กรุงเทพฯ - เด็ก ปชป.ถอนหงอก "เหนาะ" หาจองล้างจองผลาญเรื่องอัลไพน์ ย้ำที่ดินธรณีสงฆ์เปรียบเหมือนโจรขโมยของไปขายต่อ จวกอย่าสำคัญตัว ใครหน้าไหนทำผิดต้องรับโทษ ด้าน "อนุทิน" ปัดให้ร้ายเหลิม ข้องใจปล่อยข่าว ฮือฮา! โพลล์เอแบคนิยมมาร์ค-ประชาธิปัตย์สูงกว่าปกติ เว้นภาคอีสานยังไม่กระเตื้อง
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ตอบโต้นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังจองล้างจองผลาญ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีที่ดินอัลไพน์ว่า เป็นความเข้าใจผิดของนายเสนาะ เพราะพฤติกรรมของนายเสนาะที่ทำได้สร้างความเสียหายกับชาติบ้านเมือง ไม่ได้สร้างความเสียหายให้พรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่พรรคมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายที่ต้องทำความจริงให้ปรากฏเพื่อนำคนผิดมาลงโทษให้ได้
นายเทพไทกล่าวต่อว่า การที่นายเสนาะระบุว่าจะทำหนังสือเปิดผนึกชี้แจงสาเหตุ 3 ข้อว่า 1.เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ยังโกรธนายเสนาะสมัยตั้งแต่ครั้งอภิปรายเรื่องที่ดิน สปก.4-01 ซึ่งย้อนดูแล้วพบว่านายเสนาะไม่มีบทบาทในการอภิปรายเรื่องนี้เลย เพราะไม่ปรากฏชื่อนายเสนาะในการอภิปรายแต่อย่างใด นายเสนาะกำลังเข้าใจผิด และไม่มีน้ำยาในการอภิปรายเรื่องที่ดิน สปก.เลย แต่เป็นบุคคลอื่นมากกว่า
2.นายเสนาะระบุว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์จองล้างจองผลาญเพราะนายเสนาะได้ขายที่ดินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็เป็นความเข้าใจผิดของนายเสนาะ เพราะที่ดินอัลไพน์เป็นที่ของวัดเป็นธรณีสงฆ์ เปรียบเสมือนของโจรที่ขโมยของไปแล้วไปขายต่อให้ใคร ผู้ใดรับไว้ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายหมดทุกคนฐานรับของโจร ไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ
3.ที่นายเสนาะระบุว่าถูกพรรคประชาธิปัตย์เล่นงาน เพราะเคยเป็นขุนศึกให้พรรคชาติไทย พรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย ซึ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้มาโดยตลอด ก็อยากชี้แจงว่าวันที่นายเสนาะเป็นเลขาธิการพรรคชาติไทย ครั้งเป็นรัฐบาลนายเสนาะก็ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเหมือนกับที่เลขาธิการพรรคคนอื่นๆ พอมาอยู่พรรคความหวังใหม่ก็เป็นเลขาธิการพรรคได้ระยะหนึ่งก็ถูกไล่ออก แล้วให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง มาทำหน้าที่นี้แทน พอมาอยู่พรรคไทยรักไทยก็ถูกลดบทบาทจนตัวเองต้องกระโดดขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ใส่ร้ายกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ
"จึงอยากถามนายเสนาะว่า ตัวเองลืมไปแล้วหรือยัง การที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งพรรคเหล่านี้ อยากให้ย้อนกลับไปดูว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้เพราะอะไร เพราะถูกใช้อำนาจรัฐ เพราะถูกใช้เงินซื้อเสียง หรือการเลือกตั้งปี 2539 ที่เคยเกิดไฟฟ้าดับที่จังหวัดปทุมธานีจนทำให้พรรคประชาธิปัตย์แพ้ไปเพียง 2 ที่นั่ง จนไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล"
ดังนั้น คิดว่านายเสนาะกำลังเข้าใจผิดอะไรหลายอย่าง และยังออกมาอ้อนวอนต่อสังคมว่า ขนาดผมนายเสนาะยังโดนกระทำขนาดนี้ แล้วประชาชนทั่วไปจะเป็นอย่างไร ขอบอกนายเสนาะว่า ประชาชนทั่วไปที่ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย กฎหมายก็จะคุ้มครอง แต่ไม่ว่าใครหน้าไหน ถ้าหากทำผิดกฎหมายก็ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิพิเศษจะยกเว้นหรือเหนือกว่าคนอื่น" นายเทพไทกล่าว
ทางด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.ภาค กทม.ขัดแย้งกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ว่าพรรคประชาธิปัตย์อย่าทำเป็นตื่นเต้น กระดี๊กระด๊าเกินเหตุ ทำเป็นไม่เคย เพราะวันนี้ถ้าคนในพรรคประชาธิปัตย์เข้าใจคำว่าประชาธิปไตยและใช้การทำงานมากกว่าปาก คงไม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะประชาธิปไตยคือการแสดงความคิดเห็น ย่อมต้องมีความคิดเห็นต่างบ้าง และที่สำคัญในพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ซัดกันนัวเนีย หลายก๊กหลายเหล่า
"เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์อย่าตื่นเต้นกรณี ร.ต.อ.เฉลิม เพราะพรรคเพื่อไทยแค่เถียงกันนิดหน่อย ไม่ได้ออกอาวุธ แต่ในพรรคประชาธิปัตย์คราวนี้อาจไม่ใช่แค่เถียงกัน แต่เป็นการจัดการขั้นเด็ดขาดใช่หรือไม่ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์หันมาให้ความสนใจปัญหาประชาชนมากกว่าเรื่องการเมือง เพื่อที่จะทำให้ประเทศนี้เจริญทัดเทียมกับนานาประเทศ" นายจิรายุกล่าว
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุว่าตนเป็นคนมีส่วนร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ปล่อยข่าวโจมตีผ่านคอลัมนิสต์บางฉบับว่า ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร และเพราะเหตุใด ร.ต.อ.เฉลิมถึงออกมาให้ข่าว ที่ผ่านมาตนไม่เคยให้ข่าว และให้ร้ายต่อ ร.ต.อ.เฉลิม เนื่องจากที่ผ่านมาตนและ ร.ต.อ.เฉลิมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
"ขอยืนยันว่าผมไม่เคยให้สัมภาษณ์ให้ร้ายและพาดพิงนักการเมืองพรรคอื่น ประกอบกับตอนนี้ผมอยู่บ้านเลขที่ 111 ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ ผมรู้สึกเสียใจกับข่าวที่ออกมา และข่าวดังกล่าวไม่ได้มีการกลั่นกรอง เรื่องดังกล่าวน่าจะมาจากความเข้าใจผิด แต่หลังเกิดเหตุผมก็ไม่ได้มีการโทรศัพท์ไปทำความเข้าใจกับ ร.ต.อ.เฉลิม" นายอนุทินกล่าว
วันเดียวกัน สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องสถานการณ์การเลือกข้างความนิยมของประชาชน กับความในใจของคนที่ "ขออยู่ตรงกลาง" กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 28 จังหวัดของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 5,470 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2553
ผลการสำรวจพบว่า ตัวอย่างที่ระบุนักการเมืองที่สนับสนุน เปรียบเทียบระหว่างนายอภิสิทธิ์และนักการเมืองคนอื่น ลำดับที่นักการเมืองที่นิยมชอบนายอภิสิทธิ์ 28.62% นักการเมืองคนอื่น 24.9% ขออยู่ตรงกลาง 46.5%
ส่วนตัวอย่างที่ระบุนักการเมืองที่นิยมชอบ เปรียบเทียบระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนักการเมืองคนอื่น จำแนกตามภูมิภาค โดยพบว่า ภาคเหนือนิยมนายอภิสิทธิ์ 26.9% นักการเมืองคนอื่น 22.3% ขออยู่ตรงกลาง 50.8% ภาคกลางนิยมนายอภิสิทธิ์ 26.9% นักการเมืองคนอื่น 20.4% ขออยู่ตรงกลาง 52.7% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมนายอภิสิทธิ์ 13.1% นักการเมืองคนอื่น 37.6 ขออยู่ตรงกลาง 49.3% ภาคใต้นิยมนายอภิสิทธิ์ 76.8% นักการเมืองคนอื่น 2.6% ขออยู่ตรงกลาง 20.6% ส่วน กทม.นิยมนายอภิสิทธิ์ 25.4% นักการเมืองคนอื่น 27.2% ขออยู่ตรงกลาง 47.4%
ขณะที่ตัวอย่างที่ระบุพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะเลือก ส.ส.แบบสัดส่วนถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้งลำ พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ 29.5% พรรคการเมืองอื่นๆ รวมกันทุกพรรค 33.63% ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้าง 36.9%
สำหรับตัวอย่างที่ระบุพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะเลือก ส.ส.แบบสัดส่วนถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง จำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือเลือกประชาธิปัตย์ 26.2% พรรคการเมืองอื่นๆ รวมกัน 35.8% ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้าง 38.0% ภาคกลางเลือกประชาธิปัตย์ 29.8% เลือกพรรคการเมืองอื่นๆ รวมกัน 28.2% ยังไม่ตัดสินใจเลือกข้าง 42.0%
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลือกประชาธิปัตย์ 13.6% พรรคการเมืองอื่นรวมกัน 45.9% ยังไม่ตัดสินใจ 40.5 ภาคใต้เลือกประชาธิปัตย์ 77.1% พรรคการเมืองอื่นรวมกัน 8.9% ยังไม่ตัดสินใจ 14.0% ส่วน กทม.เลือกประชาธิปัตย์ 26.8% พรรคการเมืองอื่นรวมกัน 34.8% ยังไม่ตัดสินใจ 38.4%.

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter