'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

กลุ่ม 5 p เปรม-จิ๋ว-อาสา สารสิน สัมพันธ์แน่นก่อนแตกหัก

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2552 00:00:00 น.

สะใจพ่อแม่ทั่วประเทศกับการที่ระดับรุ่นเดอะของการเมืองไทยอย่าง  พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ "ตบปาก"  พลเอกชวลิต  ยงใจยุทธ  เข้าฉาดใหญ่ หลังจากทำตัวเป็นพวกชักศึกเข้าบ้าน เลยทำเอาผู้คนตบโต๊ะกันดังโครมครามแบบเมื่อได้ฟังเสธ.หนั่นทิ่มหมัดเข้าบิ๊กจิ๋วว่า

"ท่านควรยุติบทบาททางการเมือง   หากยังเคลื่อนไหวต่อไป   อาจทำให้คนหมดความนับถือไปมากกว่านี้ ส่วนตัวกับพลเอกชวลิตยังเป็นพี่น้องกัน แต่หากพูดถึงเรื่องความคิดทางการเมือง ผมเลิกนับถือท่านไปนานแล้ว"

สำหรับสัมพันธ์ร้าวของ "พลเอกเปรม   ติณสูลานนท์" กับ   บิ๊กจิ๋ว  วันนี้  หลายคนเชื่อว่ายากจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว แม้ทั้ง 2 คนจะมีความผูกพันกันกันมาหลายสิบปี

ที่น่าสนใจในความสัมพันธ์ทางการเมืองของเปรมกับชวลิตที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือ "โลกสีขาว"  ของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เขียนโดยบุญกลม ดงบังสถาน อดีตนักข่าวสายทหาร เมื่อหลายปีที่แล้ว ก็คือเรื่องของ

"กลุ่ม  5  พี" ซึ่งทำงาน "ลับ" การเมือง-ความมั่นคงให้กับป๋าเปรมสมัยเป็นนายกฯ  หลายเรื่อง แต่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ เพราะมีข้อตกลงว่าห้ามใครนำไปเอ่ยอ้าง

เช่น เรื่องแชร์แม่ชม้อย, การต่อสู้กับการเคลื่อนไหวของการเผยแพร่แนวคิดคอมมิวนิสต์ในไทย, การทลายแหล่งผลิตยาเสพติดของขุนส่า

ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวประกอบด้วย  พลเอกประจวบ สุนทรางกูร อดีตรองนายกฯ และ  รมว.มหาดไทย, น.ต.ประสงค์  สุ่นศิริ  อดีตเลขาธิการ สมช., ปิยะ  จักกะพาก  อดีตอธิบดีกรมประมวลข่าวกลาง หรือสำนักข่าวกรองแห่งชาติในปัจจุบัน, พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์  อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, พลตรีชวลิต ยงใจยุทธ  (ยศในเวลานั้น)  พล.ต.อ.เภา  สารสิน   อดีตเลขาธิการ  ป.ป.ส. ที่ต่อมาย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมตำรวจ และน้องชาย  "อาสา  สารสิน" อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งราชเลขาธิการ

มีการบอกเล่าเอาไว้ว่า  คณะทำงานชุดนี้เปรียบเสมือนฝ่ายเสนาธิการของป๋าเปรม  ที่จะประชุมกันสัปดาห์ละครั้ง  โดยมี   พล.อ.ประจวบ   เพื่อนรักของป๋าเปรมนั่งหัวโต๊ะ และบิ๊กจิ๋วที่อายุน้อยที่สุดคอยจับประเด็นให้ โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับทหาร

ส่วน "อาสา  สารสิน" ก็รับผิดชอบภารกิจด้านการต่างประเทศ  เมื่อประชุมเสร็จคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูล-กลั่นกรองเสนอให้ป๋าเปรมพิจารณา โดยบางเรื่องถึงกับต้องส่งเทียบเชิญ "องคมนตรี" เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานด้วย

แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนไป  ผู้คนก็เปลี่ยนแปลง หลายคนที่เคยนั่งโต๊ะเดียวกันเพื่อหารือเรื่องความมั่นคงของประเทศ มาวันนี้ได้กลายเป็น "ศัตรูการเมือง" เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายและแนวคิดที่ต่างกัน

โดยเฉพาะ "บิ๊กสงค์" ที่วันนี้คงไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว  หลังจากก่อนหน้านี้นับแต่แตกหักและแยกทางกับบิ๊กจิ๋วที่ความหวังใหม่   จากปัญหาเรื่องเก้าอี้เลขาธิการพรรค ซึ่งบิ๊กจิ๋วผิดคำมั่นที่ให้ไว้กับประสงค์

ทั้งที่  พี่สงค์-น้องจิ๋ว  ก่อนหน้านี้เคยแนบแน่นยิ่งนักในรัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ 8 ปีของป๋าเปรม

นับแต่นั้น   "บิ๊กสงค์" ก็ออกมาเล่นบท "รู้ทันบิ๊กจิ๋ว" คนแรกๆ แต่ไม่ค่อยมีแนวร่วมเท่าไหร่ ไม่เหมือน "รู้ทันทักษิณ" ที่แนวร่วมทั่วประเทศ

แต่สงสัยนับแต่นี้ ทำท่าแนวร่วม "รู้ทันบิ๊กจิ๋ว" จะล้นหลามเสียแล้ว--------------------------

รูปเนวิน-วินิจ เลิศรัตนชัย
"เนวิน" อยู่ไหน "วินิจ" อยู่นั่นFRESH AIR ขาประจำ "เสื้อน้ำเงิน"

เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยกับการรับบทเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงาน   "วันพ่อแห่งชาติ  5  ธันวามหาราช" หรือชื่อเต็มๆ   "การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  82  พรรษา  5  ธันวาคม" ของเนวิน  ชิดชอบ แห่งภูมิใจไทย ที่ได้อาศัยว่าพรรคได้ดูแลกระทรวงมหาดไทย เลยทำให้ชวรัตน์  ชาญวีรกูล  "เสี่ยจิ้น" ลงนามตั้งเนวิน หัวหน้าพรรคตัวจริงนั่งบท "ประธานคณะทำงานจัดกิจกรรม ณ ลานพระราชวังสวนดุสิต"

ซึ่งคนที่ได้เห็นรูปแบบการจัดงานครั้งนี้จะรู้ดีว่ายิ่งใหญ่อลังการขนาดไหน   กับการจัดงาน "9  วัน  9 คืน" ตั้งแต่  5-13  ธันวาคม ตามจุดต่างๆ เช่น ลานพระที่นั่งวังดุสิต ถนนราชดำเนิน ภายใต้คอนเซ็ปต์

"พ่อ : The Greatest of the Kings The Greetings of the Land"

ที่มีกิจกรรม  เช่น  การแสดงออเคสตร้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ  129 ชิ้น โดยบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรชื่อดัง รวมทั้งการแสดงแสงสีเสียง D Light and Sound ซึ่งเป็นระบบแสงสีเสียงที่ใช้ในการจัดงานใหญ่ๆ   โดยเฉพาะการเปิดการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างซีเกมส์  เอเชี่ยนเกมส์  โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้พระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นฉากในการแสดง

และสำหรับบริษัทที่รับงานทั้งหมด   ได้แก่ บริษัท FRESH AIR FESTIVAL โดยมีงบประมาณในงานนี้ประมาณ  150  ล้าน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายโดยภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจที่คาดได้ว่าส่วนใหญ่จะมาจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย คมนาคม พาณิชย์ ที่ภูมิใจไทยดูแลอยู่

สำหรับ  FRESH AIR ที่ได้จัดอีเวนต์ครั้งนี้ จากเอกสารข่าวที่แจกจ่ายกับสื่อมวลชนระบุไว้ชัดว่า "ได้รับการจัดจ้างให้จัดกิจกรรมโดยวิธีพิเศษ"

อันหมายถึงเป็นการได้งานภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535   ที่หัวหน้าส่วนราชการจะพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ  เช่น  ผลงานที่ผ่านมา โดยอาจไม่ต้องมีการ Bid เสนอราคาขึ้นมา

โดยบริษัทแห่งนี้รู้กันทั่วไปว่าเจ้าของก็คือ  "วินิจ  เลิศรัตนชัย" อดีตดีเจเพลงไทยชื่อดังที่อยู่ในวงการนี้มาอย่างโชกโชน ที่วันนี้นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเฟซแอร์

สำหรับภารกิจของเฟซแอร์หลักๆ ก็เช่น การจัดเตรียมโคมเทียน เพื่อใช้จุดถวายพระพรสำหรับแขกระดับวีไอพี เช่น  นายกรัฐมนตรี  รมต.  วันละ  1,200 อัน ในช่วงการจัดงาน 9 คืน, การจัดเวทีแสงสีเสียงทั้งหมด, ทำหนังสือเชิญแขกวีไอพีทั้งภาคเอกชน วันละ 500 คน มาร่วมงานเพื่อรับชมการฉายภาพพระราชกรณียกิจ เป็นต้น

โดยก่อนหน้านี้ FRESH AIR ก็ทำงานด้านอีเวนต์ให้กับ "เสื้อน้ำเงิน" มาแล้วหลายงาน  อาทิ การจัดกิจกรรมวันเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย  ณ  ที่ทำการพรรค  ซึ่งมีหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง   อีกทั้ง "เพลงประจำพรรคภูมิใจไทย"  ที่  ส.ส.-ขรก.มหาดไทย-คมนาคม โหลดไว้เป็นริงโทนจำนวนมาก ก็ร่ำลือกันว่าวินิจเป็นคนจัดการทั้งเนื้อร้องทำนองให้ทั้งสิ้น

รวมถึงมีข่าวว่าเป็นเจ้าของ "คลื่นสีน้ำเงิน" ที่เป็นวิทยุชุมชนหลายคลื่น อาทิ  90.25  ที่มักมีคนของเสื้อน้ำเงินโฟนอินเข้าไปแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกันบ่อยๆ  และมีข่าวว่ากำลังจะวางแผนเปิดทีวีดาวเทียมเสื้อน้ำเงินสู้กับเสื้อแดงในปีหน้าอีก

ทั้งนี้   วงการการเมืองรู้กันดีว่า  วินิจ อดีตเจ้าของรายการไพรเรตร็อก วิทยุเพลงร็อก 24 ชั่วโมงคลื่นแรกในเมืองไทย แต่สุดท้ายต้องปิดฉากพร้อมกับเป็นหนี้ 20 ล้าน มีความแนบแน่นและเป็นหุ้นส่วนสำคัญของ   TRAF หรือทราฟฟิค คอนเนอร์ ที่มี "เสี่ยป็อป" สุรพงษ์ เตรียมชาญชัย เป็นเจ้าของ และรู้กันดีว่าสุรพงษ์มีสายสัมพันธ์อันดีกับเนวินและศักดิ์สยาม ชิดชอบ มาร่วม 10 ปี

ซึ่งหากการจัดงาน   5  ธันวาคม ปีนี้ผ่านไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เชื่อได้ว่าการกลับมาครั้งนี้ของเนวิน คงทำให้เจ้าตัวปลื้มมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

เช่นเดียวกับ  FRESH AIR ก็คงถูกจับตามองว่าหลังจากนี้จะได้งานอะไรใหญ่ๆ อีกหรือไม่?

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง