'เฉลิม'ขู่'หมอณรงค์'โดนเชือดแน่ ยันปลัดฯเมินประชุมศอ.รส.ไม่ผิด

17 เม.ย.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศอ.รส. เปิดเผยถึงข้อเสนอของคณะบุคคลนำโดยพล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เสนอให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เสนอร่างพระบรมราชโองการ ขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เพื่อหาทางออกให้ประเทศ ว่า คนไทยทุกคนมีสิทธิ์คิดที่จะเสนอทางออกประเทศ...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

กรมอนามัยจับมือผู้ประกอบการผลิต ขนมไทย อ่อนหวาน สร้างทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพผู้บริโภค

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 14 เมษายน 2553 11:21:38 น.

ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมติดหวานกันมากขึ้นและมีการบริโภคน้ำตาลกันอย่างฟุ่มเฟือยจนเกินกว่ามาตรฐานกำหนดถึง 3 เท่า เฉลี่ยแล้วคนไทยบริโภคน้ำตาลคนละ 29.6 กิโลกรัมต่อปี หรือวันละ 20 ช้อนชา ขณะที่ค่ามาตรฐาน ให้บริโภคได้ไม่เกินคนละ 10 กิโลกรัมต่อปี หรือวันละ 6 - 8 ช้อนชาเท่านั้น การบริโภคน้ำตาลของคนไทยมีทั้งทางตรงคือการเติมน้ำตาลลงในอาหารประเภทต่างๆ ส่วนทางอ้อมน้ำตาลจะอยู่ในเครื่องดื่มสำเร็จรูป เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรรสหวานจัด รวมถึง ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ และอาหารอื่นๆ ปริมาณน้ำตาลที่บริโภคเกินความต้องการของร่างกายนั้น เมื่อใช้พลังงานไม่หมดจะเป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายสะสมให้เป็นไขมันทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงได้

จากสถานการณ์ปัญหาโรคอ้วนปี 2551 พบว่าคนไทยทั่วประเทศมีภาวะอ้วนลงพุงมากถึง 22 ล้านคน แบ่งเป็นเพศชาย 8 ล้านคน หรือร้อยละ 34 และเพศหญิง 14 ล้านคนหรือร้อยละ 58 ซึ่งภาวะอ้วนลงพุงถือเป็นวิกฤตสุขภาพที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และต่องบประมาณด้านสุขภาพของประเทศไทยเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรควิถีชีวิตตามมา เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงไขมันในเส้นเลือดอุดตัน โดยเฉพาะโรคเบาหวานซึ่งพบว่ามีคนไทยป่วยสูงถึง 10 ล้านคน

ที่ผ่านมากรมอนามัยได้พยายามแก้ปัญหาการบริโภคน้ำตาลสูงของคนไทยมาโดยตลอด โดยร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องดำเนินการโครงการรณรงค์ต่างๆ ซึ่งผลการดำเนินงานในภาพรวมสามารถลดพฤติกรรมการบริโภคหวานจัด เค็มจัด และมันจัดลงได้ระดับหนึ่ง และในปี 2553 นี้ กรมอนามัยได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกโดยได้ขยายความร่วมมือกับจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายขนมไทยอันดับต้นๆ ของประเทศ ในการผลิตขนมไทยลดหวานมันเค็มปัจจุบันมีร้านที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 16 ร้านผลิตขนมไทยอ่อนหวาน 6 ชนิดได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมบ้าบิ่น ขนมอัลลัว ขนมทองม้วน ขนมข้าวตู ขนมข้าวเม่ามะพร้าวอ่อน ซึ่งทุกร้านจะลดปริมาณน้ำตาล เกลือ กะทิ จากสูตรขนาดั้งเดิมลงร้อยละ 15 - 20 ขนมไทยลดหวาน มัน เค็ม จึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคที่นิยม ขนมหวานแต่ที่สำคัญควรบริโภคในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังลดช่วยลดปัญหาติดหวาน ลดเสี่ยงการเกิดโรคอ้วนลงพุงและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังตามมาได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง