กลยุทธ์พิชิตหุ้น ต่างชาติยังวิตกกังวล

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 00:00:00 น.

ตลาดหุ้นยังคงถูกกดดันจากปัจจัยลบทั้งภายนอกและภายในอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ดูเหมือนว่านักลงทุนรายใหญ่ในตลาดยังไม่กล้าซื้อหุ้น  โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติดูจะมีความวิตกกังวลสูงมาก แค่ประเด็นปัญหาการเงินทางซีกยุโรป ที่มีทีท่าว่าจะไม่มีปัญญาใช้หนี้สินกัน ก็ทำให้เกิดความวิตกกันมากว่า  ยุโรปอาจจะเกิดวิกฤติการเงินเหมือนกับสหรัฐ

ขณะเดียวกัน ในประเทศไทยก็ยังมีปัญหาการเมืองรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา  และดูเหมือนรัฐบาลไทยจะต้องรับมือกับนักการเมืองในประเทศ แล้วยังต้องไปรับมือกับเกมการเมืองนอกประเทศด้วย อย่างวานนี้ (8 ก.พ.53) ก็มีข่าวที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติหวาดวิตกมากคือ การที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชาออกข่าวว่าจะเดินทางมาที่เมืองธมซึ่งเป็นของไทย เท่ากับเป็นข่าวเขย่าความมั่นคงของประเทศไทยเลยทีเดียว จึงทำให้นักลงทุนรายใหญ่ทั้ง 2 กลุ่มทั่วไทยและต่างชาติหวาดวิตกมาก จึงมีการเทขายหุ้นออกมาก  โดยนักลงทุนต่างชาติขายออกถึง 1,829.50 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนสถาบันของไทยขายตามอีก  485.84 ล้านบาท  คงมีนักลงทุนทั่วไปที่ยังทำหน้าที่ซื้อหุ้นอย่างจริงจังมากถึง  1,975.62  ล้านบาท

ส่วนทางพอร์ตโบรกเกอร์ซึ่งได้มีการขายไปค่อนข้างมาก นับจากต้นเดือนที่ผ่านมา  ก็กลับมาซื้อเพื่อหวังกำไรรอบต่อไป จึงกลับมาเป็นผู้ซื้อด้วย แต่ซื้อเพียง 339.72 ล้านบาทเท่านั้น นี่คือสภาพตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ ซึ่งมองเผินๆ อาจดูว่าภาวะตลาดยังไม่ดี ยังติดลบลดลง  แต่ในทางเทคนิคของการเก็งกำไรมีการมองว่า การที่ดัชนีตลาดวานนี้อ่อนตัวลงไปที่ระดับ  680 จุด แล้วสามารถดีดกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 688.09 จุดได้ แปลว่าที่  680  จุด  เป็นแนวรับที่ดีแข็งแกร่ง

เมื่อมีการลงไปถึงก็มีการดีดกลับได้  ทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าจุดรับที่  680  จุดสามารถรองรับได้ดีจริง  จึงมองตลาดว่าจะมีโอกาสแกว่งตัวสูงขึ้นได้ ก็สอดรับกับทางพื้นฐานที่มองกันมานานแล้วว่า หุ้นส่วนใหญ่มีราคาต่ำไม่ได้สูงเกินจริง  เพียงแต่บรรยากาศไม่เอื้อ  ทำให้นักเก็งกำไรขายกดดันตลาด พลอยทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนไปด้วย  แต่ก็ยังคงมีนักลงทุนทั่วไปที่ทยอยเข้ามาซื้อหุ้นเมื่อเห็นราคาหุ้นต่ำลงมาก  ซึ่งแค่พิจารณาเงินปันผลตอบแทนจากหุ้นหลายๆ  ตัวก็คงมีคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า ถือลงทุนมีความคุ้มค่าแน่นอนแล้ว ดีกว่าดอกเบี้ยในระบบการเงินที่ให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า และเมื่อฮุน เซน ยกเลิกมาเขตไทย การเมืองจุดนี้ก็คลายตัวลง ในขณะที่ม็อบก็สลายตัวไปแล้วเช่นกัน ก็ทำให้คลายความกังวลไปได้มาก  จึงมองตลาดวันนี้จะมีลุ้นได้ต่อไป โดยในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ดูที่  QH,  TYONG  และ  ITD  เป็นต้น  ส่วนกลุ่มขนส่งยังคงดูเด่นที่  THAI,  TTA และ PSL  สำหรับกลุ่มไฟแนนซ์น่ามองที่  SICCO,  THANI  และ  PE  เป็นต้น ทางด้านกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่น่ามองมี  SCC,  TSTH และ  KWH  เป็นตัวเลือก  ส่วนหุ้นรายตัวที่เตะตามี KCE,  PTTAR และ  TMB  เป็นตัวอย่าง ตลาดมีวอลุ่มเบาบาง หมายความว่านักลงทุนยังกังวลมาก  จึงไม่กล้าลงทุนอย่างจริงจัง  และจะมีการขายลดความเสี่ยงไว้ก่อน

แต่ในแง่การลงทุนนี่คือจังหวะที่ดีในการเลือกลงทุน   เพราะมองตลาดไม่น่าวิตกมากนัก เลือกหุ้นพื้นฐานดีมีเงินปันผล ในขณะที่ราคาหุ้นต่ำจะมีโอกาสได้กำไรงามๆ ในอนาคตเมื่อปัจจัยลบคลี่คลายในปลายเดือนนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง