คอลัมน์: กลยุทธพิชิตหุ้นสเปเชียล: หุ้นเด่นประจำสัปดาห์

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 09:16:32 น.

PTTAR การฟื้นตัวของเศรษฐกิจคาดว่าจะทำให้ค่าการกลั่นและส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสแรกปีนี้ และอากาศหนาวในจีนจะหนุนให้ความต้องการจากจีนเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้มาก ในขณะที่บรรดาโรงกลั่นส่วนมากจะมีการปิดซ่อมบำรุง จึงมองว่าธุรกิจของ PTTAR จะได้ประโยชน์จากที่กล่าวมามากกว่าปกติ และมีการคาดการณ์ผลการดำเนินงานปกติของ PTTAR จะฟื้นตัวได้มากในไตรมาสแรกของปีนี้ จึงมีการประเมินว่าส่วนของ Spread ราคาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจปิโตรฯ จะปรับสูงขึ้นด้วย โดย PX,BZ-Naptha จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 300-400 เหรียญต่อตัน นอกจากนี้ PTTAR ยังจะได้แรงหนุนจากข่าวการควบรวมกิจการอีกด้วย ดังนั้นมีการประมาณการณ์ว่าปี 2553 นี้ PTTAR จะทำกำไรได้มากกว่าปี 2552 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะทำกำไรได้ 10,530 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 3.55 บาท ดังนั้นเมื่อมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมจากค่าพีอีที่ 10 เท่า จะได้คำตอบแรกว่าราคาควรยืนที่ 35.50 บาท(แต่ค่าพีอีกลุ่มพลังงานในปัจจุบันอยู่สูงกว่า 25.5 เท่า) ซึ่งเป็นการประเมินในระดับต่ำกว่าตลาดมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาดูราคาหุ้นซื้อขายในตลาดปัจจุบันยังอยู่แค่ 24 บาทจึงเท่ากับยังมี Up side อย่างน้อยๆ อีก 47.92% มากจนพูดได้ว่า นอกจากจะคิดลงทุนแล้ว ยังสามารถเก็งกำไรได้ดีอีกด้วย ส่วนเงินปันผลตอบแทนในปี 2553 นี้ ก็คงจะปรับเพิ่มเป็น 4.17% ต่อปี ดูแล้วไม่ว่าจะคิดลงทุนโดยแค่หวังผลจากเงินปันผลอย่างเดียวก็จัดได้ว่าคุ้มค่าแล้ว แต่ปล่อยให้ส่วนต่างราคาเป็นผลพลอยได้ อาจจะได้กำไรจากส่วนต่างราคามากกว่าเงินปันผลตอบแทนหลายเท่าตัว

DCC ในส่วนของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง นอกจากปูนซิเมนต์ไทยที่รู้จักกันดีในกลุ่มธุรกิจนี้แล้ว บริษัทไดนาสตี้เซรามิก หรือ DCC ซึ่งทำธุรกิจผิลตกระเบื้องเซรามิกก็นับเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากธุรกิจจะมีการเติบโตที่ดีแล้ว ยังพบว่าผลการดำเนินงานของ DCC ออกมาดีด้วย โดยกำไรของ DCC ในรอบปี 2552 ที่ผ่านมาทำได้ถึง 996.25 ล้านบาท สูงกว่ากำไรของปี 2551 ที่ทำได้แค่ 664.32 ล้านบาท คิดเป็นกำไรเพิ่มสูงถึง 50% กำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 1.63 บาทมาเป็น 2.44 บาทด้วย ส่วนเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจมีกำไรเพิ่มก็มาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงจากราคาด้านพลังงานที่ปรับตัวลดลงแล้วยังมาได้ส่วนเสริมจากการใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% อีกด้วย ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มจาก 38.6% มาเป็น 42.5% จึงนับเป็นผลประกอบการที่ดีจริง ไม่ได้มาจากการมีรายได้พิเศษแต่อย่างใด นอกจากปี 2552 จะมีกำไรสูงเป็นพิเศษแล้ว ยังมีการประเมินว่าในปี 2553 นี้ DCC จะมีผลกำไรดีขึ้นอย่างต่อเนื่องไปด้วย เพราะมีการคาดหมายว่าธุรกิจจะมียอดขายเพิ่มในปีนี้ประมาณ 15% เพราะเศรษฐกิจปีนี้จะดีกว่าปีก่อนมาก ทำให้มองว่าปีนี้จะมีกำไรเพิ่มถึง 1,100 ล้านบาทได้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นได้ที่ 2.7 บาท แค่เพียงใช้ค่าพีอีที่ 14 เท่ามาคำนวณราคาหุ้นที่เหมาะสมจะได้คำตอบออกมาว่าราคาควรยืน 37.80 บาท แต่ราคาซื้อขายในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 31 บาท จึงมี Up side ได้อีกเกือบ 22% โดยจะมีเงินปันผลตอบแทนอีกกว่า 7.4% รวมอยู่ด้วย ถ้าถือจนได้รับเงินปันผลปี 2553 นี้ ทำให้เป็นหุ้นที่น่าเลือกในการลงทุนมากอีกตัวหนึ่ง

BAY แม้ว่าผลประกอบการของธนาคารกรุงศรีอยุธยาหรือ BAY ในปี 2552 ที่ผ่านมาจะดีขึ้นค่อนข้างมาก คือ สามารถทำกำไรในปี 2552 ได้ 6,659 ล้านบาท สูงกว่ากำไรของปี 2551 มากถึง 54.9% ก็ตาม แต่ยังคงมีการประเมินผลกำไรในปี 2553 นี้เพิ่มมากกว่าปี 2552 อย่างต่อเนื่อง เพราะ BAY มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและนโยบายอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีอย่างก้าวกระโดดต่อไป การลงทุนที่ทำให้ธุรกิจ BAY เติบโตอย่างรวดเร็วจนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เพียงข้ามวันทำให้ BAY มีรายได้เพิ่มและมีสินทรัพย์เพิ่มอย่างมาก และการที่ BAY มีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี ยิ่งทำให้มีรายได้และกำไรเพิ่มมากแน่นอน มีการประเมินกำไรในปี 2553 นี้ไว้ที่ 9,600 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 1.58 บาท ส่วนปีหน้ากำไรของ BAY จะทะลุหมื่นล้านบาทขึ้นไป แสดงถึงแนวโน้มที่ดีของธุรกิจอย่างต่อเนื่องมาก ดังนั้นเมื่อมาประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมในปีนี้ โดยใช้ค่าพีอีของกลุ่มธนาคารที่ปัจจุบันอยู่ที่ 13.9 เท่าจะได้คำตอบออกมาว่าราคาควรยืนที่ 22 บาท ในขณะที่ราคาในตลาดอยู่ที่ 19.4 บาท จึงมี Up side ได้อีก 13.4% ส่วนเงินปันผลตอบแทนจะได้ระดับ 4% ต่อปี จึงเป็นหุ้นที่ยังสามารถเก็งกำไรได้ดี

PSL การที่หุ้นพีเชียส ชิปปิ้ง หรือ PSL มายืนนิ่งอยู่ในระดับ 19 บาทค่อนข้งนาน ทำให้มองกันว่าราคาคงไปได้ยากและมองว่าราคาอาจเต็มมูลค่าไปแล้ว ก็บอกได้ว่าเป็นการคิดที่ผิดจากพื้นฐานจริงมากเพราะปัจจุบัน PSL ไม่ได้เป็นหุ้นเก็งกำไรเหมือนเดิม กลับพบว่าราคายังถูกกดไว้มาก ซึ่งดูได้จากผลประกอบการในปี 2552 ที่ผ่านมา แม้ยังไม่มีการรายงานตัวเลขกำไรรวมออกมา แต่ก็คาดว่าจะทำกำไรได้ถึง 3,200 ล้านบาทได้ เพราะ 9 เดือนก็ทำกำไรได้แล้ว 2,630 ล้านบาท คิดแล้วกำไรต่อหุ้นปี 2552 จะได้ที่ 3.08 บาท จากข้อมูลนี้แค่ใช้ค่าพีอี 10 เท่ามาคิดก็จะได้ราคาหุ้นที่เหมาะสมเป็น 30.80 บาท แต่ราคาซื้อขายในตลาดอยู่แค่ 19.30 บาท จึงมี Up side ได้มากถึง 59.59% นั่นยังไม่มากพอ เมื่อมาดูการจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4 เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2552 จ่ายหุ้นละ 0.60 บาทมากกว่าทุกไตรมาสที่จ่ายไป คิดแล้วจะเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 12.4% ต่อปีเลยทีเดียว นี่คือจุดีจุดเด่นในการลงทุนหุ้น PSL ไม่ว่าจะมองในด้านการลงทุนหรือหวังผลกำไรล้วนมีความคุ้มค่ามาก

SIRI ความน่าสนใจของหุ้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นอกจากธุรกิจส่วนใหญ่จะมีแนวโน้มที่ดีแล้วยังมีผลประกอบการที่ดีอีกด้วยพบว่าส่วนใหญ่จะมีกำไรเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมมาก กรณี SIRI ยิ่งน่าสนใจ เพราะยังมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่จากเดิมเป็นกองทุนต่างชาติมาเป็นผู้บริหารธุรกิจมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เสียเอง โดยนายเศรษฐา ทวีสินกรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ(SIRI) ได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 24% ไปแล้ว ข้อดีคือผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นผู้บริหารงานมานานย่อมมั่นใจได้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ดีอย่างไร เรียกว่าทำมากับมือนั่นเอง ประเมินว่ากำไร SIRI ในปี 2552 จะได้ถึง 1,500 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 1.02 บาท ไม่ต้องใช้จ่าพีอีกลุ่มอสังหาฯ ที่ 14.6 เท่ามาคิดเอาแค่พีอี 7 เท่าหรือครึ่งเดียวมาคิดยังได้คำตอบว่าราคาควรยืนที่ 7.14 บาท แต่ราคาปัจจุบันซื้อขายกันที่ 4.4 บาทเท่านั้น จึงมี UP side มากถึง 62% หลายคนกลัว SIRI เพิ่มทุนอีกเท่าตัว จะทำให้ราคาลดลง แต่ความจริงเทขายเฉพาะเจาะจงที่ราคาไม่ต่ำกว่า 5 บาท จึงไม่มีผลทำให้ราคาลดลงอย่งหุ้นทั่วไป และแม้แต่กำไรในปัจจุบันก็รองรับราคาที่เพิ่มทุนได้อย่างสบายแล้ว จึงไม่น่าห่วงน่าลงทุนมากกว่า.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง