ไล่คนวิจารณ์แถลงศอ.รส.ฟังธรรม จี้'สมชัย'ลาออกทำตัวไม่เป็นกลาง

วันที่ 18 เม.ย. 57 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี มีผู้วิพากษ์วิจารณ์แถลงการณ์ ศอ.รส. ก้าวล่วงดุลพินิจ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ว่า หากผู้วิจารณ์ได้ฟังคำบรรยายธรรมของพระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือท่านเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ก็จะเห็นว่าสอดคล้องกันหลายส่วน...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

6 วิธีป้องกัน โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2552 00:00:00 น.

"อวัยวะต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นหลังของคนเราก็เปรียบเสมือนส่วนต่างๆ ของเรือใบที่แล่นสู้แรงลมอยู่กลางท้องทะเล การที่หลังของคนเราตั้งตรงฝืนแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่ได้ขณะที่เรามีการใช้งาน ก็เพราะมีกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงคอยประคองช่วยเหลือหลังอยู่ตลอดเวลา เปรียบไปก็เหมือนเสากระโดงเรือที่มีเชือกขึงตึงทั้งสองข้าง"

"แรงลมที่เรือใบต้องปะทะขณะที่เรือลอยอยู่กลางทะเล ก็เหมือนกับในชีวิตจริงที่หลังต้องใช้งานหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน  แต่เรามักไม่รู้ตัวว่าหลังของคนเราต้องทำงานหนักมากขนาดไหน ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอนอีกครั้งหนึ่ง"

นพ.ธีรชัย ผาณิตพงศ์  ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้อง  โรงพยาบาลพญาไท  3 ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบถึงโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนให้ได้เห็นภาพกันอย่างชัดเจน  เนื่องจากทุกวันนี้การใช้ชีวิตของคนเราล้วนเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคที่ใครบางคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่าง "โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน" ที่สร้างความทรมานใจและกายให้กับผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย  "จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  พบว่า มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนในอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และที่น่าตกใจคือ ค่าเฉลี่ยอายุของผู้ป่วยที่เมื่อก่อนมักจะพบอยู่ในวัย 40-50 ปีขึ้นไป แต่ตอนนี้อายุ 30 กว่าๆ ก็เริ่มเข้ามารับการรักษากันแล้ว

"ซึ่งโดยปกติแล้ว กระดูกสันหลังส่วนเอวของคนเรานั้น จะประกอบไปด้วยปล้องกระดูก 5 ปล้องเรียงติดต่อกัน แต่ละปล้องจะมีข้อต่อและเอ็นที่ยึดติดกันอย่างแข็งแรง ทำให้เวลาคนเราเคลื่อนไหว  ก้ม  แอ่น  หรือหมุนตัว กระดูกสันหลังแต่ละปล้องจะทำงานสอดคล้องกันได้อย่างดี ไม่หลุดออกจากกัน  แต่ก็มีภาวะบางอย่างในชีวิตของคนเราที่ทำให้กระดูกสันหลัง  ค่อยๆ เคลื่อนหลุดจากกันทีละเล็กละน้อย  โดยที่เจ้าของหลังไม่รู้ตัว เช่น เกิดจากการเจริญเติบโตที่ไม่สมบูรณ์ของกระดูกสันหลัง หรือการขาดเลือดไปเลี้ยงที่เพียงพอ เมื่อคนเราเติบโตขึ้น ข้อต่อที่ยึดติดกันจึงไม่แข็งแรง  เมื่อเกิดการสะเทือนที่หลังบ่อย กระดูกจึงค่อยๆ หลุดออกมา หรืออาจจะเป็นเพราะส่วนข้อต่อที่ยึดติดสร้างความมั่นคงให้กระดูกสันหลังมีการบุบสลายไป เพราะความเสื่อมหรือถูกกระทบกระเทือนเป็นเพราะกระดูกที่บางมากขึ้น  เมื่อเราอายุมากขึ้น และบางครั้งก็เกิดจากการผ่าตัดหลังครั้งก่อนที่ทำให้กระดูกสันหลัง  เกิดความไม่มั่นคงตามมาอีกหลายปีต่อมา

โดยอาการที่พบมักจะค่อยเป็นค่อยไป คือ มีอาการเจ็บปวดสะสมเรื่อยๆ เริ่มจากการปวดหลังบริเวณเอว  ปวดเมื่อยๆ มักจะปวดมากเวลานั่งนานๆ หรือเดินไกลๆ เมื่อมีการเคลื่อนตัวของกระดูกมากขึ้น  จนมีการกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง  ก็จะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น  ปวดร้าวลงขา  ขาชา  อ่อนแรง  ซึ่งอาการมักจะเป็นขาทั้ง 2 ข้าง มากหรือน้อยขึ้นอยู่ความรุนแรงของการเคลื่อนตัวของกระดูกสันหลัง

สำหรับวิธีการรักษาคงต้องแล้วแต่ระยะความรุนแรง มีตั้งแต่การใช้กายภาพบำบัดไปจนถึงการผ่าตัดเพื่อยึดกระดูกสันหลังด้วยเหล็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณหมอได้แนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดโรคก่อนที่จะมาแก้ไขที่หลังเมื่อเป็นแล้ว  โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง  ได้แก่ 1.หลีกเลี่ยงการนั่งในท่าเดิมติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ โดยเฉพาะกับคนที่ทำงานอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ยิ่งเสี่ยง  ดังนั้นในทุกๆ  ครั้งที่รู้สึกเมื่อย จึงต้องรีบปรับเปลี่ยนอิริยาบถ อาจเป็นการยืน เดิน เพื่อความผ่อนคลายก็ได้

2.ลดแรงกระแทก  เพิ่มแรงพยุง  คือ ลดกิจกรรมที่ต้องใช้หลังและหัวไหล่ในการแบกหามหรือกดรับแรงกระแทกเป็นระยะเวลานาน  เช่น  หลีกเลี่ยงการแบกของหนักๆ บนหลัง 3.หลีกเลี่ยงการวิ่งหรือกระโดดแรงๆ  โดยเฉพาะกีฬาที่เสี่ยงต่อกระดูกสันหลังเคลื่อน  ได้แก่ บาสเกตบอล,  วิ่งมาราทอน,  กระโดดสูง,  กระโดดไกล  เป็นต้น  4.กีฬาว่ายน้ำดีที่สุด การออกกำลังด้วยวิธีว่ายน้ำ ถือเป็นวิธีเสริมสร้างร่างกายได้ในทุกๆ ส่วน ซึ่งจะไม่เกิดแรงกระแทกบริเวณแผ่นหลังก็จะไม่เกิดความเสี่ยงของโรคดังกล่าว

5.ถอดรองเท้าส้นสูงเสียบ้าง  ผู้หญิงมักจะขาดรองเท้าส้นสูงไม่ได้  แต่หากใส่ไปในระยะเวลานานๆ  ก็อาจเกิดการแอ่นตัวของกระดูกสันหลัง  หากใส่ไปนานๆ ก็อาจเสี่ยงต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนได้เช่นกัน  สำหรับความสูงของส้นรองเท้าที่พอรับได้คือ รองเท้าส้นสูงที่สูงประมาณ  1  นิ้วเท่านั้น  6.หลีกเลี่ยงการรับประทานยาหม้อ ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน ในบางคนที่มีอาการปวดขาปวดหลัง  ปวดกระดูก  ก็มักมีความเชื่อแบบผิดๆ ที่คิดว่าการรับประทานยาหม้อยาต้มจะช่วยให้หายได้  แต่จริงๆ  แล้วในยาเหล่านี้เขามักจะผสมสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวดฉับพลัน  ซึ่งผู้ป่วยจะรู้ว่ารับประทานไปแล้วหายป่วย แต่เมื่อมันสะสมอยู่ในร่างกายนานๆ ก็ย่อมอันตรายอย่างแน่นอน.**********************************************************************

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง