สสส.หนุนเพาะเห็ดฟางด้วยเตาลดมลพิษ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 25 มีนาคม 2552 00:00:00 น.

การผลิตเห็ดฟางของเกษตรกรนิยมเพาะในโรงเรือน เนื่องจากผลิตได้ตลอดทั้งปีและควบคุมผลผลิตได้  และการเพาะเห็ดของทุกรายจะต้องมีเตาต้มน้ำเพื่อผลิตไอน้ำไว้อบฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในโรงเรือน  โดยในอดีตมีการใช้เชื้อเพลิงราคาถูก เช่น ไม้ฟืน ซังข้าวโพด น้ำมันเตา  น้ำมันเครื่องเก่าและยางรถยนต์เก่า เป็นต้น ซึ่งยางรถยนต์เก่านั้นถือว่าต้นทุนต่ำที่สุด แต่ก็สร้างมลพิษได้มากที่สุด ทั้งเขม่าที่เกาะตามหลังคาและเสื้อผ้า ส่งกลิ่นเหม็นต่อชุมชนโดยรอบ และมีสารก่อมะเร็งเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ใกล้เคียง

ภาควิชาเทคนิคเกษตร   คณะเทคโนโลยีการเกษตร   สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า  เจ้าคุณทหารลาดกระบัง  จึงจัดทำโครงการ "พัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด"  โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายลือพงษ์  ลือนาม  อาจารย์ประจำภาควิชาเทคนิคเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า  เจ้าคุณทหารลาดกระบัง หัวหน้าโครงการการพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด  กล่าวว่า  เกษตรกรผู้เพาะเห็ดฟางส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ถึงขนาด 200 ลิตร ทำเป็นหม้อต้มน้ำเพื่อนำไอน้ำเข้าไปฆ่าเชื้อต่างๆ ในโรงเรือน  โดยนิยมใช้ยางรถยนต์เก่าเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำ เนื่องจากราคาถูก แต่ก่อให้เกิดมลภาวะพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม จึงได้พัฒนาเตาอบไอน้ำภายใต้แนวคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้เกิดมลพิษน้อยที่สุดและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรมากที่สุด

เตาผลิตไอน้ำที่ได้รับการพัฒนาแล้วมีต้นทุนการสร้างประมาณ 6-7 พันบาท  สร้างจากอิฐมอญก่อเป็นผนังเตา และใช้ถังขนาด 200 ลิตรเป็นหม้อต้มน้ำ   ลักษณะการเผาไหม้คล้ายกับเตาที่ใช้เผาถ่าน  ซึ่งนอกจากจะได้ไอน้ำแล้วยังมีผลพลอยได้คือ ถ่านและน้ำส้มควันไม้ที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือจำหน่ายได้

เตาที่พัฒนาขึ้นนี้จะใช้ไม้ฟืนต่างๆ เป็นเชื้อเพลิง โดยไม้ฟืน 100 กก. เมื่อผ่านการเผาในเตานี้แล้วจะได้ถ่านไม้ประมาณ  25 กก. เกษตรกรนำไปขายได้ กก.ละ 7 บาท  ขณะที่รับซื้อไม้ฟืนมาราคาตันละ 500-600 บาท หักแล้วเท่ากับมีรายได้เสริมจากการเผาถ่านประมาณ 1,450-1,250 บาท และยังได้น้ำส้มควันไม้ที่สามารถนำไปใช้เป็นฮอร์โมนหรือสารไล่แมลงที่ปัจจุบันขายกันในตลาดลิตรละ 70 บาทอีกด้วย

นายสมพงษ์   ดีอาษ   แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดบ้านดงข่า   เปิดเผยว่า ในอดีตการใช้ยางรถยนต์เป็นเชื้อเพลงก่อปัญหาให้คนในชุมชนมาก   แต่เมื่อมีโครงการนี้เข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เพาะเห็ดกับชาวบ้านก็ดีขึ้น  บ้านไหนมีต้นไม้ที่ขึ้นเองตามหัวไร่ปลายนาอย่างกระถินณรงค์ก็ตัดมาขายให้ สร้างรายได้ไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเตาผลิตไอน้ำดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเพาะเห็ดฟางได้เป็นอย่างดี ลดมลพิษ ลดค่าใช้จ่ายและยังมีผลพลอยได้ พัฒนาเป็นธุรกิจของชุมชนต่อไปได้.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง