ไทยโพสต์ - "กี้" พาเสื้อแดงบุกคมนาคม ทวงถามแบบฟอร์ม ส.ส.ที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน จวก "โสภณ-วรงค์" ไร้ยางอาย หน้าตัวเมีย ด้าน "รองโฆษก ปชป." โชว์หลักฐานมัด "แรมโบ้อีสาน" จี้ "โสภณ" สั่งดำเนินคดี ผิดฐานฉ้อโกง ปลอมเอกสาร
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่พรรคเพื่อไทย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดง แถลงตอบโต้กรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา บุคคล 2 คน อ้างว่ายังเป็น ส.ส.อยู่ เพื่อขอรับบัตรขึ้นเครื่องบินของบริษัท การบินไทยฯ ฟรีจากจังหวัดขอนแก่นมายังกรุงเทพมหานคร
นายสุภรณ์กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการดิสเครดิตตนและนายอริสมันต์ อีกทั้งการที่นายโสภณตอบกระทู้ว่าตนและนายอริสมันต์ได้กรอกแบบฟอร์มสีฟ้าที่เป็นแบบฟอร์มก่อนขึ้นเครื่อง ตนขอยืนว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการกรอกแบบฟอร์มสีฟ้าแต่อย่างใด และได้แจ้งความดำเนินคดีฟ้องร้องนายโสภณและ นพ.วรงค์ ข้อหาหมิ่นประมาท ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง พร้อมทั้งจะฟ้องร้องหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่ลงข้อความของบุคคลทั้งสองอย่างละเอียด ทำให้ตนและนายอริสมันต์ได้รับความเสียหาย
นายสุภรณ์กล่าวว่า ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงว่าในวันดังกล่าวได้ไปถามเจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถเปลี่ยนตั๋วจาก จ.อุบลราชธานี กลับ กทม. มาเป็นขอนแก่นกลับ กทม.ได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าไม่มีชื่ออยู่ในการจอง จึงได้ไปติดต่อฝ่ายตั๋ว และเจ้าหน้าที่ได้ออกตั๋วเครื่องบินมาให้ตน จากนั้นจึงไปรอขึ้นเครื่องในขณะที่นายอริสมันต์ยังเดินทางมาไม่ถึง แต่ยอมรับว่าก่อนขึ้นเครื่องได้แสดงบัตรประจำตัว ส.ส.จริง แต่เป็นบัตรที่หมดอายุ อยู่ในสังกัดพรรคไทยรักไทย เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นตนเองจริงๆ โดยไม่ได้มีเจตนาอื่น เพราะทุกคนต้องแสดงบัตรอะไรก็ได้ที่มีรูปภาพก่อนขึ้นเครื่องอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อมาถึง กทม. เจ้าหน้าที่ขอนแก่นได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนไปชำระค่าตั๋วดังกล่าวเพราะเข้าใจผิด ตนก็ได้ไปชำระทันที ราคา 3,680 บาท เพราะที่ไม่ได้จ่ายเพราะเข้าใจว่าส่วนกลางจ่ายให้แล้ว และในเมื่อจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยในเวลา 1 ชั่วโมง จะทำให้บริษัท การบินไทยฯ เสียหายได้อย่างไร
ด้านนายอริสมันต์กล่าวว่า ได้จ่ายเงินตามปกติ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะใช้สิทธิ์ ส.ส.หรือไม่ ตนได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไปว่าตนไม่ได้เป็น ส.ส. และจะขอจ่ายเงินสด ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนตั๋วอุบลฯ ไม่ได้ ก็ยินดีที่จะจ่ายเงินค่าตั๋วใหม่ ดังนั้นการที่นายโสภณระบุว่าตนและนายสุภรณ์กรอกแบบฟอร์มสีฟ้าเพื่อใช้สิทธิ์ความเป็น ส.ส.ขึ้นเครื่องฟรีนั้น ขอให้นายโสภณนำหลักฐานออกมาชี้แจง โดยที่ตนจะนำคนเสื้อแดงไปขอดูหลักฐานที่กระทรวงคมนาคม หากนายโสภณไม่มีมาแสดง ตนจะเข้าไปค้นเอง เพราะถือว่านายโสภณพูดโกหกอย่างไร้ยางอาย
นายอริสมันต์กล่าวว่า ทราบดีว่าการพูดในสภากฎหมายคุ้มครอง ส.ส.อยู่ ดังนั้นตนจึงจะใช้กฎสังคมเล่นงานนายโสภณและ นพ.วรงค์แน่ เพราะทั้ง 2 คนพูดในสภา ทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจผิด และตนไม่มีโอกาสได้ชี้แจง ถือว่านายโสภณและ นพ.วรงค์เป็นบุคคลหน้าตัวเมียโดยสมบูรณ์แบบ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้กฎสังคมจัดการกับคนเหล่านี้ เพราะไม่เชื่อมั่นว่าความยุติธรรมจะมีให้กับคนเสื้อแดง และการที่นายโสภณสั่งให้บริษัท การบินไทยฯ แจ้งความตน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 และ 341 นั้น ก็ขอให้ไปแจ้งได้เลย แต่ระวังจะโดนโทษฐานแจ้งความอันเป็นเท็จ เพราะตนมีหลักฐานทุกอย่าง รวมถึงตั๋วเครื่องบินที่ออกจากสนามบินขอนแก่น และอาจจะฟ้องร้องบริษัท การบินไทยฯ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่นายสุภรณ์และนายอริสมันต์ใช้สิทธิแสดงบัตรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหมดอายุเดินทางว่า การจะจับแก๊งเด็กเลี้ยงแกะต้องมีหลักฐาน ตนจึงได้ประสานงานไปที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อขอทราบรายละเอียดที่เกิดขึ้น ทั้ง จ.ขอนแก่น และ กทม. ทั้งนี้กรณีของนายอริสมันต์ตนขอไม่แสดงความเห็น เพราะนายอริสมันต์ยอมจ่ายเงินที่สนามบินขอนแก่น แต่กรณีของนายสุภรณ์ที่ยังออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น ตนเพิ่งจะได้รับหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากนายสุนัที อัศวพรชัย ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทยฯ ถึงพฤติกรรมของแกนนำคนเสื้อแดงที่ชื่อนายสุภรณ์
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวชี้แจงว่า วันที่ 1 ก.พ. 53 ที่ผ่านมา ที่สนามบินขอนแก่น เที่ยวบินที่ ทีจี 014 เจ้าหน้าที่เช็กอินไม่พบชื่อนายสุภรณ์ ก็เลยบอกให้นายสุภรณ์ไปติดต่อที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ในระหว่างนั้นนายสุภรณ์ได้ควักบัตรประจำตัว ส.ส.โชว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็น ส.ส.จริง จึงได้ลงโค้ดเพื่อจองเที่ยวบินจาก จ.ขอนแก่น-กทม. โดยใส่โค้ดว่าเป็น ส.ส. จนกระทั่งนายสุภรณ์ได้เข้ามาติดต่อที่เคาน์เตอร์เช็กอินชั้นธุรกิจ และแสดงบัตรประจำตัว ส.ส.อีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นนายสุภรณ์ได้เซ็นชื่อใน Blue Coupon หรือใบฟ้า และรับบัตรโดยสารซึ่งเป็นชั้นธุรกิจขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินไปยังห้องรับรองพิเศษ มีพนักงานของการบินไทยคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณดังกล่าวได้ยินทั้งสองคนพูดว่า "ช่วยไม่ได้ เมื่อแสดงบัตรแล้ว อยากจองให้และเช็กอินให้เอง" ประโยคนี้จึงทำให้พนักงานสงสัย และแจ้งมาที่เคาน์เตอร์การบินไทย ว่าสงสัยทั้งสองคนไม่ได้เป็น ส.ส. แต่กว่าจะตรวจสอบได้ ปรากฏว่าทั้งสองคนได้ขึ้นเครื่องไปแล้ว จึงได้แจ้งมายังพนักงานที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปรับตัวมาชำระเงิน
นพ.วรงค์กล่าวว่า การที่นายสุภรณ์ระบุว่าเป็นความเข้าใจผิด และยินยอมจ่ายเงินที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเซ็นใบฟ้าซึ่งเป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาเท่านั้นจึงจะลงลายเซ็นได้ เมื่อมีการเซ็นชื่อก็เท่ากับว่าเป็นการจงใจเพื่อจะสื่อไปยังเจ้าหน้าที่ให้เข้าใจผิด ซึ่งไม่มีใครบังคับให้นายสุภรณ์เซ็น นอกจากนี้ประโยคที่ว่า "ช่วยไม่ได้ เมื่อแสดงบัตรแล้ว อยากจองให้และเช็กอินให้เอง" ก็แสดงว่านายสุภรณ์มีอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมา ดังนั้นตนถือว่าพฤติกรรมของนายสุภรณ์บิดเบือนข้อเท็จจริง และเบ่งหรือลักไก่ขึ้นเครื่องบินฟรี และหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนทราบว่า บริษัท การบินไทยฯ ได้ให้ตัวแทนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธร จ.ขอนแก่นด้วย แต่เป็นการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ ควรจะแจ้งความดำเนินคดีอาญาเลย
"ผมขอเรียกร้องไปยัง รมว.คมนาคม ว่าการกระทำผิดดังกล่าวลำพังแค่แจ้งความเป็นหลักฐานเฉยๆ ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องให้บริษัท การบินไทยฯ แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย เพราะถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร นอกจากนี้ผมขอเรียกร้องไปยังกลุ่มคนเสื้อแดง ที่วันนี้กำลังเรียกร้องเรื่องสองมาตรฐาน เคลื่อนไหวไปตรวจสอบหน่วยงานต่างๆ และบุคคลอื่นๆ ตัวเองก็เหมือนไม้กวาดที่ไปกวาดบ้านของคนอื่น แต่ปรากฏว่าไม่กวาดด้ามนี้สกปรก มีรอยเปื้อนต่างๆ ของโคลนเต็มไปหมด เมื่อไปกวาดบ้านคนอื่น จึงยิ่งทำให้สกปรกมากขึ้น ผมขอเรียกร้องไปยังแกนนำคนเสื้อแดงให้ตรวจสอบพวกเดียวกันเองด้วยถึงพฤติกรรมดังกล่าว ไม่เช่นนั้นคำว่าสองมาตรฐานก็ไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นพฤติกรรมของคนเสื้อแดงเอง" นพ.วรงค์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่นายสุภรณ์และนายอริสมันต์ไปแจ้งความ นพ.วรงค์ไว้ที่ สน.ดุสิต รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เท่าที่ทราบเป็นการแจ้งเอาไว้เป็นหลักฐานโดยไม่มีข้อกล่าวหา จึงไม่มีผลในทางกฎหมาย และที่ระบุว่าจะแจ้งความตนกับทุกโรงพักทั่วประเทศนั้น ก็ขอให้ไปแจ้งเลย ตนจะได้ฟ้องกลับ ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นการข่มขู่ตนและแก้เกี้ยวมากกว่า เพราะทั้งสองคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ นพ.วรงค์แถลงข่าว ได้นำตัวอย่างใบฟ้าและหนังสือที่ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ชี้แจงกรณีอดีต ส.ส.เดินทางโดยใช้สิทธิแสดงบัตรสมาชิก โดยแจกแจงอย่างละเอียด จำนวน 6 ข้อ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วย.

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter