เปิดตัวอู่ทอง9อ้อยหวานพันธุ์ใหม่ล่าสุด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2552 00:00:00 น.

"อ้อย" เป็นพืชอุตสาหกรรมสำคัญชนิดหนึ่งของไทย โดยเฉพาะการใช้เป็นวัตถุดิบผลิตน้ำตาล สามารถทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท แต่ที่ผ่านมาผลผลิตอ้อยของเกษตรกรยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเฉลี่ย 11-12 ตัน/ไร่ เนื่องจากมีการใช้พันธุ์อ้อยแต่ละพันธุ์ค่อนข้างนาน ประมาณ 6-10 ปี ขณะเดียวกันยังประสบปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช ทั้งยังขาดแคลนพันธุ์ที่เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น และขาดการจัดการไร่อ้อยที่ดี ตลอดจนมีปัญหาสภาพดินและน้ำที่อ้อยได้รับในแต่ละแหล่งปลูกแตกต่างกันด้วย

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้มีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้พันธุ์ที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งปลูกทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่เกษตรกรในการใช้อ้อยพันธุ์ดี ช่วยเพิ่มประสิทธิการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น

โดยมีพันธุ์อ้อยที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมของเกษตรกรหลายพันธุ์ อาทิ อ้อยพันธุ์อู่ทอง 3 และอู่ทอง 5 เป็นต้น ซึ่งมีพื้นที่ปลูกรวมปีละประมาณ 200,000-300,000 ไร่ และปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์อ้อยประสบความสำเร็จอีกหนึ่งสายพันธุ์ คือพันธุ์ "อู่ทอง 9" อนาคตคาดว่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อยในการนำพันธุ์ไปปลูก เพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว

อ้อยพันธุ์อู่ทอง 9 นี้ เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์แม่ 94-2-128 กับพันธุ์พ่อ 94-2-270 โดยนักวิจัยของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี ได้เริ่มปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ตามหลักวิชาการมาตั้งแต่ปี 2542 มีอ้อยพันธุ์ K84-200 และอู่ทอง 3 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ ช่วงปี 2547-2549 ได้มีการปลูกทดสอบพันธุ์ในไร่เกษตรกร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี, อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี, อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.ขาณุวรลักษณ์ จ.กำแพงเพชร พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในอ้อยพันธุ์อู่ทอง 9 เนื่องจากให้ผลผลิตต่อไร่และผลผลิตน้ำตาลสูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอ้อยพันธุ์ใหม่ที่โรงงานน้ำตาลมีความต้องการสูง

ด้านนายอุดม เลียบวัน นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี หัวหน้าทีมนักวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 กล่าวว่า อ้อยพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่ให้ผลผลิตน้ำหนักสูง เฉลี่ย 17.50 ตัน/ไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ K84-200 ที่ให้ผลผลิต 11.19 ตัน/ไร่ และยังสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง 3 ที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 14.25 ตัน/ไร่ นอกจากนั้นอ้อยอู่ทอง 9 ยังให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ยถึง 2.45 ตันซีซีเอส/ไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 ที่ให้ผลผลิตน้ำตาล 1.56 ตันซีซีเอส/ไร่ และสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง 3 ที่ให้ผลผลิตน้ำตาล 2.04 ตันซีซีเอส/ไร่ ที่สำคัญอ้อยอู่ทอง 9 ยังสามารถต้านทานโรคเหี่ยวเน่าแดงดีกว่าพันธุ์อู่ทอง 3

เมื่อโตเต็มที่อ้อยอู่ทอง  9 มีความสูงเฉลี่ย 226 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางลำ 2.76 เซนติเมตร ได้จำนวนลำเฉลี่ย 11,762 ลำ/ไร่ จำนวนปล้องเฉลี่ย 21 ปล้อง/ลำ มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 11-12 เดือน และมีความหวาน 14 ซีซีเอส ขณะที่พันธุ์ K84-200 มีจำนวนลำเฉลี่ย 8,663 ลำ/ไร่ และพันธุ์อู่ทอง 3 มีจำนวนลำเฉลี่ย 9034 ลำ/ไร่

ล่าสุดกรมวิชาการเกษตรได้ประกาศให้พันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 (U-Thong 9) เป็นพันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตรแล้ว สำหรับพื้นที่แนะนำที่มีความเหมาะสมจะปลูกอ้อยอู่ทอง 9 นั้น ควรเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน อาทิ จ.สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และกำแพงเพชร เป็นต้น อีกทั้งยังมีข้อควรระวังคือ เกษตรกรควรลอกกาบอ้อยออกก่อนปลูก เพราะอ้อยพันธุ์นี้มีกาบแน่น ยอดอ้อยจะงอกผ่านกาบใบยาก ซึ่งถ้าไม่ลอกกาบก่อนปลูกจะทำให้งอกช้า

ขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรีได้เร่งขยายพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 เพื่อเพิ่มปริมาณท่อนพันธุ์เตรียมพร้อมรองรับความต้องการของเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ ซึ่งในล็อตแรกนี้คาดว่าจะสามารถผลิตได้ไม่น้อยกว่า 22,000 ลำ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้มีการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตท่อนพันธุ์อ้อยอู่ทอง 9 ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และกำแพงเพชร ประมาณ 40-50 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยเพิ่มจำนวนท่อนพันธุ์อ้อยพันธุ์ดังกล่าวได้ทันตามความต้องการของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรสนใจข้อมูลเกี่ยวกับอ้อยพันธุ์ "อู่ทอง 9" สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี กรมวิชาการเกษตร โทร.0-3555-1433.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง