นายกฯ ไม่แสดงความเห็นกรณีตั้งนายกฯมาตรา 7 เชื่อไม่เกิดสูญญากาศการเมือง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งนายกรัฐมนตรีตามกฏหมายมาตรา 7 ทั้งจากนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กลุ่มรัฐบุคคล และกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)ว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ชาวนาพิจิตรรวมกลุ่มทำโบผูกผมสู้วิกฤติ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 00:00:00 น.

ชาวนาพิจิตรเจอปัญหาภัยแล้งและวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ยึดมั่นในแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง "ไม่มีความยากจนในหมู่ชนที่ขยัน" รวมกลุ่มสู้ชีวิตทั้งเด็ก สตรี คนแก่ ทำโบผูกผมส่งออกทั่วโลก มีรายได้พอจุนเจือครอบครัว ความเป็นอยู่อบอุ่น

นางกนกศรี คงกะพันธ์ ประธานกลุ่มผลิตโบมัดผมเพื่อการส่งออก บ้านดงสว่าง หมู่ 4 ต.สายคำโห้ อ.เมืองฯ จ.พิจิตร เปิดเผยว่า มีอาชีพทำนาเป็นรายได้หลัก ปีหนึ่งๆ  ก็มีรายได้ครั้งเดียว เพราะพื้นที่ทำนาแถว ต.สายคำโห้ ต้องอาศัยน้ำฝน ทั้งครอบครัวอยู่กัน 4 ชีวิต ได้ข้าวเปลือกขายแต่ละปีก็แค่พอใช้หนี้ เหลือเงินบ้างเล็กน้อย พอถึงหน้าแล้งก็ต้องร่อนเร่ไปเป็นคนงานก่อสร้าง  กรรมกร ทำทุกอย่าง หนักเอาเบาสู้เพื่อครอบครัว ผัวไปทางเมียไปทาง ลูกฝากให้ตาและยายเลี้ยง ปีหนึ่งๆ แยกกันอยู่ 6-7 เดือน

จึงมีแนวคิดว่า จะทำอย่างไรจะได้อยู่แบบพอมีพอกิน ทำมาหากินอยู่กับบ้าน ให้ครอบครัวอบอุ่น จึงปรึกษาหารือกับกลุ่มสตรีแม่บ้านในหมู่บ้าน เกิดแนวความคิดร่วมกลุ่มเพื่อหัดตัดเย็บผ้า จึงได้ขอการส่งเสริมสนับสนุนไปยังสำนักงานสหกรณ์เมืองพิจิตรเมื่อปี 2540 ได้รับการช่วยเหลือพาไปดูงานและติดต่อหางานมาป้อนกลุ่มแม่บ้าน เป็นงานทำโบผูกผม ซึ่งเมื่อรับงานมาแล้วต้องมีการวางบิล 1 เดือน จึงจะได้รับค่าจ้างทำของ

คราวนั้นสหกรณ์พิจิตรได้ให้เงิน 2 หมื่นบาท มาเป็นทุนหมุนเวียน จ่ายค่าแรงสมาชิกที่ทำงานร่วมกัน  30 ครอบครัว มีทั้งคนแก่ สุภาพสตรี และเด็ก เพราะงานที่ทำไม่ยาก แค่เย็บโบผูกผมตามแบบและใส่บรรจุภัณฑ์ โดยได้จักรเย็บผ้ามาจาก สนง.พัฒนาชุมชนพิจิตร 7 หลัง จากนั้นพอมีเงินกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาทเกิดขึ้น ชาวบ้านก็กู้ยืมเงินไปซื้อจักรเย็บผ้ามาเป็นของตนเอง

คุณยายเกลี้ยง บินชัย อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/2 บ้านดงหวาย หมู่ 4 ต.สายคำโห้ อ.เมืองฯ จ.พิจิตร เล่าว่า ตนเองเป็นคนชอบทำบุญ แต่เงินทำบุญก็หาด้วยลำแข้งของคนแก่ ด้วยการทำหน้าที่บรรจุภัณฑ์โบผูกผมตามตัวอย่าง ทำงานใต้ถุนบ้านกับลูกๆ หลานๆ อบอุ่น เจ็บไข้ได้ป่วยก็อยู่ใกล้ๆ กัน วันหนึ่งๆ ก็พอมีรายได้เกือบ 100 บาท

เช่นเดียวกับ ด.ญ.กรรณิการ์ จูมลี อายุ 12 ปี เรียนอยู่ชั้น ป.6 รร.บ้านดงสว่าง บอกว่า หลังเลิกเรียนหรือวันหยุดก็จะมาช่วยแม่ทำงานบ้าน และทำหน้าที่บรรจุภัณฑ์โบว์ผูกผม ตามตัวอย่างที่ทำง่ายๆ แถมยังทำได้ดีกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก เพราะหูตายังดีจึงทำได้เร็ว มีรายได้ชั่วโมงละ 20-25 บาท แบบสบายๆ ทำงานใต้ถุนบ้านดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ อยู่ในสายตาพ่อแม่ ไม่สนเรื่องเล่นเกมหรือวิ่งเล่นสนุกไปวันๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ทำงานในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็พอค่าขนมไปกินโรงเรียนทั้งสัปดาห์ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง เมื่อว่างเว้นจากการทำนาเพราะภัยแล้ง นอกจากนี้ยังมีพี่สาวคนโตเรียนอยู่วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร เสาร์-อาทิตย์ กลับมาบ้าน ก็มาช่วยทำการบรรจุภัณฑ์โบผูก ซึ่งทำกันทั้งครอบครัวอีกด้วย

ในส่วนของคุณยายปิ่น แก้ววิเชียร อายุ 78 ปี ก็ไม่ปล่อยตัวให้เป็นคนแก่ที่ไร้ค่าของลูกหลาน หรือรอเบี้ยยังชีพคนชราที่ได้แค่เดือนละ 500 บาท ซึ่งไม่พอกิน คุณยายเลยถือโอกาสรับงานมาทำคู่กับลูกสาววัย 40 ปี นั่งทำหน้าบ้าน รับลมเย็นและเฝ้าบ้าน ถึงแม้ว่าจะทำไม่เร็วเท่าไหร่ เนื่องจากสายตาไม่ดี แต่ก็สามารถทำได้ไม่แพ้หนุ่มสาว มีรายได้วันละเกือบ 100 บาท มีความสุขและมีศักดิ์ศรีตามภาษาของผู้สูงอายุที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง อยู่เป็นเสาหลักของลูกหลานตามวิถีชีวิตของชาวชนบท คนภูธร ที่เข้าถึงและเข้าใจคำว่า เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง ที่ทรงสอนไว้ว่า "ไม่มีความยากจนในหมู่ชนที่ขยัน"

วันนี้ชาวบ้าน ต.ดงสว่าง ต.สายคำโห้ ถึงแม้จะเจอวิกฤติเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่พวกเขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ทุกวันนี้กลุ่มทำโบผูกผมมีงานเข้า  มีรายได้  เงินไม่เคยขาดมือ สินค้าส่งออกไปทั่วโลก โดยผ่านบริษัทแม่ในกรุงเทพฯ ที่ป้อนงานมาให้ทำ

นอกจากนี้สมาชิก 30 ครัวเรือน ยังรู้รักสามัคคี หุงหาอาหารก็จะแบ่งปันกันกิน เงินรายได้ทุกคนที่รับในแต่ละเดือนก็จะหักบำรุงกลุ่ม 10 บาท/คน/เดือน ทำมา 12 ปี จนขณะนี้เข้มแข็งยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่กลัวภัยแล้ง ไม่สนวิกฤติเศรษฐกิจว่าจะตกสะเก็ดอย่างไร คิดและทำอยู่เพียงว่า ขยัน ประหยัด อดทน และเดินตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพียงเท่านี้ครอบครัวก็อบอุ่น จิตใจเบิกบาน มีรอยยิ้มสุขเสมอทุกเวลา นี่แหละพิจิตรเมืองยิ้มขนานแท้

สำหรับชุมชนใดที่สนใจจะมาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ติดต่อได้ที่ คุณกนกศรี คงกะพันธ์ ประธานกลุ่มทำโบผูกผมเพื่อการส่งออกบ้านดงหวาย ต.สายคำโห้ อ.เมืองฯ จ.พิจิตร โทร.08-9568-3395.

นพพร หมวกมณี รายงาน
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง