ทูตญี่ปุ่นสอนมวยไทยแก้มาบตาพุด สมาคมโลกร้อนยื่นปปช. ร้องกฤษฎีกาอุ้มเอกชน

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 00:00:00 น.

ชิดลม  - ญี่ปุ่นเปิดเวทีสอนมวยนายกฯ ไทย ชี้ปล่อยปัญหามาบตาพุดยืดเยื้อ ย้ำต้องกำหนดมาตรฐานแก้ปัญหาโรงงานคุมเข้มมาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง   หวั่นเสียศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน   ด้านสมาคมต่อต้านโลกร้อน ร้อง ป.ป.ช.เอาผิดกฤษฎีกาเห็นขัดแย้งศาลรัฐธรรมนูญเอื้อเอกชน

เมื่อวันที่  8  ก.พ.  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และหอการค้าญี่ป่นจัดงานสัมมนา "ประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมในศตวรรษที่ 20 และการดำเนินการป้องกันมลพิษของประเทศญี่ปุ่น"  ซึ่งนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมปาฐกถาพิเศษด้วย

นายเคียวจิ โคะมะจิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นได้ขอให้รัฐบาลไทยชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหามาบตาพุดให้ชัดเจน  และจะขอร้องอีกครั้งให้รัฐบาลใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมกันนั้นให้รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการเป็นรายบริษัท  และดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เนื่องจากการสั่งระงับโครงการลงทุน  76  โครงการ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของไทยพอสมควร

ทั้งนี้  รัฐบาลไทยควรใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย ขณะเดียวกัน ในฐานะที่ไทยเป็นผู้นำและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน อีกทั้งยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ต้องสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

"ในฐานะที่เคยเจอปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก่อน ก็ขอแนะนำหลักการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมคือ  ญี่ปุ่นมีแนวคิดพื้นฐานในการแก้ปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐาน  โดยภาครัฐต้องดูแลอย่างเข้มงวดและกำหนดตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และให้อำนาจองค์กรบริการส่วนท้องถิ่นในการเข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดด้วย  แต่เรื่ององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นคงไม่สามารถแนะนำไทยได้ เพราะมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน" นายเคียวจิกล่าว

นายมุเนโนริ  ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยมองปัญหามาบตาพุดและแนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับสากล  ซึ่งการที่รัฐบาลไทยเร่งออกกฎหมายและแนวทางปฏิบัติยังเป็นกติกาใหม่ที่การปฏิบัติอาจไม่ราบรื่นมากนัก

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  ปัญหามาบตาพุดเกิดจากการตีความที่ไม่ตรงกัน  ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้างความชัดเจน เช่น การประกาศระเบียบเกี่ยวกับมาตร 67 (2) จะทำให้การลงทุนใหม่ชัดเจนขึ้น ส่วนโครงการที่ถูกศาลฯ สั่งระงับอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งการตั้งคณะกรรมการ  4 ฝ่าย เพื่อมาประสานงานทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย

นายศรีสุวรรณ  จรรยา  นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  เพื่อขอให้ไต่สวนและเอาผิดกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องในกรณีการระงับโครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  จ.ระยอง  ได้แก่  คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่  1  ซึ่งมีนายมีชัย  ฤชุพันธุ์  เป็นประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 5 ที่มีนายวัฒนา รัตนวิจิตร  เป็นประธาน  และคุณพรทิพย์  จาละ  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมกฤษฎีกา เนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนที่รอใบอนุญาตประกอบกิจการ  นอกจากนี้  ยังขอให้ไต่สวนเอาผิดกรณีเพิกเฉยไม่แจ้งต่อรัฐบาลให้ออกกฎหมายลูกตามมาตรา 62 วรรค 2 ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดวันที่ 2 ธ.ค.2552.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง