ดีพโธรต ยังไม่เกิด...ในเมืองไทย

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 00:00:00 น.
อำนาจ ดิสขำ

ในโอกาสที่กระทรวงการคลังจะจัดให้มีการลงนามในร่างข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยจรรยาของข้าราชการการเมืองในสังกัดกระทรวงการคลังและผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อป้องกันการขัดหรือแย้งระหว่างประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม พ.ศ.2553 ซึ่งจะลงนามกันในวันที่ 9 ก.พ.นี้ เวลาประมาณ 14.00 น.

นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี!!!
ดีเอามากๆ สำหรับสังคมที่มีนักกฎหมายเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างสังคมไทยทุกวันนี้

คิดอะไรไม่ออก ก็ต้องออกกฎ ออกระเบียบ แก้กฎหมาย แล้วก็ตีความเข้าข้างตัวเองกันให้วุ่น!

น่าคิดเหมือนกันว่า...เหตุที่จำเป็นต้องมีข้อบังคับออกมาอย่างนี้ เป็นเพราะข้าราชการไทยไร้สำนึก  หรือต่อมจริยธรรมหดหายกันไปหมดแล้วหรืออย่างไร...แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม กรอบก็คือกรอบ กฎก็คือกฎ  ก็แค่ตัวหนังสือที่เขียนไว้เป็นกติกา ถ้าเป็นข้าราชการที่ดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนอะไร เพราะกฎระเบียบจำเป็นต้องมีไว้เพื่อป้องกันพวกที่ชอบนอกลู่นอกทางเป็นหลัก

แล้วก็ไม่รู้ว่านานๆ ไปข้าราชการหัวใสจะหาช่องทางหลบเลี่ยงกันอย่างไรต่อไปอีก ซึ่งที่สุดแล้วก็คงไม่ต่างไปจากนักการเมืองที่เจนจัดในเรื่องพวกนี้

นอมินีคงได้ทำงานกันยกใหญ่!
นี่ขนาดมีกฎกติกามากมาย นักการเมืองบ้านเรายังหาช่องเลี่ยงหลบกันได้เสมอ...

จึงไม่แปลกที่มีวาทกรรม  "บกพร่องโดยสุจริต"  เกิดขึ้นมาหลอกหลอนสังคมไทยอยู่กระทั่งปัจจุบัน เพราะถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน  ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน  พวกนักการเมืองเขี้ยวลากดินก็มักไม่มีใครยอมแสดงสปิริต...แต่จะอ้างโน่นอ้างนี่วุ่นวาย เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดกอดเก้าอี้ได้นานที่สุด

ตัวอย่างมีให้เห็นกันเกร่ออยู่ทุกวันนี้

ถ้าฉุกคิดสักหน่อย ข้าราชการน่าจะเห็นได้ว่า...ที่ผ่านมาในหลายๆ กรณีเวลาเกิดเรื่องทุจริตขึ้น คนที่รับโทษทัณฑ์หนักที่สุด  ส่วนใหญ่มักไม่ใช่นักการเมือง แต่กลับเป็นข้าราชการนี่แหละที่ต้องรับกรรมกันไป  ขณะที่นักการเมืองส่วนใหญ่มักจะลอยตัว และที่สำคัญ นักการเมืองเหล่านี้ไม่เคยตาย แม้จะโดนพิษการเมืองเล่นงานหนักหนาแค่ไหน  ก็มักจะกลับมาลอยหน้าในสังคมได้ใหม่เสมอ แต่ข้าราชการถ้าโดนโทษทางวินัย ก็มักจะหมดอนาคตในหน้าที่การงานกันไปเลย...

ฉะนั้น ข้าราชการควรจะต้องพึงสำเหนียกกันเอาไว้ให้มากๆ ว่าต้องอย่ายอมเป็นแขนเป็นขาให้นักการเมืองโกงเมืองกันจนประเทศชาติวายวอด  แต่ควรจะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้กับชาติบ้านเมือง ไม่วางเฉยต่อการทุจริตคอรัปชั่นทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย คอรัปชั่นแบบงาบหัวคิว หรือไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม เพราะข้าราชการนี่แหละที่เป็นผู้รู้ดีที่สุดว่าใคร...ทำอะไร...อย่างไรบ้าง...

....ไม่แน่ใจว่ามีข้าราชการเมืองไทยสักกี่คนที่รู้จัก   "ดีพโธรต" (Deep Throat) ผู้เป็นแหล่งข่าวนิรนาม  ในคดี  "วอเตอร์เกต" อันลือลั่นสะท้านโลก ผู้ที่กล้าเปิดโปงพฤติกรรมกลโกงของนักการเมือง ซึ่งได้แก่ "ริชาร์ด นิกสัน"

ทั้งๆ ที่เวลานั้น "นิกสัน" เป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

ชื่อเสียงเรียงนามที่แท้จริงของ  "ดีพโธรต" ถูกปิดงำมานานถึง 33 ปี เนื่องจาก "บ็อบ วูเวิร์ด" นักข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ให้คำมั่นไว้ว่าจะไม่เปิดเผย  จนกว่า  "ดีพโธรต" จะเสียชีวิต ซึ่งสุดท้ายเป็น "ดีพโธรต" ในวัย 91 ปีเองที่ออกมาเปิดเผยตัวตนของตัวเขาเอง...

ผู้คนทั้งโลกจึงได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว "ดีพโธรต" ผู้เป็นบุคคลนิรนามมานาน คือ "มาร์ค เฟลต์" ผู้มีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการเอฟบีไอ (FBI)

ลองคิดดูถ้าไม่มี   "ดีพโธรต" กลโกงของ "นิกสัน" ซึ่งก็คือการส่งเจ้าหน้าที่ซีไอเอ (CIA) ลอบเข้าไปในตึก  "วอเตอร์เกต W  ที่เป็นที่ทำการพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นคู่แข่งของพรรครีพับลิกันต้นสังกัดของ  "นิกสัน"  เพื่อติดตั้งเครื่องดักฟัง  คอยดักฟังความลับของพรรคเดโมแครต  ช่วงระหว่างการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่  2 ของ "นิกสัน" อาจจะไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา

การกระทำของ  "ดีพโธรต" ถือว่ามีคุณูปการอย่างมาก เพราะสามารถทำให้ "นิกสัน" ต้องกระเด็นตกจากเก้าอี้ประธานาธิบดี ด้วยการลาออก เนื่องจากจนมุมต่อหลักฐานการโกงเลือกตั้ง

ทุกวันนี้  บ้านเราอาจจะมองการโกงเลือกตั้งว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือแม้กระทั่งมองเป็นเรื่องธรรมดาไป แต่ลองคิดดู หากปล่อยให้ผู้ที่โกงเลือกตั้งเข้าไปมีอำนาจ มีหรือที่เขาจะไม่หาทางโกงอย่างอื่นอีก กรณีนี้จึงถือเป็นการช่วยตัดไฟแต่ต้นลม

ซึ่งหากเมืองไทยเรามีข้าราชการแบบนี้มากๆ  ไม่ใช่มีแต่แหล่งข่าวที่คอยแต่จะใช้สื่อเป็นเครื่องมืออย่างเดียว  แต่ใช้อย่างคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ การโกงกินรูปแบบต่างๆ คงลดลงไปได้มาก  หรืออย่างน้อยก็ทำได้ยากขึ้น   เพราะผู้ที่คิดจะโกงก็จะระลึกอยู่เสมอว่า   "หน้าต่างมีหู  ประตูมีช่อง" (ปัจจุบันช่องมีแต่มักถูกปิด)

สุดท้ายก็ได้แต่หวังว่า..."ดีพโธรต" ที่เสียชีวิตไปแล้ว (ขณะวัย 95 ปี) จะกลับชาติมาเกิดอยู่ในเมืองไทยบ้าง...

ไม่รู้จะหวังลมๆ แล้งๆ หรือเปล่า!!!.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง