พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ วัดระฆังฯของดีที่ยังพอหาได้ไม่ยากด้วยตัวเอง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 09:29:10 น.

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องของแฟนานุแฟนกับเรื่องของพระสมเด็จ ซึ่งในตำราของพระยาทิพโกษาได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า หลวงวิจารณ์เจียรนัยมีส่วนในการออกแบบพิมพ์พระ โดยออกแบบมาตั้งแต่สมัยแรก แล้วมีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงพระพิมพ์สมเด็จที่นิยมกันในปัจจุบันอย่างกว้างขวาง

ช่างสิบหมู่เป็นศูนย์รวมช่างแขนงต่างๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะช่างปั้น ช่างทอง ช่างรัก ช่างแกะฯลฯ เป็นต้น แต่สำหรับหลวงวิจารณ์เจียรนัย ท่านเป็นช่างทองคำ คือทำงานเกี่ยวกับการแกะทองคำ ขึ้นรูปให้เป็นรูปพรรณ อาทิ สร้อย กำไร เข็มขัด

ช่างสิบหมู่มีทั้งในวังหลวง คือ วังที่พระเจ้าแผ่นดินประทับ และวังหน้าที่องค์พระมหาอุปราชประทับ ถามว่าทำไมหลวงวิจารณ์เจียรนัยต้องออกแบบพระให้หลวงปู่โตด้วย ซึ่งพออธิบายถึงเหตุผลได้ดังนี้

ก. หลวงปู่โตเป็นพระราชาคณะ และเป็นพระสงฆ์ในพระราชศรัทธาของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน อีกทั้งด้วยระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น พระสงฆ์ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชาคณะนั้นประดุจเป็นองค์แทนของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ในการดูแลคณะสงฆ์ต่างพระเนตรพระกรรณ ดังที่มักจะเขียนกันในใบหิรัญบัฏของพระราชาคณะว่า

"..ให้ดูแลศาสนกิจ ระงับเหตุอธิกรณ์..."

ด้วยเหตุนี้ คนทั่วไปหรือคนที่ทำงานเป็นข้าราชบริพารจึงได้ให้ความเคารพเกรงใจยิ่งนัก อีกทั้งมีความเชื่อกันว่าหลวงปู่โตเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ด้วย

ข. หลวงปู่โตเป็นพระที่มีชื่อเสียงและมีปฏิปทาที่งดงาม ใครต่อใครก็อยากรับใช้ถือว่าได้บุญ เรียกว่าไปช่วยด้วยความศรัทธาส่วนตัว     ช่างทองระดับหัวหน้าอย่างหลวงวิจารณ์เจียรนัยย่อมมีลูกน้องมากมาย ช่างทองคำสมัยก่อนออกแบบงานทองคำแล้ว จึงแกะลวดลายต่างๆ ลงไปในทองคำ อาทิ เครื่องราชูปโภค เข็มขัดทองคำบ้าง สร้อยทองคำบ้าง และแกะลวดลายวิจิตรพิสดารมากมายเหมือนงานทองสุโขทัยก็มี ดังนั้น การรับอาสามาออกแบบพระสมเด็จไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ออกแบบแล้วจากที่ต้องไปแกะสลักลงที่ทองคำก็มาแกะที่หินลับมีดแทน แบบขององค์พระสมเด็จนั้นได้เค้าโครงจากเอาพระประธานยิ้มรับฟ้าในพระอุโบสถวัดระฆังเป็นแบบ แล้วออกรูปแบบต่างๆ เพิ่มเติมตามจินตนาการ

พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ และพิมพ์ฐานแซม เป็นพระพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับมาก ต่อมาได้มีการยอมรับกันถึงพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมและพิมพ์ปรกโพธิ์มากขึ้น (เมื่อคราวเปิดกรุพระสมเด็จบางขุนพรหม ปี พ.ศ. 2500) พบพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ในกรุด้วย

สมัยเดินอยู่ในท่าพระจันทร์ พี่แสวง ปร่ำนาค เคยเอาพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ องค์ล่ำสันให้ชม งดงามมาก จากนั้นก็เคยเห็นพระของท่านกำนันชูชาติ มากสัมพันธ์ อีกองค์หนึ่งซึ่งงดงามไม่แพ้กัน สมัยนั้นท่านกำนันชูชาติยังมาเยี่ยมเยือนที่ท่าพระจันทร์บ่อยๆ จึงพอได้ความรู้จากท่านพร้อมกับของพี่แสวงด้วย เคยแอบคิดเสมอว่า หากวงการพระยอมรับว่าพระสมเด็จวัดระฆังฯ มีพิมพ์ฐานแซมแล้ว แน่ละพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมและพิมพ์ปรกโพธิ์ก็ต้องมีแน่นอน...ถ้าหากใครว่าไม่มีนั่นแสดงว่ายังได้แค่กระพี้ ยังเดินไปไม่ถึงแก่น ด้วยหลักวินิจฉัยด้วยเหตุผลดังนี้

พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม น่าจะมีเค้าโครงการพัฒนามาจากพระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์และพระสมเด็จพิมพ์ทรงฐานแซม เพราะว่าองค์ของพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมมีลักษณะเหมือนกับพิมพ์เจดีย์ในบางแม่พิมพ์ทุกประการ แม้แต่พระเกศหรือลำพระองค์ จากนั้น ศิลปะของฐานพระดูแล้วเหมือนเป็นการวิวัฒนาการมาจากพิมพ์ฐานแซม เพียงแต่พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมจะมีฐานที่ล่ำสันกว่า

จากนั้นพระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์ ย่อมต้องมีความต่อเนื่องดุจการต่อยอดมาจากพระพิมพ์สมเด็จเกศบัวตูมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในด้านศิลปะและพิมพ์ทรง ที่เหมือนกับพระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูมทุกประการ แต่ทว่าด้านหลังมีใบโพธิ์ปรก และแบบพิมพ์ขององค์ปรกโพธิ์นั้นก็มีหลายแบบด้วยเช่นกัน      จากการที่ได้พิจารณาดูแบบพิมพ์ของพระแล้วก็ทำให้เชื่อได้ว่า พระสมเด็จทั้ง 5 พิมพ์มิใช่มาจากการออกแบบของหลวงวิจารณ์เพียงคนเดียว หรือลูกน้องของหลวงวิจารณ์เพียงคนเดียว เนื่องจากว่าเส้นสายลายพิมพ์มีความอ่อนช้อยที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงเชื่อว่าน่าจะมีช่างหลายคน

นอกจากนี้แล้ว สิ่งที่พึงตั้งข้อสังเกตได้อีกคือ พระสมเด็จไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ไหนๆ ก็ตามที่หลุดผ่านกาลเวลามาปรากฏในปัจจุบัน โดยเฉพาะองค์พระที่ลงรักปิดทองคำเปลวนั้น ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจะมีไม่มากแต่มีอยู่จริงแน่นอน และเชื่อต่อไปว่า พระสมเด็จที่ลงรักปิดทองนั้น ต้องไม่ใช่พระของตาสีตาสาชาวบ้านธรรมดาแน่ ต้องเป็นพระของคนมีบรรดาศักดิ์ อาทิ ท่านขุน, คุณหลวง ที่รู้จักกับหลวงวิจารณ์เจียรนัยแล้วฝากๆ เอามาทำการลงรักปิดทอง หรือไม่ก็เป็นพระของคนที่เป็นข้าราชบริพารในวังหลวง และก็อาจจะเป็นไปได้อีกว่าเป็นพระของช่างที่ออกแบบพิมพ์เองด้วยซ้ำไป      ด้วยเชื่อว่าองค์พระปฏิมาที่เป็นทองคำย่อมมีองค์เทพารักษ์คุ้มครอง แล้วการลงรักปิดทองก็คงจะไม่ใช่ช่างทองเป็นคนลงมือทำเองอย่างแน่นอน เพราะพระที่ลงรักปิดทองที่เคยๆ เห็นมานั้น งานลงรักปิดทองละเอียดมาก อีกทั้งงานช่างของหลวงวิจารณ์เจียรนัยนั้นเป็นช่างทองคำ เพื่อทำเครื่องราชูปโภคของพระมหากษัตริย์หรือทองรูปพรรณตามที่กล่าวข้างต้น คงจะไม่ชำนาญในเรื่องของการลงรักเหมือนกับช่างรัก ซึ่งเป็นช่างงานมัณฑนศิลป์โดยตรง เป็นช่างลงรักปิดทอง ลงรักกระจกปิดทองต่างๆ ซึ่งงานลงรักปิดทองต้องอาศัยความชำนาญมาก มิเช่นนั้นทองคำเปลวที่นำเอาไปติดนั้นจะยับย่นไม่ตึงขาดความงดงาม แต่ที่เรามาเห็นพระสมเด็จที่ลงรักปิดทองยับย่นนั้นอาจจะเป็นเพราะผ่านกาลเวลามาช้านาน อีกทั้งมวลสารมีการยุบยับย่นด้วย

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดได้ยึดหลักแห่งการตั้งข้อสังเกตจากองค์พระที่ปรากฏพบ และความน่าจะเป็นต่างๆ ของบริบทสังคมในยุคสมัยนั้น เคยมีคนตั้งคำถามว่าพระสมเด็จมีการสร้างมานานแล้วกว่า  140 ปีเศษ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าคนที่เกิดทันนั้นไม่เหลือใครแล้วสักคน แล้วพระสมเด็จที่เล่นหากันแพงๆ และได้รับการเชื่อถือว่าเป็นของหลวงปู่โตนั้น ทราบกันได้อย่างไรว่าพระแบบไหนแท้หรือไม่แท้?

นับเป็นคำถามที่น่าสนใจ...เมื่อวันที่เข้ามาศึกษาพระเครื่องใหม่ๆ ก็เคยคิดเช่นนี้เหมือนกัน โดยเริ่มจากตัวของเราก่อน ที่เราเชื่อว่าพระสมเด็จที่เขาเล่นหากันแพงๆ มีลักษณะแบบนี้ อย่างนี้เป็นพระแท้และมีการแสวงหากันจริงด้วยราคาแพง เราก็จดจำตามคำบอกเล่านั้นเอาไว้แล้วก็ออกแสวงหาพระตามรูปแบบลักษณะนั้นๆ จากคำบอกเล่าจากคำสอนจากเซียนรุ่นเก่าๆ คนหนึ่งและก็สืบทอดเป็นลักษณะอย่างนี้อีกเรื่อยไป      หากไล่เรียงถามต่อว่า แล้วเซียนคนนั้นรู้มาได้อย่างไรว่าลักษณะอย่างนี้เป็นพระแท้ ก็คงจะได้คำตอบเดียวกันว่า ฟังจากคนรุ่นเก่ามาเหมือนกัน หลังจากที่ตัวผมเองพอมีความรู้ในเรื่องของพิมพ์ทรงพระสมเด็จแบบพิมพ์หนึ่งแล้วเป็นที่พอชำนาญในการจดจำพิมพ์และเนื้อรวมถึงอื่นๆ ด้วย วันหนึ่งได้มีโอกาสเฝ้าฯ เจ้านายพระองค์หนึ่ง ท่านก็ประทานเมตตาหยิบเอาพระสมเด็จมาให้ชมองค์หนึ่ง เป็นพระสภาพเดิมๆ ไม่มีการปิดทอง รูปแบบพิมพ์ทรงเหมือนกับพระสมเด็จที่เรามีความรู้อยู่ทุกประการ

เจ้านายพระองค์นั้นตรัสว่า เป็นพระสมเด็จของหลวงปู่โต วัดระฆังฯ ที่สมเด็จปู่ได้มาแล้วก็ตกทอดมาเรื่อยๆ อยู่ที่วังนี้ ที่ทราบก็เพราะว่าสมเด็จปู่บอกกับเสด็จพ่อและมอบให้ แล้วสมเด็จปู่ก็มอบพระให้กับเสด็จพ่อมาถึงพระองค์ท่าน      สิ่งที่เราได้ความรู้จากการเห็นพระสมเด็จของเจ้านายพระองค์นี้คือ พระสมเด็จองค์ที่เล่นหาแพงๆ ข้างนอกกับองค์ที่เป็นสมบัติตกทอดมานั้นเหมือนกันทุกประการในแบบพิมพ์และเนื้อหา รวมถึงอื่นๆ ด้วย จึงเชื่อได้ว่าความรู้ที่เซียนมีนั้นก็ได้รับการถ่ายทอดต่อๆ กันมานั้นไม่ผิดแน่ และเป็นการถ่ายทอดโดยเล่าสู่กันฟัง ซึ่งไม่ต่างจากพระสมเด็จของเจ้านายพระองค์นี้ที่มีการเล่าสู่กันฟังเช่นกัน มิเช่นนั้นคงจะไม่มีใครทราบแน่ว่านี่คือพระอะไร      เมื่อแบบพิมพ์พระสมเด็จที่เล่นหาแพงๆ กับพระสมเด็จที่ได้ตกทอดมาโดยไม่ได้เช่าหาเหมือนกันอย่างนี้แล้ว จึงเชื่อได้ว่าความรู้เกี่ยวกับเรื่องพระสมเด็จโดยมากจะถูกถ่ายทอดจากปากสู่ปากในลักษณะนี้ทั้งสิ้น อีกทั้งอีกหนทางหนึ่ง สมมุติบิดาของผมเป็นหนึ่งในช่างสิบหมู่อาจจะอยู่กับหลวงวิจารณ์เจียรนัย ครั้นบิดาเกษียณอายุราชการแล้ว

แน่ละต้องมีผู้สืบสานงานฝีมือช่าง ซึ่งอาจเป็นผมและด้วยธรรมเนียมปฏิบัติการทำงานในวังหลวงโดยมากจะเน้นสืบสายกันจากคนในตระกูลนั้นๆ ทั้งสิ้น น้อยนักที่จะรับคนนอกเข้ามาถวายตัวเพื่อรับใช้

เมื่อคนรุ่นลูกเข้าไปทำงานเหมือนที่คนรุ่นพ่อเคยทำ ซึ่งในขณะที่ไปทำงานอยู่นั้นคนรุ่นน้องๆ ของบิดาเราที่ยังไม่เกษียณก็ยังมีอยู่มากปะปนกัน บางทีอาจจะเห็นพระที่ลงปิดทองวางอยู่ที่โต๊ะบูชาของคนเหล่านั้นอาจจะถามว่าเป็นพระอะไร เพราะว่าดูลักษณะแบบแล้วเหมือนกับพระที่มีอยู่ในบ้านเลย แล้วก็ได้ความรู้ว่าพระที่ปิดทองนี่เป็นของหลวงปู่โต แล้วก็ได้รับคำตอบต่อไปอีกว่า..พ่อของเราก็ได้กับเขาเหมือนกัน แล้วยังเอามานั่งปิดทองที่นี่เลย

เมื่อคนรุ่นลูกได้รับคำตอบในลักษณะอย่างนี้ ก็จะมีการเล่าขานกันไปต่อเนื่องเรื่อยๆ สืบสายมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องที่กล่าวมาทั้งสองลักษณะนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นลายแทงพระสมเด็จเช่นกันในประเด็นที่ว่า เราทราบกันได้อย่างไรว่าพระสมเด็จองค์ไหนใช่พระแท้องค์ไหนไม่ใช่พระแท้..คำตอบก็ดังที่กล่าวมาแล้วแต่ต้น ลายแทงอีกหนึ่งลักษณะแบบจำเพาะที่น่าสนใจ คือ พระสมเด็จ ไม่ว่าจะแบบพิมพ์ไหนๆ ที่มีการลงรักปิดทองนั้น ฟันธงได้ชัดเจนเลยว่า เป็นพระที่มาจากสายช่างสิบหมู่แน่นอน แต่หากเป็นพระที่ตกอยู่กับชาวบ้านที่ได้รับมาจากหลวงปู่โตโดยตรงจะไม่ลงรักปิดทองแต่ประการใด เพราะว่าชาวบ้านเขาไม่สนใจเรื่องการลงรักอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการทำมาหากินชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของเขาเลยแม้แต่น้อย อีกอย่างหนึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยฝีมือมากพอควร เกี่ยวกับเรื่องการลงรักปิดทองไม่ใช่ใครก็ทำได้ และร้านค้าที่รับจ้างลงรักปิดทองข้างนอกก็ไม่มีด้วย

หากมีโอกาสได้สังเกตเพื่อการศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังฯ แล้ว สำหรับพระที่เป็นองค์ตำนาน ไม่ว่าจะองค์ไหนๆ พิมพ์อะไรก็ตามล้วนแต่เป็นพระที่ผ่านการลงรักปิดทองมาแล้วเกือบทั้งสิ้น หากเป็นที่ไม่ลงรักปิดทอง สันนิษฐานได้ว่าเป็นพระของชาวบ้านๆ เสียเป็นส่วนใหญ่

ด้วยเหตุนี้ จำนวนของพระลงรักปิดทองจึงมีน้อยกว่าพระที่ไม่ลงรักปิดทอง พระสมเด็จนั้นยังคงมีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ลงรักปิดทอง ซึ่งเป็นพระของชาวบ้านแล้วอาจจะตกทอดมาอยู่ตามบ้านเรือนโดยไม่ได้มีผู้ใดให้ความสนใจใดๆ ดังนั้น พระสมเด็จที่อาจจะพบเห็นกันได้ในปัจจุบันที่หลงอยู่ตามบ้านเรือนนั้น จึงเป็นพระที่ไม่ได้ลงรักปิดทองแต่ประการใดและมีโอกาสสูงที่จะได้พบแบบพิมพ์พระแบบเกศบัวตูมและพิมพ์ปรกโพธิ์มากที่สุด      ด้วยเหตุผลคือ เป็นพระพิมพ์ที่ไม่ค่อยได้พบว่าจะถูกลงรักปิดทองมากเหมือนพระพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์และพิมพ์ฐานแซม อีกทั้งพระพิมพ์เกศบัวตูมและพิมพ์ปรกโพธิ์ไม่ค่อยพบเจอในวงการพระมากเสียเท่าไหร่ ดังนั้น คุณๆ เองอาจจะยังหาได้จากหิ้งพระที่บ้านของคุณ.

ราช รามัญ
n.siam@hotmail.com
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง