เหลือเพียง 1 สัปดาห์ก็จะถึงวันสำคัยของพี่น้องเชื้อสายจีน นั่นก็คือวันขึ้นปีใหม่หรือวันตรุษจีน และเนื่องจากปีนี้วันตรุษจีนตรงกับวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์พอดิบพอดีทำให้ผู้ประกอบการแต่ละธุรกิจออกมาให้ความสำคัญในการทำกิจกรรมกันพอสมควร และปีนี้รู้สึกว่าจะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะบรรดาห้างค้าปลีก
แต่หากสังเกตไปที่การให้น้ำหนักของการทำการตลาดในวันสำคัญทั้ง 2 วัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เน้นตรุษจีนมากกว่าวาเลนไทน์ เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเปรียบเทียบกันแล้วการจับจ่ายในช่วงตรุษจีนสูงกว่าวันวาเลนไทน์
สำหรับกลยุทธ์ของบรรดาห้างค้าปลีกแต่ละค่าย ส่วนใหญ่เน้นการดึงสินค้ามงคลเข้ามาจำหน่ายภายในศูนย์การค้า เช่น การยกไชน่าทาวน์เข้ามาไว้ในห้าง บางรายนำการแสดงเด่นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอย
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพลูสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน)หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นเทศกาลจับจ่ายครั้งใหญ่ประจำของผู้บริโภค ซึ่งปีนี้การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคและภาพรวมเศรษฐกิจคาดจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นประกอบกับมีเทศกาลวาเลนไทน์มาช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยปีนี้ซีพีเอ็นเตรียมจัดกิจกรรมกว่า 100 งาน พร้อมตกแต่งบรรยากาศภายในศูนย์เป็นแลนด์มาร์คสำหรับการถ่ายรูป ด้วยการจำลองความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน ความสวยงามของโคมไฟจีนโบราณ และเซียมซียักษ์สื่อรักขนาด 4 เมตร โชว์วัฒนธรรมจีนจาก 10 มณฑล และการเชิดมังกรดิจิตอล
นอกจากนี้ ยังจัดโปรโมชั่นช็อปครบ 1,000 บาท ลุ้นแพ็กเกจทัวร์ World Expo ที่เซี่ยงไฮ้ หรือช็อปครบ 2,000 บาท รับทันทีอั้งเปาส่วนลดมูลค่า 2,000 บาท กับร้านอาหารที่ร่วมรายการ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าศูนย์ได้ไม่ต่ำกว่า 15-20% และกระตุ้นยอดขายของร้านค้าเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20%
ด้านนางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า บรรยากาศการจับจ่ายต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้จะมีความคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมี 3 ปัจจัยหลักสนับสนุน คือ 1.กำลังซื้อผู้บริโภคมีสัญญาณดีอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว 2.แต่ละค่ายจัดโปรโมชั่นแรงกว่าปีที่ผ่านมาเพราะเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ตรงกันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และ 3.ผู้บริโภคนิยมจับจ่ายก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีนเพียงไม่กี่วัน โดยส่วนใหญ่ใช้เงินที่ได้จากอั้งเปา
สำหรับการจัดกิจกรรมของห้างเซ็นทรัลใช้งบ 80 ล้านบาทเปิดแคมเปญ Central Chinese New Year 2010 ระหว่างวันที่ 2-17 กุมภาพันธ์ ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา เพียงช็อปผ่าน The 1 Card ทุกๆ 2,500 บาท หรือช็อปผ่านเซ็นทรัลเครดิตคาร์ดเพียง 2,000 บาท รับทันทีคูปองลดเพิ่ม 5% พร้อมลุ้นแพ็กเกจทัวร์ฟรี "เซี่ยงไฮ้-หังโจว" เพื่อชมงานเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป ซึ่งคาดว่าหลังจบแคมเปญจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วน บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ใส่งบ 30 ล้านบาท เตรียมเครื่องเซ่นไหว้ 8 ชุดมงคล และสินค้าคุณภาพกว่า 1,000 รายการ รวมถึงการนำสินค้าเรดฮอต หรือซื้อ 1 แถม 1 กว่า 400 รายการเข้ามาให้บริการภายในซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งท็อปส์และเซ็นทรัลฟู้ด และร่วมกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำสินค้าจาก 5 ประเทศเชื้อสายจีน คือ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเก๊า และไต้หวัน เข้ามาจำหน่ายในโซนฟอร์รั่ม เพื่อสร้างความต่างจากคู่แข่งในตลาด ซึ่งน่าจะสามารถผลักดันยอดขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 25%
ฟากห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ใช้งบ 10 ล้านบาท จัดแคมเปญ "Robins on Chinese New Year 2010" ระหว่างวันที่ 1-21 กุมภาพันธ์ พร้อมด้วยแคมเปญ จำลองบรรยากาศย่าน China Town และชูความเป็น One Stop Shopping เข้ามาอยู่ในห้างสรรพสินค้า เช่น การนำสินค้าสิริมงคล 8 อย่างเข้ามาจำหน่ายรับปีขาล เพื่อเสริมมงคลให้ชีวิตสำเร็จทั้งการเงิน การงาน สุขภาพ และความรัก
ในส่วนโปรโมชั่นมอบส่วนลดสูงสุดถึง 20% พร้อมรับอั้งเปาทวีโชค 3 ต่อ เมื่อช็อปสินค้าครบตามเงื่อนไข เช่น การมอบอั้งเปามูลค่า 200 บาท และลุ้นรับทองคำนำโชคจากพรีมาโกลด์ พร้อมบริการแต่งหน้าเสริมโหงวเฮ้งฟรี โดยคาดว่าจะมียอดขาย 920 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 860 ล้านบาท
นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า กลุ่มเดอะมอลล์ใช้งบ 50-80 ล้านบาท จัดแคมเปญ Love & Luck The Mall Happy Chinese New Yea และ Emporium Paragon Chinese New Year เริ่มกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม และยาวไปถึงต้นเดือนหน้า เป็นเวลา 44 วัน โดยจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลตรุษจีน ภายใต้แนวคิดด้านการยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติ หรือ Spirituality คือ การขอพรคุ้มครองดวงชะตามาต่อยอดการทำกิจกรรม ทั้งรูปแบบของการสักการะ 3 มหาเทพ และการจัดแคมเปญครบเครื่องเรื่องเซ่นไหว้ ด้วยความที่เป็นปีเสือและเชื่อเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีการไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
การทำแคมเปญลักษณะดังกล่าวยังเป็นไปตามนโยบาย Efficien cy Creative Marketing หรือการทำตลาดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความต่างและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังได้มอบความพิเศษให้ลูกค้าสมาชิกเอ็มการ์ด 3,000 คนแรกรับสิทธิจับอั้งเปาสว่นลด 30-50% เพียงแสดงบัตรสมาชิก ซึ่งหลังจบแคมเปญคาดว่ากลุ่มเดอะมอลล์จะมียอดขาย 4,500 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 5%
ปิดท้ายกลุ่มห้าง บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่และสยามเซ็นเตอร์ ระเบิดแคมเปญสยามเซ็นเตอร์ แอนด์ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ ไชนิส นิวเยียร์ เซเรเบรชั่น 2010 '53 เลิฟแอนด์ฟอร์จูน" จัดกิจกรรมเสริมสิริมงคลและโปรโมชั่นมอบโชค 2 ชั้นให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าทั้ง 2 แห่ง คือ ลุ้นแพ็กเกจท่องเที่ยวกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ ทองคำ นาฬิกาคาสิโอ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งกลุ่มสยามคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มไม่ต่ำกว่า 20%
ขณะที่ห้างค้าปลีกต่างอัดงบเน้นทำกิจกรรมทางการตลาดในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในส่วนบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม อย่างไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ก็ออกมาประเดิมกิจกรรมภายใต้แนวคิด "ครีเอทีฟ มาร์เก็ตติ้ง" หรือการทำตลาดเชิงสร้างสรรค์ ผ่านการทำกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ด้วยการจัดลานเบียร์ช้างประเดิมเทศกาลวาเลนไทน์เป็นรายการแรก
นายชาลี จิตจรุงพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจของเบียร์ช้างในปีนี้บริษัทจะทำการตลาดภายใต้แนวคิดครีเอทีฟ มาร์เก็ตติ้ง ผ่านการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรและผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของบริษัท โดยเฉพาะเครื่องดื่มเบียร์ช้าง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ไม่สามารถทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายได้ เพราะติดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2552 ซึ่งรูปแบบของกิจกรรมที่อาจเน้นการเปิดให้บริการลานเบียร์
ล่าสุด บริษัทใช้งบกว่า 30 ล้านบาท เปิดให้บริการลานเบียร์สดช้าง ภายใต้แนวคิด "สปาร์คกิง วาเลนไทน์'ส เดย์" กว่า 10 จุด ครอบคลุมพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อต้อนรับช่วงเทศกาลวาเลนไทน์โดยเริ่มทดลองให้บริการบริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนกระจายเปิดให้บริการทั่วกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 8-21 กุมภาพันธ์ เพื่อสร้างแบรนด์ช้างให้มีความเคลื่อนไหว และยังขยายไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มากขึ้น
เช่นเดียวกับค่ายโรงแรมหนังเมเจอร์ที่ผนึกกำลังกับรังนกสก็อตจัดแคมเปญวาเลนไทน์ร่วมกัน โดยนายอนวัช องค์วาสิฏฐ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า บริษัทจับมือกับ บริษัท สก็อต อินดัสเตรียล(ประเทศไทย)จำกัด ใช้งบ 2 ล้านบาท จัดแคมเปญ วาเลนไทน์ มูฟวี่ เลิฟเวอร์ : โรมานซ์ ออนเดอะซี ให้ลูกค้าลุ้นเป็นผู้โชคดีร่วมทริปไปกับเรือสำราญ สตาร์ครุยส์สิงคโปร์-มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง
ก็ต้องบอกว่าตรุษจีนและวาเลนไทน์ปีนี้พิเศษกว่าทุกๆ ปี แม้มีผู้ประกอบการบางรายออกมาคาดการณ์ว่าเทศกาลตรุษจีนค่อนข้างซบเซา เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยเพราะยังกังวลกับปัญหาเศรษบกิจโลกและการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอน ทำให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ลดลง โดยเฉพาะในย่านเยาวราช
แต่การที่บรรดาผู้ประกอบการแต่ละธุรกิจออกมาอัดงบโหมทำกิจกรรมทางการตลาด จะส่งผลให้หลังจบเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ปีนี้น่าจะประสบความสำเร็จด้านยอดขายพอสมควร แต่มากหรือน้อยนั้น ศึกครั้งนี้ดุเดือด
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร คงต้องขออวยพรให้ทุกคนซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ อั้งเปาตั่วๆ ไก๊ มีความสุขในเทศกาลตรุษจีนและรักหวานฉ่ำวันวาเลนไทน์ง

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter