ข้อดีของการเป็นลูกจ้าง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 31 มีนาคม 2553 00:00:00 น.

เรียนคุณประวีร์ที่นับถือและทีมงานทุกๆท่าน สวัสดีครับ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ทุกวัน ก่อนหน้านี้จะชอบอ่านเป็นบางหน้า เดี๋ยวนี้อ่านแทบจะทุกหน้า (แต่ส่วนใหญ่ยังชอบอ่านตรง ถาม-ตอบ อยู่) เนื่องจากที่ทำงานผมรับหนังสือพิมพ์ด้วยครับ  และขอขอบคุณมากที่ได้ช่วยให้ความรู้อย่างเสมอมา  เนื่องจากเวลานี้ผมทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน และก็ยังคิดว่าคงจะเป็นลูกจ้างต่อไป เพราะว่าเสี่ยงน้อย สบายใจ ไม่เครียด  รายได้ก็ดี(กรณีของผมนะครับ) แต่ก็ยังหลงใหลและยังคิดใฝ่ฝันถึงการเป็นเจ้าของกิจการอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็ดี แต่ที่ผ่านมา เห็นคุณ ประวีร์พูดถึงในด้านของเจ้าของธุรกิจเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งในถาม-ตอบ และบทความคิดเห็น ไม่ค่อยได้อ่านงานของคุณในมุมมองที่พูดถึง คนทำงานประจำหรือ "มนุษย์เงินเดือน" เลย จึงอยากถามว่า ที่จริงแล้ว อาชีพที่ทำงานประจำนี้ ดีอย่างไรบ้างครับ?

เฉลิมชาติ ว.ตอบคุณ เฉลิมชาติ ว.

สวัสดีครับ ต้องขอขอบคุณที่ติดตามหนังสือพิมพ์อย่างสม่ำเสมอและช่วยให้ข้อคิดเห็นมาครั้งนี้ด้วย เป็นความจริงครับที่ผมมักจะเขียนเรื่องที่ออกไปในทางของนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการซะมากกว่า  ตรงนี้ก็เพราะท่านผู้อ่านที่เขียนเข้ามามักจะเป็นเรื่องในแง่ของการดำเนินธุรกิจส่วนตัวเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นมุมทางปัจจัยด้านเศรษฐกิจต่างๆ อย่างเรื่องของค่าเงิน หรือ เงินเฟ้อเป็นต้นครับ

สาเหตุที่ว่าก็เป็นเพราะผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจมักต้องมีเรื่องให้คิด มีเรื่องต้องตัดสินใจ และต้องระวังอยู่รอบด้าน  พูดง่ายๆก็คือมีเรื่องอยู่ตลอดเวลา ทำให้ปวดหัวเป็นยิ่งนักครับ ในขณะที่ผู้ที่ทำงานประจำไม่ต้องมี  เห็นไหมครับว่าแค่เริ่มต้นก็ทำให้เรารักงานประจำมากขึ้นอีกเยอะ ฉะนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจส่วนตัวจะดีกว่าเสมอไปนะครับ มีคนต่างชาติที่ผมรู้จักและน่านับถือท่านหนึ่ง ท่านเคยพูดให้ผมฟังว่า ธุรกิจส่วนตัวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และบอบบาง ถูกกระทบมากก็ไม่ได้ บางอย่างทิ้งไว้นานไปก็ไม่ได้เร็วไปก็ไม่ดี หรือ มากน้อยไปก็ไม่ได้อีก เปรียบเหมือนสตรอเบอรี่ ที่ถูกกดทับมากก็ช้ำร้อนไปหรือเย็นไปก็ช้ำ ทิ้งไว้นานไปก็ไม่ได้ คือ ต้องดูแลประคบประหงมกันให้ดีๆครับ เราเลยเรียกอาการที่นักธุรกิจต้องเผชิญนี้แบบเข้าใจกันเองว่า "อาการสตรอเบอรี่"(ไม่ได้แปลว่าคุยโม้กันนะครับ)พูดกันเรื่องนี้ ในความเป็นจริงแล้วการทำงานเป็นลูกจ้างหรือเป็นมนุษย์เงินเดือนก็มีอะไรดีๆเยอะมาก แต่เราอาจจะมองข้ามไป มาดูกันครับ เช่น

ข้อแรกมีสวัสดิการดีกว่าคนทำธุรกิจส่วนตัวคนทำงานเป็นพนักงานเป็นลูกจ้างไม่ต้องดิ้นรนหาหลักประกันพื้นฐานในชีวิตเลยนะค  รับ  ไม่ว่าเรื่องการรักษาพยาบาล  การประกันชีวิต  ประกันสุขภาพ  หรือบางองค์กรยังมีสวัสดิการอื่นๆให้อีกเยอะ  อย่าง  บ้านพัก  รถรับส่  ง ค่าพาหนะ ที่ตำแหน่งสูงหน่อยก็ อาจจะมีรถประจำตำแหน่ง บางทียังมีคนขับรถแถมให้อีกต่างหาก มีสวัสดิการของสถานที่ออก กำลัง รวม ไปถึงกิจกรรมสันทนาการ  การท่องเที่ยว ชุดพนักงาน เงินช่วยเหลือครอบครัว เงินช่วยเหลือการสมรส ลาบวชลาคลอดต่างๆก็ได้รับเงินครับรวมถึงตอนสิ้นปียังมีโบนัสให้อีกด้วยสวัสดิการบางอย่างครอบคลุมไปถึงครอบครัว  พ่อ แม่ ของพนักงาน และ ลูกด้วย อย่างนี้อาชีพอื่นๆที่ไม่ใช่ลูกจ้างก็คงยากที่จะมีหรือแทบจะไม่มีเลยก็ได้

อย่างที่สองที่จะยกมาพูดวันนี้คือ  ได้รับรายได้แน่นอนเท่ากันทุกเดือน ตรงนี้ทำให้เราจะคาดหรือประมาณอะไรก็ง่าย จึงคำนวณราย จ่ายหรือสิ่งที่เราจะซื้อได้ ไม่มีธุรกิจไหนนะครับ ที่จะสามารถรับประกันได้ว่าแต่ละวันแต่ละเดือนจะมีรายได้เท่านั้น เท่านี้แน่  ยกเว้นการทำงานเป็นลูกจ้าง ลูกจ้างทุกคนสามารถรับรู้รายได้ขั้นต่ำของตัวเองได้ล่วงหน้าว่าแต่ละเดือนจะได้เท่าไหร่  บางทีอาจจะได้มากกว่าเนื่องจากมีค่าต่างๆเพิ่มมาอีก  อย่างค่าโอที ค่าเงินช่วยเหลือและอะไรอีกจิปาถะ หลายรายในบางองค์กรในบางอาชีพ ยังมีราย ได้แบบ "ตามน้ำ" แถมอีกด้วย เผลอๆได้เป็นกอบเป็นกำ เยอะกว่าเงินเดือนเสียอีก  ในขณะที่คนที่มีกิจการส่วนตัวไม่สามารถบอก ได้ว่าเดือนนี้จะขายของได้เท่าไหร่ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การเป็นลูกจ้าง ไม่ต้องไปสนใจว่าวันนี้ปัจจัยเรื่องอะไรจะดีไม่ดี จ ขึ้นหรือจะลง เราได้เงินเดือนแน่นอน  ไม่เหมือนเราเปิดกิจการที่สภาพลมฟ้าอากาศมีส่วน เช่น วันที่ฝนตกถือว่าเป็นวันดีสำห รับคนขายร่ม  ก่อนฤดูฝนโรงงานผลิตร่มจะดี หรือเมื่อธุรกิจอสังหาฯบูม การขายวัสุก่อสร้าง รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไ ฟฟ้าก็ดีไปด้วย ถ้าเป็นไปนทางกลับกัน ก็แย่ ดังนั้นเราจะเห็นว่าการเป็นลูกจ้างเป็นอาชีพที่วิเศษ ไม่มีคำว่า "ขาดทุน" เพราะเราไม่ต้องลงทุนอะไร ลงเพียงแต่แรงกายและแรงสมองเท่านั้นครับ

อย่างที่สามเขาบอกว่า  ลูกจ้างไม่มีล้มละลาย  ตรงนี้ขอรับรองได้  คือว่าไม่มีลูกจ้างคนไหนโดนฟ้องล้มละลายเพราะทำงานล้มเหล  วแน่ ไม่เหมือนคนบางคนที่ลงทุนทำธุรกิจแล้วขาดทุน ถ้าหนักๆก็ต้องโดนฟ้องล้มละลาย ขณะที่แย่ที่สุดของลูกจ้างคือไม่มีงาน ทำ ไม่มีแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะครับ เพราะฉะนั้นการเป็นลูกจ้าง  สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นคือตกงาน  ซึ่งน่ากลัวน้อยกว่าอาชีพ  อื่นๆ แล้ว ข้อดีของงานประจำยังมีอีกแยะ ไว้พรุ่งนี้เรามาดูกันต่อนะครับ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง