐธรรมนูญ มีคำปฏิเสธจากแกนนำพรรคร่วมทุกคนที่ถูกถาม นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคกิจสังคม กล่าวว่า สภาล่มถือเป็นเรื่องธรรมดา อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงปรับเปลี่ยนเวลาในการประชุมสภา ต้องใช้เวลาในการปรับตัวบ้าง
เช่นเดียวกับ นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ที่กล่าวว่า ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเล่นเกม เพราะพรรคร่วมเองจะเป็นฝ่ายขาดทุน เนื่องจากประชาชนรับไม่ได้
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังรักกันเหมือนเดิม มีอะไรก็พูดคุยกัน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประเมินหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. 240 คน ว่าเป็นเรื่องที่ประเมินต่อเนื่องมา โดยพรรคได้กำหนดเป้าหมายนี้มา และพยายามจะทำงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งตนก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องปกติของการเมือง ที่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เมื่อถามว่ามีปัจจัยอะไรที่เป็นตัวชี้วัด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คะแนนเสียงต่างๆ ก็เป็นคะแนนเสียงที่อิงกับคะแนนเสียงเดิม และพรรคได้พิจารณาดูแล้วว่าพื้นที่ใดน่าจะมีโอกาสได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น อย่างกรณีผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็ชัดเจนว่าหลายพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนพรรคจำนวนมาก แต่ในส่วนของผู้แทนฯ ยังไม่ได้รับการเลือกตั้ง
"พื้นที่ภาคกลางน่าจะได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น" นายอภิสิทธิ์ระบุ และว่า ในภาคอีสาน พรรคก็มีโอกาสได้คะแนนเพิ่มขึ้น เพียงแต่ในส่วนของ ส.ส.คงจะได้คะแนนเพิ่มยาก ทั้งนี้งานของรัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเป็นตัวแปร ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่มุ่งทำงานให้ดีที่สุด.

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter